เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
คำของพระศาสดา ยิ่งเปิดเผยยิ่งรุ่งเรือง
ค้นหาคำที่ต้องการ
พระสูตรชุดเต็ม ชุด 26
2601
จีวรขันธกะ (เรื่องจีวร)
มีเรื่องพระนอนหลับลืมสติจนจีวรหลุดลุ่ย เรื่องผ้าปูนั่ง ผ้าปัจจัตถรณะ ผ้าปิดฝี ผ้าเช็ดหน้า และผ้าเช็ดปาก
2602
จีวรขันธกะ (ว่าด้วยเรื่องจีวร) การถือวิสาสะโดยไม่ต้องขออนุญาต
เช่นเคยเห็น เคยคบกันมา ..ทรงอนุญาตผ้า และการตัดเย็บ
2603
จีวรขันธกะ (ว่าด้วยเรื่องจีวร) คุณสมบัติของภิกษุที่แจกจีวร น้ำย้อม 6 อย่าง ปัญหาการย้อม วิธีแจกผ้าจีวร
2604
จีวรขันธกะ การกำเนิดผังจีวรตัด
การบัญญัติเรื่องไตรจีวร (ผ้า๓ ผืน) รวมถึงข้อกำหนดเรื่องอดิเรกจีวร กำเนิดผั
งจีวร คันนามาคธ
2605
จีวรขัณธกะ เรื่องการให้ผ้าจีวรแก่โยมมารดา เรื่องผ้าไตรจีวร เรื่องเก็บผ้าไตรจีวร
2606
จีวรขันธกะ เรื่องถวายจีวรเป็นของสงฆ์
ปัญหาคือ ชาวบ้านนำจีวรมาถวายภิกษุที่อยู่รูปเดียว ภิกษุุสามารถรับไว้ได้หรือไม่
2607
จีวรขันธกะ สิกขาบท ห้ามภิกษุจำพรรษาในวัดหนึ่ง แล้วไปยินดีส่วนแบ่งจีวรในวัดอื่น
2608
พระพุทธเจ้าทรงช่วยเหลือภิกษุพระอาพาธโรคท้องร่วง
รับสั่งให้พระอานนท์ไปตักน้ำมา ทรงรดน้ำและประคองยกศีรษะ
2609
เรื่องการมอบาตรจีวรของภิกษุมรณะ
เรื่องสามเณรมรณะภาพ
เรื่องห้ามภิกษุเปลือยกาย
2610
เรื่องภิกษุเปลือยกาย และการนุ่งห่มจีวรที่ไม่เหมาะสม
2611
เรื่องจีวรยังไม่เกิดแก่ผู้จำพรรษา เรื่องฝากจีวร และเรื่องถือวิสาสะ หยิบจีวรไปใช้โดยพละการ
2612
การกำหนด "องค์สงฆ์ ๕ ประเภท" ในการทำสังฆกรรมให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย
พร้อมระบุข้อจำกัดลักษณะกรรมที่ไม่ควรทำ
2613
ปฏิโกสนา ๒ อย่าง (การกล่าวคัดค้าน ) นิสสรณา ๒ อย่าง (การขับออกจากหมู่) โอสารณา ๒ อย่าง (การรับเข้าหมู่)
2614
ขบวนการสอบสวนลงโทษภิกษุ อุกเขปนียกรรมที่ไม่เป็นธรรม และ อุกเขปนียกรรมที่เป็นธรรม
2615
พระอุบาลีทูลถามปัพพาชนียกรรม หลักเกณฑ์การทำสังฆกรรมที่เป็นธรรมและไม่เป็นธรรม
2616
ว่าด้วย "กรรมที่ไม่เป็นธรรมและไม่เป็นวินัย" ทรงจำแนกลักษณะการทำสังฆกรรม ที่สงฆ์กระทำอย่างผิดฝาผิดตัว
2617
ตัชชนียกรรมเป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม
หากทำโดยไม่เป็นธรรม สงฆ์จะต้องทำกรรมนั้นใหม่ให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย
2618
ต้นเหตุความแตกความสามัคคีของสงฆ์ ชาวเมืองโกสัมพี
อันเนื่องมาจากความเห็นไม่ตรงกัน
2619
ภิกษุชาวเมืองโกสัมพีแตกแยกออกเป็น ๒ ฝ่าย ไม่ยอมทำสังฆกรรมร่วมกัน และ แนวทางแก้ไขของพระพุทธเจ้า
2620
หลังห้ามภิกษุเมืองโกสัมพีไม่สำเร็จ จึงเสด็จหลีกเร้น
