เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เรื่องจีวรยังไม่เกิดแก่ผู้จำพรรษา เรื่องฝากจีวร และเรื่องถือวิสาสะหยิบจีวรไปใช้โดยพละการ 2611
  20/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕
 


1. เรื่องจีวรยังไม่เกิดแก่ผู้จำพรรษา
"สิทธิ์ในลาภจีวร" ของภิกษุที่จำพรรษาแล้ว แต่ก่อนที่จีวรลาภจะตกมาถึง ภิกษุ เหล่านั้น ได้เปลี่ยน สถานภาพ หรือพ้นจากหมู่สงฆ์ไปด้วยเหตุ ๑๕ ประการ.. พระพุทธเจ้าทรงวางเกณฑ์ไว้ดังนี้
     - หากภิกษุรูปนั้น สึก, มรณภาพ, ปฏิญาณเป็นสามเณร/ผู้ลาสิกขา/ผู้ต้องอาบัติปาราชิก ... จีวรลาภนั้นจะตกเป็นของ "สงฆ์" ทันที
     - หากภิกษุรูปนั้นเพียงแค่หลีกไป, วิกลจริต, จิตฟุ้งซ่าน, กระสับกระส่ายเพราะเวทนา, หรือถูกสงฆ์ยกวัตร จีวรลาภนั้นยังคงเป็นสิทธิ์ของ "ภิกษุรูปนั้น" ตามเดิม
     - หากจีวรยังไม่เกิด แล้วสงฆ์แตกกัน ... ก็ให้เป็นของสงฆ์ฝ่ายนั้น แต่หากทายก ถวายแก่ ภิกษุผู้จำพรรษา ลาภนั้นก็ตกเป็นของภิกษุเหล่านั้นร่วมกัน

2 เรื่องพระเรวตเถระฝากจีวร และเรื่องถือวิสาสะ
พระบัญญัติเกี่ยวกับการ "ฝากของ" และการ "หยิบของไปใช้โดยพละการ (ถือวิสาสะ)"
     - ท่านพระเรวตเถระ ฝากจีวรให้กับภิกษุ เพื่อนำไปถวายท่านพระสารีบุตร แต่ระหว่างทาง ภิกษุรูปนั้นกลับหยิบเอาจีวรนั้นไปเป็นของตน อ้างว่าสนิทสนมกับพระเรวตะ ต่อมาพระ เรวตะพบกับ พระสารีบุตร จึงรู้ว่าพระสารีบุตรยังไม่ได้รับจีวร ความจึงทรงทราบถึงพระผู้มีพระภาค

พระบัญญัติการถือวิสาสะ (หยิบไปเพราะความคุ้นเคย)
     -หากภิกษุผู้รับฝาก หยิบจีวรนั้นไปใช้เพราะวิสาสะต่อ "ผู้รับ" ถือว่าชอบด้วยพระวินัย
     -หากหยิบไปใช้ เพราะวิสาสะต่อ "ผู้ฝาก" ถือว่าไม่ถูกต้อง การจัดการเมื่อเจ้าของมรณภาพในระหว่างทาง
     -สั่งว่า "จงให้" หากทั้งผู้ฝาก และผู้รับ มรณภาพลงระหว่างทาง จีวรนั้นเป็นของ "ผู้ฝาก"
     -สั่งว่า "ฉันให้" หากผู้ฝาก มรณภาพลงระหว่างทาง จีวรนั้นของ "ผู้รับ"

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

20/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๑๗๐] - [๑๗๐]
มหาวรรค ภาค ๒
จีวรขันธกะ
1)

