เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ภิกษุนำเตียงตั่งของสงฆ์ไปตั้งไว้กลางแจ้ง แล้วหลีกไปโดยไม่เก็บ หรือไม่บอกมอบหมาย ให้ผู้ใดดูแล ต้องอาบัติปาจิตตีย์ 2692
  7/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๓๗๔] - [๓๘๔]
 


นำเตียงตั่งของสงฆ์ไปตั้งไว้กลางแจ้ง แล้วหลีกไปโดยไม่เก็บต้องอาบัติปาจิตตีย์

(โดยย่อ)

การปรับอาบัติ
-เตียง/ตั่ง/ฟูก/เก้าอี้ของสงฆ์ หากนำไปวางทิ้งไว้ในที่แจ้ง (แล้วหลีกไปเกินกว่าหนึ่งเอื้อมมือ โดยไม่เก็บ ไม่สั่งให้เก็บ หรือไม่มอบหมาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์
-ของส่วนตัว (ปุคคลิกะ) หากเป็นเตียงตั่งส่วนตัว หรือของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ของสงฆ์ แล้วทิ้งไว้ในที่แจ้ง ต้องอาบัติทุกกฎ
-กรณีเสนาสนะอื่น ๆ หากเป็นเครื่องลาดไม้ เครื่องลาดดิน เสื่อ ท่อนไม้ หรือละเลงพื้นด้วยมูลโค แล้วทิ้งไว้ในที่แจ้ง ต้องอาบัติทุกกฎ

ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องอาบัติ
เก็บหรือให้เก็บ ภิกษุเก็บเสนาสนะนั้นด้วยตนเอง หรือสั่งให้คนอื่นเก็บเรียบร้อยแล้ว
บอกมอบหมาย ได้บอกฝากหรือมอบหมายให้ภิกษุ สามเณร หรือคนวัดช่วยดูแลแล้ว
เหตุสุดวิสัย มีอันตรายเกิดขึ้น เช่น สัตว์ร้ายรบกวน, โจรภัย, หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเกี่ยวกับชีวิต
เจตนาดี/จำเป็น หลีกไปในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ยังมีเพื่อนภิกษุอื่นอยู่ดูแล หรือกรณีที่ภิกษุวิกลจริต


หัวข้อประจำเรื่อง
1) เรื่องภิกษุมากรูป
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) พระพุทธานุญาตให้เก็บเสนาสนะ
6) สิกขาบทวิภังค์
7) บทภาชนีย์/ติกะปาจิตตีย์
8) ติกะทุกกฏ
9) อนาปัตติวาร

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

7/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๓๗๔] - [๓๘๔]
มหาวิภังค์ ภาค ๒

๒. ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๔
1)
เรื่องภิกษุมากรูป

          [๓๗๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น เป็นฤดูหนาว ภิกษุทั้งหลาย จัดตั้งเสนาสนะในที่กลางแจ้ง ผิงกายอยู่, ครั้นเขาบอกภัตตกาล เมื่อจะหลีกไป ไม่เก็บเอง ไม่ให้คนอื่นเก็บซึ่งเสนาสนะนั้น ไม่บอกมอบหมาย แล้วหลีกไป เสนาสนะ ถูกน้ำค้างและฝนตกชะ.

           บรรดาภิกษุที่มักน้อย ...ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุทั้งหลาย จัดตั้งเสนาสนะในที่แจ้งแล้ว เมื่อจะหลีกไปจึงได้ไม่เก็บเอง ไม่ให้คนอื่นเก็บ ซึ่งเสนาสนะนั้น ไม่บอกมอบหมาย แล้วหลีกไป? เสนาสนะถูกน้ำค้าง และฝนตกชะ. แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

2)
ทรงสอบถาม

          พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุทั้งหลายจัดตั้งเสนาสนะในที่แจ้งแล้ว, เมื่อจะหลีกไป ไม่เก็บเอง ไม่ให้คนอื่นเก็บ ซึ่งเสนาสนะนั้นไม่บอกมอบหมาย แล้วหลีกไป เสนาสนะถูกน้ำค้างและฝนตกชะ จริงหรือ?

          ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3)
ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

          พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉน โมฆบุรุษ เหล่านั้น จัดตั้งเสนาสนะในที่แจ้งแล้ว. เมื่อจะหลีกไป จึงได้ไม่เก็บเอง ไม่ให้คนอื่นเก็บ ซึ่งเสนาสนะนั้นไม่บอกมอบหมายแล้วหลีกไปเล่า? เสนาสนะถูกน้ำค้างและฝนตกชะ. การกระทำของพวกโมฆบุรุษนั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยัง ไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4)
พระบัญญัติ

          ๖๓. ๔. อนึ่ง ภิกษุใดวางไว้แล้วก็ดี ให้วางไว้แล้วก็ดี ซึ่งเตียงก็ดี ตั่งก็ดีฟูกก็ดี เก้าอี้ก็ดี อันเป็นของสงฆ์ในที่แจ้ง เมื่อหลีกไปไม่เก็บเองก็ดี ไม่ให้เก็บก็ดีซึ่งเสนาสนะที่วางไว้นั้น หรือไม่บอกมอบหมาย ไปเสีย เป็นปาจิตตีย์.

          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ
ฉะนี้.

เรื่องภิกษุมากรูป จบ.

5)
พระพุทธานุญาตให้เก็บเสนาสนะ

          [๓๗๕] ก็สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายอยู่ในที่แจ้ง รีบเก็บเสนาสนะ ก่อนกาล อันสมควร.พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตร เห็นภิกษุเหล่านั้น ผู้รีบเก็บเสนาสนะ ก่อนกาลอันสมควร, ครั้นแล้วจึงทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า.

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เก็บเสนาสนะไว้ในปะรำหรือที่โคนไม้ หรือ ในที่ซึ่งนกกา หรือนกเหยี่ยวจะไม่ถ่ายมูลรดได้ตลอด ๘ เดือน ซึ่งกำหนดว่ามิใช่ฤดูฝน.

6)
สิกขาบทวิภังค์

          [๓๗๖] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ...
          บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.

          ที่ชื่อว่า อันเป็นของสงฆ์ ได้แก่ ของที่เขาถวายแล้ว สละแล้วแก่สงฆ์.
          ที่ชื่อว่า เตียง ได้แก่ เตียง ๔ ชนิด คือ เตียงมีแม่แคร่สอดเข้าในขา ๑ เตียงมีแคร่ เนื่องเป็นอันเดียวกันกับขา ๑ เตียงมีขาดังก้ามปู ๑ เตียงมีขาจรดแม่แคร่ ๑.
          ที่ชื่อว่า ตั่ง ได้แก่ ตั่ง ๔ ชนิด คือ ตั่งมีแม่แคร่สอดเข้าในขา ๑ ตั่งมีแม่แคร่เนื่อง เป็นอันเดียวกันกับขา ๑ ตั่งมีขาดังก้ามปู ๑ ตั่งมีขาจรดแม่แคร่ ๑.
          ที่ชื่อว่า ฟูก ได้แก่ ฟูก ๕ ชนิด คือ ฟูกขนสัตว์ ๑ ฟูกเปลือกไม้ ๑ ฟูกเศษผ้า ๑ฟูกหญ้า ๑ ฟูกใบไม้ ๑.

          ที่ชื่อว่า เก้าอี้ ได้แก่ เก้าอี้ที่เขาถักร่วมใน สำเร็จด้วยเปลือกไม้ก็มี สำเร็จด้วย หญ้าคมแฝกก็มี สำเร็จด้วยหญ้ามุงกระต่ายก็มี สำเร็จด้วยหญ้าปล้องก็มี.
          บทว่า วางไว้แล้ว คือ วางไว้เอง.
          บทว่า ให้วางไว้แล้ว คือ ให้คนอื่นวางไว้.