และได้พบกับพระเถระ 3 รูป ในปาจีนวังศทายวันที่อยู่ร่วมกันอย่างผาสุข
2621
เรื่องทีฆาวุกุมาร พระพุทธเจ้านำเรื่องในอดีตชาติมาเล่าให้กับภิกษุชาวเมืองโกสัมพีเพื่อให้เห็นโทษของการจองเวร
2622
เรื่องรับภิกษุผู้ถูกยกเข้าหมู่ (ขับออกจากหมู่)
เปิดโอกาสให้ภิกษุที่ทำผิด กลับมาร่วมทำสังฆกรรมได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
2623
ภิกษุพวกพระปัณฑุกะ และพระโลหิตกะก่ออธิกรณ์ (ก่อเรื่อง) พระศาสดาจึงทรงกำหนดแนวทางการสอบสวนและลงโทษ
2624
การลงตัชชนียกรรม (กรรมข่มขู่) และแนวทางปฏิบัติของภิกษุผู้ถูกลงโทษ
ข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวด วัตร ๑๘ ข้อ ในตัชชนียกรรม
2625
เรื่องพระเสยยสกะ
เป็นภิกษุที่มีอาบัติมากชอบคลุกคลีคฤหัสถ์
พระพุทธเจ้าทรงติเตียนและอนุญาตให้สงฆ์ทำนิยสกรรม
(ลงโทษ)
2626
นิยสกรรม
การลงโทษด้วยการสั่งให้กลับไปถือนิสัย
หรืออยู่ความควบคุมของ อุปัชฌาย์อาจารย์
2627
เรื่องภิกษุพวกพระอัสสชิ และพระปุนัพพสุกะ กลุ่มภิกษุเจ้าปัญหา มีความประพฤติเลวทราม
2628
พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ นำคณะสงฆ์ เดินทางไปลงโทษ ภิกษุกลุ่มอัสสชิ และ ปุนัพพสุกะ ณ ชนบทกิฏาคีรี
2629
พระพุทธเจ้าลงโทษพระสุธรรม
ให้ไปคุกเข่าขอขมาจิตตคหบดี
ที่ด่าบริภาษผู้มีพระคุณ ถือว่าทำลายศรัทธาของอุบาสก
2630
เรื่องปฏิสารณียกรรม
คือการลงโทษภิกษุผู้ประพฤติไม่ดีต่อคฤหัสถ์ โดยสั่งให้ไปขอขมาประนมหัตถ์
(ไหว้คฤหัสถ์)
กล่าวคำขอขมา
2631
เรื่องพระฉันนะ
ละเมิดพระวินัยหลายประการ
เมื่อถูกตักเตือนกลับดื้อไม่ยอมรับ จึงถูกคณะสงฆ์ลงโทษ
ด้วยการลงอุกเขปนียกรรม
2632
อุกเขปนียกรรม ฐานไม่เห็นอาบัติ
การลงโทษยกภิกษุออกจากหมู่ ,คว่ำบาตร, ฐานไม่ยอมรับผิด
2633
อุกเขปนียกรรม (ลงทัณฑ์ภิกษุ) ฐานไม่ทำคืนอาบัติของพระฉันนะ
บัญญัติขึ้นเพื่อให้ภิกษุผู้ยอมรับว่า ต้องอาบัติแต่ไม่ยอมแก้ไข
2634
อุกเขปนียกรรม ฐานไม่ทำคืนอาบัติ
การที่สงฆ์ลงโทษสวดประกาศยกออกจากหมู่ เนื่องจากต้องอาบัติ แล้วไม่ยอมปรับปรุงตัว
2635
เรื่องพระอริฏฐะ อุกเขปนียกรรม ฐานไม่สละทิฐิบาป เป็นสังฆกรรมที่ลงโทษภิกษุผู้เห็นผิด และไม่ยอมสละความเห็นนั้น
2636
การระงับอุกเขปนียกรรม หากภิกษุประพฤติตนตามข้อวัตร 18 ข้อ อย่างครบถ้วน พึงระงับโทษ
2637
ปาริวาสิกวัตร ข้อวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้อยู่ปริวาส
และวิธีปฏิบัติกรณีที่ต้องพักการอยู่กรรม เพื่อให้ภิกษุที่ต้องอาบัติได้ชำระตนเอง
2638
เรื่อง มานัตตจาริกภิกษุ
(ผู้กำลังประพฤติมานัตเพื่อออกจากอาบัติ)
ข้อปฏิบัติ ข้อห้าม เหตุที่ทำให้ขาดราตรี และวิธีเก็บ สมาทาน..