เรื่องจีวรยังไม่เกิดแก่ผู้จำพรรษา

           [๑๗๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายที่จำพรรษาแล้ว เมื่อจีวรยังไม่เกิดขึ้น หลีกไปเสียบ้าง สึกเสียบ้าง ถึงมรณภาพบ้าง ปฏิญาณเป็นสามเณรบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้บอกลาสิกขาบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้ต้องอันติมวัตถุบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้วิกลจริตบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่านบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้กระสับกระส่าย เพราะเวทนาบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัติบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกฐานไม่ทำคืนอาบัติบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย ฐานไม่สละคืนทิฏฐิอันลามกบ้าง ปฏิญาณเป็นบัณเฑาะก์บ้าง ปฏิญาณเป็นคนลักเพศบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้เข้ารีตเดียรถีย์บ้าง ปฏิญาณเป็นสัตว์ดิรัจฉานบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้ฆ่ามารดาบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้ฆ่าบิดาบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้ฆ่าพระอรหันต์บ้าง ปฏิญาณ เป็นผู้ประทุษร้ายภิกษุณีบ้าง ปฏิญาณเป็นผู้ทำลายสงฆ์บ้าง ปฏิญาณเป็นผู้ทำร้ายพระศาสดา จนถึงห้อพระโลหิตบ้าง ปฏิญาณเป็นอุภโตพยัญชนกบ้าง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.

           พระผู้มีพระภาคตรัสแนะนำ ดังต่อไปนี้

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในข้อนี้ ภิกษุที่จำพรรษาแล้ว เมื่อจีวรยังไม่เกิดขึ้น หลีกไปเสีย เมื่อผู้รับแทนที่สมควรมีอยู่ สงฆ์พึงให้

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุที่จำพรรษาแล้ว เมื่อจีวรยังไม่เกิดขึ้น สึกเสียถึงมรณภาพ ปฏิญาณเป็นสามเณร ปฏิญาณเป็นผู้บอกลาสิกขา ปฏิญาณเป็นผู้ ต้องอันติมวัตถุ

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุที่จำพรรษาแล้ว เมื่อจีวรยังไม่เกิดขึ้น ปฏิญาณเป็นผู้วิกลจริต ปฏิญาณเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน ปฏิญาณเป็นผู้กระสับกระส่าย เพราะเวทนา ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย ฐานไม่เห็นอาบัติ ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ ยกเสีย ฐานไม่ทำคืนอาบัติ ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ ยกเสียฐานไม่สละคืนทิฏฐิอันลามก เมื่อผู้รับแทนที่สมควรมีอยู่ สงฆ์พึงให้

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุที่จำพรรษาแล้ว เมื่อจีวรยังไม่เกิดขึ้น ปฏิญาณเป็นบัณเฑาะก์ .... ปฏิญาณเป็นอุภโตพยัญชนก สงฆ์เป็นเจ้าของ

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุที่จำพรรษาแล้ว เมื่อจีวรเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ทันได้แบ่งกัน หลีกไปเสีย เมื่อผู้รับแทนที่สมควรมีอยู่ สงฆ์พึงให้

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุที่จำพรรษาแล้ว เมื่อจีวรเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ทันได้แบ่งกัน สึกเสีย ถึงมรณภาพ ปฏิญาณเป็นสามเณร ปฏิญาณเป็นผู้ บอกลาสิกขา ปฏิญาณเป็นผู้ต้องอันติมวัตถุ สงฆ์เป็นเจ้าของ

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุที่จำพรรษาแล้ว เมื่อจีวรเกิดขึ้น แต่ยังไม่ทันได้แบ่งกัน ปฏิญาณเป็นผู้วิกลจริต ปฏิญาณเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน ปฏิญาณเป็น ผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนา ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย ฐานไม่เห็นอาบัติ ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย ฐานไม่ทำคืนอาบัติ ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย ฐานไม่สละคืนทิฏฐิอันลามก เมื่อผู้รับแทนที่สมควรมีอยู่ สงฆ์พึงให้

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุที่จำพรรษาแล้ว เมื่อจีวรเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ทันได้แบ่งกัน ปฏิญาณเป็นบัณเฑาะก์ .... ปฏิญาณเป็นอุภโตพยัญชนก สงฆ์เป็นเจ้าของ