          ใช้อนุปสัมบันให้วาง เป็นธุระของอนุปสัมบันผู้วาง.
          ใช้อุปสัมบันให้วาง เป็นธุระของอุปสัมบันผู้วาง.

          คำว่า เมื่อหลีกไป ไม่เก็บเอง ซึ่งเสนาสนะที่วางไว้นั้น คือ ไม่เก็บด้วยตนเอง.
          คำว่า ไม่ให้เก็บ คือ ไม่ให้คนอื่นเก็บ.
          คำว่า หรือไม่บอกมอบหมาย ไปเสีย ความว่า ภิกษุไม่บอกมอบหมายภิกษุ สามเณรหรือคนทำการวัด แล้วเดินล่วงเลฑฑุบาตของมัชฌิมบุรุษไป, ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์.

7)
บทภาชนีย์
ติกะปาจิตตีย์

          [๓๗๗] เสนาสนะของสงฆ์ ภิกษุสำคัญว่าของสงฆ์ วางไว้เองก็ดี ให้คนอื่นวางไว้ก็ดีในที่แจ้ง, เมื่อหลีกไป ไม่เก็บเองก็ดี ไม่ให้คนอื่นเก็บก็ดี ซึ่งเสนาสนะนั้น หรือไม่ได้บอกมอบหมาย ไปเสีย, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

          เสนาสนะของสงฆ์ ภิกษุสงสัย วางไว้เองก็ดี ให้คนอื่นวางไว้ก็ดี ในที่แจ้ง เมื่อหลีกไป ไม่เก็บเองก็ดี ไม่ให้คนอื่นเก็บก็ดี ซึ่งเสนาสนะนั้น หรือไม่ได้บอกมอบหมาย ไปเสียต้องอาบัติปาจิตตีย์.

          เสนาสนะของสงฆ์ ภิกษุสำคัญว่าของบุคคล วางไว้เองก็ดี ให้คนอื่นวางไว้ก็ดี ในที่แจ้งเมื่อหลีกไป ไม่เก็บเองก็ดี ไม่ให้คนอื่นเก็บก็ดี ซึ่งเสนาสนะนั้น หรือ ไม่ได้บอก มอบหมายไปเสีย, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

          ภิกษุวางไว้เองก็ดี ให้คนอื่นวางไว้ก็ดี ซึ่งเครื่องลาดรักษาผิวพื้นก็ดี เครื่องลาด เตียง ก็ดี เครื่องลาดพื้นก็ดี เสื่ออ่อนก็ดี ท่อนหนังก็ดี เครื่องเช็ดเท้าก็ดี ตั่งกระดานก็ดี ในที่แจ้งเมื่อหลีกไป ไม่เก็บเองก็ดี ไม่ให้คนอื่นเก็บก็ดี ซึ่งเครื่องลาด รักษาผิวพื้น เป็นต้นนั้น หรือไม่ได้บอกมอบหมาย ไปเสีย, ต้องอาบัติทุกกฏ.

8)
ติกะทุกกฏ

          เสนาสนะของบุคคล ภิกษุสำคัญว่าของสงฆ์ ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
          เสนาสนะของบุคคล ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
          เสนาสนะของบุคคล ภิกษุสำคัญว่าของบุคคล ... ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะเป็น ของ ส่วนตัว ของผู้อื่น.
          เสนาสนะเป็นส่วนตัวของตน ..., ไม่ต้องอาบัติ.

9)
อนาปัตติวาร

          [๓๗๘] ภิกษุเก็บเองแล้วไป ๑ ภิกษุให้คนอื่นเก็บแล้วไป ๑ ภิกษุบอกมอบหมาย แล้วไป ๑ ภิกษุเอาออกผึ่งแดดไว้ ไปด้วยตั้งใจจักกลับมาเก็บ ๑ เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑, ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑, ไม่ต้องอาบัติแล.

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์