2639
อัพภานารหภิกษุ ภิกษุผู้ประพฤติมานัตครบ ๖ ราตรีแล้ว และอยู่ในขั้นตอนรอให้สงฆ์
สวดอัพภาน
(เรียกเข้าหมู่)
2640
พระอุทายีต้องอาบัติ ชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ (ทำอสุจิเคลื่อน) ไม่ได้ปิดบังไว้ ถามสงฆ์ว่า ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไร
2641
เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (กลุ่มภิกษุ 6 รูป)
มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
รวมหัวลงโทษภิกษุรูปอื่น เช่น ข่มขู่ ตัดสิทธิ์ ให้ขอขมาคฤหัสถ์
2642
พระศาสดาทรงวางหลักเกณฑ์เมื่อภิกษุ
"ต้องอาบัติสังฆาทิเสสซ้ำซ้อน"
ในระหว่างที่กำลังรับโทษเพื่อลบล้าง อาบัติเดิม
2643
การบัญญัติวิธีชักเข้าหาอาบัติเดิม และการให้สโมธานปริวาสแก่พระอุทายี ที่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส เพิ่มในระหว่างอยู่ปริวาส
2644
ข้อปฏิบัติและการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในการลงโทษ
(อยู่กรรม)
สำหรับภิกษุที่ทำความผิดซ้ำซ้อนในระหว่างรับโทษอาบัติสังฆาทิเสส
2645
ปาริวาสิกขันธกะ ว่าด้วยเรื่อง "มานัตตารหภิกษุ" (ภิกษุผู้ควรแก่มานัต) และข้อปฏิบัติอื่น ๆ
2646
วินัยสงฆ์ในการลงโทษนับวันอยู่ปริวาสใหม่
สำหรับภิกษุที่ทำความผิดซ้ำ
ในระหว่างที่ยังแก้ความผิดเก่าไม่เสร็จ
2647
กระบวนการ "การออกจากอาบัติสังฆาทิเสส" หรือ "ประวาสกรรม" ของพระอุทายีกรณีทำอสุจิเคลื่อนซ้ำซาก
2648
ขั้นตอนและกรรมวาจาที่สงฆ์ใช้อัพภาน (สวดถอนอาบัติ) เพื่อให้พระอุทายี กลับมาเป็นพระภิกษุผู้บริสุทธิ์
2649
พระอุทายีต้องอาบัติสังฆาทิเสสข้อ "สัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ" (ทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน) แล้วปิดบังอาบัติในระยะเวลาที่ต่างกัน
2650
พระอุทายีต้องอาบัติสังฆาทิเสส (ชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ) และได้ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์ (๑๕ วัน) ต่อมาได้เข้าอยู่ปริวาสจนครบ
2651
เรื่อง "อัคฆสโมธานปริวาส" คือการที่สงฆ์ใช้ญัตติจตุตถกรรมวาจา ลงโทษภิกษุที่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ปกปิดหลายครั้ง
2652
การให้ภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสและปกปิดไว้ เข้าปฏิบัติปริวาสกรรมเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อฟื้นฟูความบริสุทธิ์ของตนเอง
2653
การยอมรับผิดตามความเป็นจริง ปกปิดเท่าไรต้องอยู่เท่านั้น
