เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ห้ามภิกษุทำเครื่องลาดนั่ง ด้วยขนแกะดำล้วน เพราะเป็นวิสัยคฤหัสถ์ 2671
  2/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๗๘]-[๘๑]
 


๒. โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๒


(โดยย่อ)

ห้ามภิกษุทำเครื่องลาดนั่งด้วยขนแกะดำล้วน
เพราะเป็นวิสัยคฤหัสถ์ฝ่าฝืนต้องอาบัติ นิสสัคคิยปาจิตตีย์

กลุ่มพระฉัพพัคคีย์
ได้พากันหล่อสันถัต (เครื่องลาดนั่ง) ด้วยขนเจียม (ขนแกะ/ขนแพะ) ที่เป็นสีดำล้วน ชาวบ้านพากัน ติเตียน เนื่องจากเห็นว่าการใช้เครื่องลาดสีดำล้วน เป็นรสนิยมของพวกคฤหัสถ์ ผู้ครองเรือน

ทรงเรียกประชุมสงฆ์
เพื่อไตร่สวนพระฉัพพัคคีย์ ซึ่งกลุ่มพระฉัพพัคคีย์ ก็ยอมรับว่าเป็นความจริง ทรงบัญญัติสิกขาบท ห้ามภิกษุหล่อสันถัตด้วยขนเจียมดำล้วน หากฝ่าฝืนและทำขึ้นมา ต้องอาบัติ นิสสัคคิยปาจิตตีย์

ข้อยกเว้นอนาบัติ
ทรงอนุญาตให้ทำได้หากนำไปใช้ทำเป็นเพดาน เครื่องลาดพื้น ม่าน ปลอกฟูก หรือปลอกหมอน


หัวข้อประจำเรื่อง ๒. โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๒
1) เรื่องพระฉัพพัคคีย์
2) ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียน
4) ทรงบัญญัติสิกขาบท
5) พระบัญญัติ
6) สิกขาบทวิภังค์
7) วิธีเสียสละ/เสียสละแก่สงฆ์
8) เสียสละแก่คณะ
9) เสียสละแก่บุคคล
10) บทภาชนีย์/จตุกกะนิสสัคคิยปาจิตตีย์
11) ทุกกฏ
12) อนาปัตติวาร

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

2/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๗๘]-[๘๑]
มหาวิภังค์ ภาค ๒
๒. โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๒

1)
เรื่องพระฉัพพัคคีย์

          [๗๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตพระนครเวสาลี. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ ให้เขาทำสันถัตแห่งขนเจียมดำ ล้วน ชาวบ้านพากันมาเที่ยวชมวิหารได้แลเห็นแล้ว จึงพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ จึงได้ให้เขาทำสันถัต แห่งขนเจียมดำล้วน เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเล่า?

          ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินชาวบ้านเหล่านั้น เพ่งโทษติเตียนโพนทะนาอยู่, บรรดา ที่เป็น ผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา, ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนา ว่าไฉน พระฉัพพัคคีย์ จึงได้ให้เขาทำสันถัต แห่งขนเจียมดำล้วนเล่า? แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค


2)
ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม

          ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค รับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถาม พระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอ ให้เขาทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน จริงหรือ?

          พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า


3)
ทรงติเตียน

          พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำของ พวกเธอ นั่นไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉน พวกเธอ จึงได้ให้เขา ทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วนเล่า? การกระทำของพวกเธอนั้น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใส ของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่ง ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว. โดยที่แท้ การกระทำของพวกเธอนั่น เป็นไปเพื่อความ ไม่เลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่น ของชนบางพวก ที่เลื่อมใสแล้ว.


4)
ทรงบัญญัติสิกขาบท

          พระผู้มีพระภาค ทรงติเตียนพระฉัพพัคคีย์ โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่งความ เป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย, ทรงกระทำธรรมีกถา ที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบท แก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกัน อาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่ง ของชุมชน ที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

5)
พระบัญญัติ

          ๓๑.๒. อนึ่ง ภิกษุใด ให้ทำสันถัต แห่งขนเจียมดำล้วน, เป็นนิสสัคคิยปาจิตต์.

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ.