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ เมื่อจีวรยังไม่เกิดขึ้น แก่ภิกษุทั้งหลาย ที่จำพรรษาแล้วสงฆ์แตกกัน คนทั้งหลายในถิ่นนั้น ถวายน้ำในฝ่ายหนึ่ง ถวายจีวร ในฝ่ายหนึ่ง ด้วยเปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้าถวายแก่สงฆ์ นั่นเป็นของสงฆ์ฝ่ายเดียว.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ เมื่อจีวรยังไม่เกิดขึ้น แก่ภิกษุทั้งหลาย ที่จำพรรษ าแล้วสงฆ์แตกกัน คนทั้งหลายในถิ่นนั้น ถวายน้ำในฝ่ายหนึ่ง ถวายจีวร ในฝ่ายนั้นเหมือนกัน ด้วยเปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้าถวายแก่สงฆ์ นั่นเป็นของสงฆ์ฝ่ายเดียว.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ เมื่อจีวรยังไม่เกิดขึ้น แก่ภิกษุทั้งหลาย ที่จำพรรษาแล้วสงฆ์แตกกัน คนทั้งหลายในถิ่นนั้น ถวายน้ำในฝ่ายหนึ่ง ถวายจีวร ในฝ่ายหนึ่ง ด้วยเปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้าถวายฝ่ายหนึ่ง นั่นเป็นของเฉพาะฝ่ายหนึ่ง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ เมื่อจีวรยังไม่เกิดขึ้น แก่ภิกษุทั้งหลาย ที่จำพรรษา สงฆ์แตกกัน คนทั้งหลายในถิ่นนั้น ถวายน้ำในฝ่ายหนึ่ง ถวายจีวรในฝ่ายนั้น เหมือนกัน ด้วยเปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้าถวายแก่ฝ่ายหนึ่ง นั่นเป็นของเฉพาะฝ่ายหนึ่ง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ เมื่อจีวรเกิดขึ้นแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลาย ที่จำพรรษา แต่ยังมิทันได้แบ่ง สงฆ์แตกกัน พึงแบ่งส่วนให้ภิกษุทุกรูปเท่าๆ กัน.


2)

เรื่องพระเรวตเถระฝากจีวร

           [๑๗๑] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระเรวตะฝากจีวร แก่ภิกษุรูปหนึ่งไปถวายท่าน พระสารีบุตร ด้วยสั่งว่า จงถวายจีวรผืนนี้ แก่พระเถระ จึงในระหว่างทาง ภิกษุรูปนั้น ได้ถือเอาจีวรนั้นเสีย เพราะวิสาสะต่อท่านพระเรวตะ

           กาลต่อมา ท่านพระเรวตะ มาพบท่านพระสารีบุตร จึงเรียนถามว่า ผมฝากจีวร มาถวายพระเถระ. พระเถระได้รับจีวรนั้นแล้วหรือ ขอรับ?

           ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ผมยังไม่เห็นจีวรนั้นเลย คุณ.

           จึงท่านพระเรวตะได้ถามภิกษุรูปนั้นว่า อาวุโส ผมฝากจีวรมาแก่ท่าน ให้ถวาย พระเถระไหนจีวรนั้น?

           ภิกษุนั้นตอบว่า ผมได้ถือเอาจีวรนั้นเสีย เพราะวิสาสะต่อท่าน ขอรับ.
ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

           พระผู้มีพระภาคตรัสแนะนำ ดังต่อไปนี้:-

3)