จงใจปิดบังความผิดไว้กี่วัน ต้องอยู่ปริวาสให้ครบตามที่ปิดบัง
2654
ขั้นตอนที่สงฆ์ให้ สุทธันตปริวาส แก่ภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว แต่จำรายละเอียดไม่ได้ เพื่อชำระศีลให้บริสุทธิ์
2655
ข้อปฏิบัติและการนับปริวาสของภิกษุที่อาบัติสังฆาทิเซส
เมื่อมีการเปลี่ยนสถานะ เช่นลาสิกขา บวชสามเณร เป็นบ้า โดนลงโทษ
2656
ระเบียบปฏิบัติของภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส และอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอมานัต แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ
2657
การไม่ตัดสิทธิการล้างอาบัติ
แม้ว่าจะสึกไปเป็นสามเณร หรือป่วยไข้ทางจิต วัตรที่เคยประพฤติในอดีตก็ไม่สูญเปล่า
2658
ระเบียบปฏิบัติเมื่อภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสซ้ำ ในระหว่างขั้นตอนออกจากอาบัติ
(กำลังอยู่ปริวาสแล้ว ต้องอาบัติเพิ่ม)
2659
ภิกษุไม่หมดจดคือ
ผู้ต้องอาบัติเพิ่มระหว่างอยู่กรรม
:
ภิกษุหมดจดคือ
ผู้ประพฤติวัตรครบถ้วนจนสงฆ์สวดถอนอาบัติ
2660
กลุ่มพระฉัพพัคคีย์ สวมใส่และพกพาจีวรไปหลายสำรับ ชาวบ้านและภิกษุอื่น พากันติเตียน
2661
ห้ามภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรเกินหนึ่งคืน เว้นแต่มีเหตุจำเป็น หากฝ่าฝืนต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
2662
ห้ามภิกษุเก็บ "อกาลจีวร" (ผ้านอกฤดูกาล) ไว้เกิน ๑ เดือน เพื่อรอผ้าสมทบ หากเกินกำหนด ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
2663
พระอุทายีเสพเมถุนกับภิกษุณีที่เป็นภรรยาเก่า
จนตั้งท้อง
.
..พระบัญญัติห้ามภิกษุใช้ภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติซัก ย้อม หรือทุบจีวรเก่า
2664
พระอุทายี บังคับเอาผ้านุ่ง (จีวร) จากภิกษุณีอุปปลวัณณา
ทรงบัญญัติห้ามภิกษุรับจีวรจากภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติเว้นแลกเปลี่ยนกัน
2665
พระอุปนันทศากยบุตรขอจีวรจากชายไม่ใช่ญาติ จนเขาต้องเปลือยกายท่อนบน
ทรงห้ามภิกษุขอจีวรจากคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ
2666
ห้ามภิกษุ แนะนำภิกษุณี ที่ไม่ใช่ญาติให้ไปขอจีวร จากคฤหัสถ์ ที่ไม่ได้ปวารณา หากฝ่าฝืนต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
2667
ห้ามภิกษุเข้าไปเลือกจีวรราคาแพงจากคฤหัสถ์ ผู้ไม่ใช่ญาติ และยังไม่ได้ปวารณา ทรงปรับอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
2668