6)
สิกขาบทวิภังค์

          [๗๙] อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด มีการงานอย่างใด มีชาติอย่างใดมีชื่ออย่างใด มีโคตรอย่างใด มีปกติอย่างใด มีธรรมเครื่องอยู่อย่างใด มีอารมณ์อย่างใด เป็นเถระก็ตาม เป็นนวกะก็ตาม เป็นมัชฌิมะก็ตาม นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อนึ่ง ... ใด

บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า ประพฤติภิกขาจริยวัตร.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าทรงผืนผ้าที่ถูกทำลายแล้ว.
ชื่อว่า ภิกษุ โดยสมญา.
ชื่อว่า ภิกษุ โดยปฏิญญา.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นเอหิภิกษุ.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้อุปสมบทแล้วด้วยไตรสรณคมน์.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้เจริญ.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่ามีสารธรรม.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นพระเสขะ
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นพระอเสขะ.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียง กันอุปสมบทให้ด้วย ญัตติ จตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุที่สงฆ์ พร้อมเพรียงกัน อุปสมบท ให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะนี้ชื่อว่า ภิกษุที่ทรงประสงค์ ในอรรถนี้.

          ที่ชื่อว่า ดำ มี ๒ อย่าง คือ ดำเองโดยกำเนิด อย่าง ๑ ดำโดยย้อมอย่าง ๑.
          ที่ชื่อว่า สันถัต ได้แก่ผ้ารองนั่งที่เขาหล่อ ไม่ใช่ทอ.

          บทว่า ให้ทำ ความว่า ทำเองก็ดี ใช้ให้เขาทำก็ดี เป็นทุกกฏในประโยคที่ทำ, เป็น
นิสสัคคีย์ด้วยได้สันถัตมา, ต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือบุคคล.

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษ ุพึงเสียสละสันถัตนั้น อย่างนี้:-

7)
วิธีเสียสละ
เสียสละแก่สงฆ์

          ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่ พรรษากว่า นั่งกระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า

          ท่านเจ้าข้า สันถัตแห่งขนเจียมดำล้วนผืนนี้ ของข้าพเจ้าให้ทำแล้ว เป็นของจำ จะสละ, ข้าพเจ้าสละสันถัตผืนนี้แก่สงฆ์.

          ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนสันถัต ที่เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. สันถัตผืนนี้ ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ เธอสละแล้วแก่สงฆ์. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว, สงฆ์พึงให้สันถัตผืนนี้ แก่ ภิกษุมีชื่อนี้.

8)
เสียสละแก่คณะ

          ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุ ผู้แก่พรรษากว่า นั่งกระหย่งประนมมือกล่าวอย่างนี้ว่า

          ท่านเจ้าข้า สันถัตแห่งขนเจียมดำล้วนผืนนี้ ของข้าพเจ้าให้ทำแล้ว เป็นของจำ จะสละ, ข้าพเจ้าสละสันถัตผืนนี้แก่ท่านทั้งหลาย.

          ครั้นสละแล้วพึงแสดง อาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนสันถัตที่ เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-

          ท่านทั้งหลาย ขอจงฟังข้าพเจ้า. สันถัตผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ เธอสละแล้วแก่ท่านทั้งหลาย.

          ถ้าความพร้อมพรั่ง ของทั้งท่านหลายถึงที่แล้ว, ท่านทั้งหลายพึงให้สันถัตผืนนี้ แก่ภิกษุมีชื่อนี้


9)
เสียสละแก่บุคคล

          ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระหย่ง ประนมมือกล่าวอย่างนี้ว่า

          ท่าน สันถัตแห่งขนเจียมดำล้วนผืนนี้ ของข้าพเจ้าให้ทำแล้ว เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละสันถัตผืนนี้แก่ท่าน.

          ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้รับเสียสละนั้น พึงรับอาบัติ พึงคืนสันถัต ที่เสียสละ ให้ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าให้สันถัตผืนนี้แก่ท่าน ดังนี้.

10)
บทภาชนีย์
จตุกกะนิสสัคคิยปาจิตตีย์

          [๘๐] สันถัตตนทำค้างไว้ ภิกษุทำต่อให้สำเร็จเอง, เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์.
          สันถัตตนทำค้างไว้ ภิกษุใช้ผู้อื่นทำต่อจนสำเร็จ, เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์.
          สันถัตคนอื่นทำค้างไว้ ภิกษุทำต่อให้สำเร็จเอง, เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์.
          สันถัตคนอื่นทำค้างไว้ ภิกษุใช้ผู้อื่นทำต่อจนสำเร็จ, เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์.

11)
ทุกกฏ

          ภิกษุทำเองก็ดี ใช้ผู้อื่นทำก็ดี เพื่อใช้เป็นของอื่น, ต้องอาบัติทุกกฏ.
          ภิกษุได้สันถัตที่คนอื่นทำไว้แล้ว ใช้สอย, ต้องอาบัติทุกกฏ.

12)
อนาปัตติวาร

          [๘๑] ภิกษุทำเป็นเพดานก็ดี เป็นเครื่องลาดพื้นก็ดี เป็นม่านก็ดี เป็นเปลือกฟูกก็ดี เป็นปลอกหมอนก็ดี ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑, ไม่ต้องอาบัติแล.

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์