เรื่องถือวิสาสะ

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีวร แก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า จงให้จีวรผืนนี้แ ก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้รับฝากถือเอาเสีย ในระหว่างทาง เพราะวิสาสะ ต่อผู้ฝาก ชื่อว่าถือเอาถูกต้องถือเอาเสียเพราะวิสาสะต่อผู้รับ ชื่อว่าถือเอาไม่ถูกต้อง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีวร แก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า จงให้จีวรผืนนี้แ ก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้รับฝากถือเอาเสีย ในระหว่างทาง เพราะวิสาสะ ต่อผู้รับ ชื่อว่าถือเอาไม่ถูกต้องถือเอาเสีย เพราะวิสาสะต่อผู้ฝาก ชื่อว่าถือเอาถูกต้อง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีว รแก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า จงให้จีวร ผืนนี้ แก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้รับฝากทราบข่าว ในระหว่างทางว่า ผู้ฝากถึงมรณภาพ เสียแล้ว จึงอธิษฐานเป็นจีวรมรดกของภิกษุผู้ฝาก ชื่อว่าอธิษฐานถูกต้องแล้ว ถือเอาเสีย เพราะวิสาสะต่อผู้รับ ชื่อว่าถือเอาไม่ถูกต้อง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีวร แก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า จงให้จีวร ผืนนี้ แก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้รับฝากทราบข่าว ในระหว่างทางว่า ผู้รับถึงมรณภาพเสียแล้ว จึงอธิษฐานเป็นจีวรมรดกของผู้รับ ชื่อว่าอธิษฐานไม่ถูกต้อง ถือเอาเสียเพราะวิสาสะ ต่อผู้ฝาก ชื่อว่าถือเอาถูกต้อง

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีวร แก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า จงให้จีวร ผืนนี้ แก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้รับฝากทราบข่าว ในระหว่างทางว่า ทั้งสองรูปถึงมรณภาพ เสียแล้ว จึงอธิษฐานเป็นมรดกของผู้ฝาก ชื่อว่าอธิษฐานถูกต้อง อธิษฐานเป็นจีวรมรดก ของผู้รับ ชื่อว่าอธิษฐานไม่ถูกต้อง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีวร แก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า ฉันให้จีวร ผืนนี้ แก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้รับฝากถือเอาเสีย ในระหว่างทางเพราะวิสาสะต่อผู้ฝาก ชื่อว่าถือเอาไม่ถูกต้อง ถือเอาเสียเพราะวิสาสะต่อผู้รับ ชื่อว่าถือเอาถูกต้อง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีวร แก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า ฉันให้จีวร ผืนนี้ แก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้รับฝากถือเอาเสีย ในระหว่างทางเพราะวิสาสะต่อผู้รับ ชื่อว่า ถือเอาถูกต้องถือเอาเสียเพราะวิสาสะต่อผู้ฝาก ชื่อว่าถือเอาไม่ถูกต้อง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีวร แก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า ฉันให้จีวร ผืนนี้ แก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้ฝากทราบข่าว ในระหว่างทางว่า ผู้ฝากถึงมรณภาพเสียแล้ว จึงอธิษฐานเป็นจีวรมรดกของผู้ฝาก ชื่อว่าอธิษฐานไม่ถูกต้อง ถือเอาเสียเพราะวิสาสะ ต่อผู้รับ ชื่อว่าถือเอาถูกต้อง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีวร แก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า ฉันให้จีวร ผืนนี้ แก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้รับฝากทราบข่าวใ นระหว่างทางว่า ผู้รับถึงมรณภาพเสียแล้ว จึงอธิษฐานเป็นจีวรมรดกของผู้รับ ชื่อว่าอธิษฐานถูกต้อง ถือเอาเสียเพราะวิสาสะ ต่อผู้ฝาก ชื่อว่าถือเอาไม่ถูกต้อง.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในข้อนี้ ภิกษุฝากจีวร แก่ภิกษุไปด้วย สั่งว่า ฉันให้จีวร ผืนนี้แ ก่ภิกษุมีชื่อนี้ ภิกษุผู้รับฝากทราบข่าว ในระหว่างทางว่า ทั้งสองรูปถึงมรณภาพ เสียแล้ว จึงอธิษฐานเป็นจีวรมรดกของผู้ฝาก ชื่อว่าอธิษฐานไม่ถูกต้อง อธิษฐาน เป็นจีวรมรดกของผู้รับ ชื่อว่าอธิษฐานถูกต้อง.






 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์