ห้ามภิกษุกะเกณฑ์คฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ ให้รวมทุนซื้อจีวรราคาแพงถวายตามใจชอบ หากฝ่าฝืนต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
2669
มูลค่าจีวรที่เจ้าทรัพย์ส่งมาถวาย
มหาอำมาตย์ส่งทูตนำเงินมาถวายท่านพระอุปนันทเพื่อซื้อจีวร แต่ท่านปฏิเสธรับเงินโดยตรง
2670
ทรงห้ามภิกษุทำผ้ารองนั่งเจือด้วยไหม
เนื่องจากพระฉัพพัคคีย์สั่งให้ช่างต้มตัวไหมเพื่อเอาเส้นใย
เป็นการทำลายชีวิตสัตว์
2671
ทรงบัญญัติห้ามภิกษุ
ทำเครื่องลาดนั่งด้วยขนแกะดำล้วน
เพราะเป็นวิสัยคฤหัสถ์ หากฝ่าฝืนต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
2672
ทรงห้ามภิกษุทำเครื่องปูนั่งด้วยขนเจียมสีดำล้วน
โดยต้องผสมสีขาวและแดงตามอัตราส่วน
เพื่อไม่ให้เลียนแบบคฤหัสถ์
2673
ห้ามพระภิกษุทำผ้านั่งผืนใหม่ก่อน 6 ปี เพื่อลดภาระการขอขนเจียมจากชาวบ้านบ่อยเกินไป จนชาวบ้านเพ่งโทษติเตียน
2674
บัญญัติห้ามทำสันถัตใหม่ (ผ้า/พรมรองนั่ง) โดยไม่ผสมเศษเก่า แก้ปัญหาภิกษุทิ้งของเก่าเกลื่อนกลาดจากการถือธุดงค์
2675
ว่าด้วยการรับขนเจียม ทรงห้ามภิกษุขน ขนแกะ เกิน ๓ โยชน์ (48 กม.) หลังมีภิกษุอุ้มขนแกะ จนถูกชาวบ้านล้อเลียน
2676
เรื่องผ้าอาบน้ำฝน(เรื่องต่อเนื่อง)จากพฤติกรรมของกลุ่มภิกษุ ๖ รูป
คือแสวงหาและนุ่งห่มก่อนเวลาอันควร (ยังไม่ถึงฤดูฝน)
2677
พระพุทธเจ้า ตำหนิพระอุปนันทศากยบุตร.. การบัญญัติสิกขาบท
ห้ามภิกษุซื้อขายแลกเปลี่ยนสิ่งของกับคฤหัสถ์
2678
ทรงบัญญัติ
ห้ามภิกษุเก็บอติเรกบาตรเกิน ๑๐ วัน
(อาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์) หลังพระฉัพพัคคีย์สะสมบาตรจนชาวบ้านตำหนิ
2679
ทรงห้ามภิกษุขอบาตรใหม่ หากบาตรเดิมยังแตกไม่ถึง 5 แห่ง
หากฝ่าฝืนต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์และต้องสละบาตรนั้น
2680
ทรงห้ามภิกษุเก็บเภสัช ๕ เกิน ๗ วัน
หลังชาวบ้านถวายเภสัชแก่พระปิลินทวัจฉเถระเป็นจำนวนมาก จนภิกษุอื่นสะสมจนล้น
2681
ภิกษุใดให้จีวรแก่ภิกษุเองแล้ว โกรธ น้อยใจแล้วชิงเอามาเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์
(เป็นเหตุการณ์ที่พระอุปนันทะแย่งคืนจีวรคืน)
2682
ทรงห้ามภิกษุขอด้ายจากชาวบ้านที่ไม่ใช่ญาติ มาจ้างช่างทอจีวร ฝ่าฝืนอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
และต้องสละจีวรนั้น
2683
พระอุปนันทะ บงการช่างหูกให้ทอจีวรดีขึ้น
จึงทรงตำหนิ บัญญัติห้ามภิกษุสั่งขยายจีวรโดยที่โยมไม่ได้ปวารณา
2684
พระพุทธเจ้าอนุญาตให้ภิกษุรับผ้า ที่มหาอำมาตย์รีบถวาย ก่อนไปรบได้ แต่ต้องเก็บรักษาตามกำหนดจีวรกาล
2685
ทรงอนุญาตให้ภิกษุในป่าที่เสี่ยงภัยโจร
นำจีวรไปฝากไว้ในบ้านได้ไม่เกิน 6 คืน
หากเกินต้องได้รับอนุมัติจากสงฆ์
2686
คฤหัสถ์เตรียมปัจจัยเพื่อถวายแก่สงฆ์โดยส่วนรวม
แต่พระฉัพพัคคีย์พูดหว่านล้อมให้ทายกเปลี่ยนใจ ให้นำมาถวายพวกตนแทน
2687
อุปสัมบันด่าอุปสัมบัน
โอมสวาทสิกขาบท
(เสียดสี/ด่าหยาบ)
ทั้งหมด ๑๑ หมวดหลัก และ คำด่าหยาบเบ็ดเตล็ดอีก ๔๖ เรื่อง
2688
อุปสัมบันด่าอนุปสัมบัน
ภิกษุเจตนาด่าทอ หรือพูดประชดประชัน อนุปสัมบัน ให้เก้อเขินอับอาย ต้องอาบัติทุกกฏทุกคำพูด
2689
อุปสัมบันล้ออุปสัมบัน
การพูดล้อเลียนเรื่องชาติกำเนิด ชื่อ หรือตระกูล ระหว่างภิกษุด้วยกัน ปรับโทษเป็นอาบัติ ทุพภาสิต
2690
อุปสัมบันล้ออนุปสัมบัน
หากภิกษุพูดจาล้อเลียนคฤหัสถ์หรือสามเณร
(แม้เพียงเย้าแหย่หรือสนุกสนาน) ต้องอาบัติทุพภาสิต
2691
อุปสัมบันส่อเสียดอุปสัมบัน
ห้ามภิกษุพูดส่อเสียดเพื่อยุให้แตกกัน หรือเพื่อประจบให้เขารัก
หากทำต้องอาบัติปาจิตตีย์
2692
ภิกษุที่นำเตียงตั่งของสงฆ์ไปตั้งไว้กลางแจ้ง แล้วหลีกไปโดยไม่เก็บ หรือไม่บอกมอบหมายให้ผู้ใดดูแล ต้องอาบัติปาจิตตีย์
2693
พระสัตตรสวัคคีย์มีพวก ๑๗ รูป ปูที่นอน ในวิหาร เมื่อหลีกไปแล้วไม่ยอมเก็บทำให้ถูกปลวกกัดทำลาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์
2694
พระฉัพพัคคีย์ แกล้งเข้าไปนอนเบียด และแทรกแซงพระเถระผู้ใหญ่ที่เข้าไปอยู่ก่อน จนต้องหลีกหนีไป..ต้องอาบัติปาจิตตีย์
2695
พระฉัพพัคคีย์(พวก6) เห็นพวกพระสัตตรสวัคคีย์กำลังซ่อมแซมวิหาร เมื่อซ่อมเสร็จจึงขับไล่ พวกพระสัตตรสวัคคีย์จงร้องให้
2696
หากขาเตียงตั่ง ที่ไม่มั่นคงบนชั้นลอย หลุดตกลงไปโดนผู้อื่น ถือเป็นอาบัติปาจิตตีย์
2697
เรื่องพระฉันนะ ทรงห้ามพอกฉาบวิหารเกิน ๓ ชั้น
ป้องกันความเสียหาย และเสียงติเตียน ฝ่าฝืนต้องอาบัติปาจิตตีย์
2698
ภิกษุรูปหนึ่งออกบิณฑบาต ได้มีโอกาสพบกับภิกษุณีเป็นประจำ จึงแบ่งจีวรใหม่ของตนให้แก่ภิกษุณีที่เป็นเพื่อนคุ้นเคยกัน
2699
ทรงบัญญัติห้ามภิกษุเย็บจีวรให้ภิกษุณี ที่ไม่ใช่ญาติ หลังพระอุทายีทำอนาจาร ขณะเย็บจีวร ปรับอาบัติปาจิตตีย์
2700
พระฉัพพัคคีย์กล่าวโจทก์และใส่ความพระเถระผู้ใหญ่ ว่าสอนภิกษุณี เพราะเห็นแก่ลาภสักการะ และอามิส
หนังสือพุทธวจน ออนไลน์
พุทธประวัติ
ขุมทรัพย์
อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ
ปฐมธรรม
ตถาคต
อนาคามี
อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย
เดรัจฉานวิชา
กรรม
สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน
อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์