เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

พระฉัพพัคคีย์ (พวก6) เห็นพวกพระสัตตรสวัคคีย์ (พวก17) กำลังซ่อมวิหาร
เมื่อซ่อมเสร็จ จึงขับไล่ พวกพระสัตตรสวัคคีย์จึงพากันร้องให้
2695
  7/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๓๘๗]- [๓๙๑]
 


พวกพระสัตตรสวัคคีย์(พวก17) ถูกพวกพระฉัพพัคคีย์ (พวก6) ขับไล่หลังซ่อมวิหารเสร็จ

(โดยย่อ)

พระสัตตรสวัคคีย์ (พวก 17)
ซ่อมแซมวิหารเก่าเพื่ออยู่อาศัย แต่ถูกพระฉัพพัคคีย์ (พวก 6) มาขับไล่ฉุดคร่าให้ออกจากวิหาร เพื่อแย่งที่อยู่

พระบัญญัติ
ทรงบัญญัติห้ามภิกษุโกรธเคือง ขัดใจ แล้วลงมือฉุดคร่าเอง หรือสั่งให้คนอื่นฉุดคร่าภิกษุรูปอื่น ออกจากวิหารของสงฆ์

การปรับอาบัติ
หากภิกษุล่วงละเมิดด้วยอาการฉุดคร่าดังกล่าว ทรงปรับอาบัติปาจิตตีย์

ข้อยกเว้น (อนาบัติ)
ภิกษุผู้ทำโดยไม่มีเจตนาประทุษร้าย, ฉุดคร่าภิกษุผู้ก่อความละเมิด/อลัชชี, หรือภิกษุบ้า ไม่ต้องอาบัติ


หัวข้อประจำเรื่อง
๒. ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๗
1) เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) สิกขาบทวิภังค์
6) บทภาชนีย์ /ติกะปาจิตตีย์
7) ทุกกฏ
8) อนาปัตติวาร

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


7/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๓๘๗]- [๓๙๑]
มหาวิภังค์ ภาค ๒

๒. ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๗
1)
เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์

          [๓๘๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พระสัตตรสวัคคีย์ ปฏิสังขรณ์ วิหารใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่สุดเขตวัด ด้วยหมายใจว่าพวกเราจักอยู่จำพรรษา ณ ที่นี้.

          พระฉัพพัคคีย์ได้เห็น พระสัตตรสวัคคีย์ผู้กำลังปฏิสังขรณ์วิหาร ครั้นแล้วจึงพูดกัน อย่างนี้ ว่า อาวุโสทั้งหลายพระสัตตรสวัคคีย์เหล่านี้ กำลังปฏิสังขรณ์วิหาร, อย่ากระนั้น เลย พวกเราจักไล่พวกเธอไปเสีย. ภิกษุบางเหล่าพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย โปรดรอ อยู่ก่อน จนกว่าเธอจะปฏิสังขรณ์เสร็จ เมื่อเธอปฏิสังขรณ์เสร็จแล้ว พวกเราจึงค่อยไล่ไป.

          ครั้นพระสัตตรสวัคคีย์ปฏิสังขรณ์เสร็จแล้ว. พระฉัพพัคคีย์ได้กล่าวคำนี้ กะ พระ สัตตรสวัคคีย์ว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านจงย้ายไป วิหารถึงแก่พวกเรา.

          พระสัตตรสวัคคีย์ตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านควรจะบอกล่วงหน้ามิใช่หรือ? พวกผมจะได้ปฏิสังขรณ์วิหารหลังอื่น.

          ฉ. อาวุโสทั้งหลาย วิหารเป็นของสงฆ์มิใช่หรือ?
          ส. ขอรับ วิหารเป็นของสงฆ์.
          ฉ. พวกท่านจงย้ายไป วิหารถึงแก่พวกเรา.
          ส. วิหารหลังใหญ่ แม้พวกท่านก็อยู่ได้ แม้พวกผมก็จักอยู่.

          พระฉัพพัคคีย์กล่าวว่า พวกท่านจงย้ายออกไป วิหารถึงแก่พวกเรา ดังนี้แล้ว ทำเป็นโกรธ ขัดใจ จับคอฉุดคร่าออกไป.

          พระสัตตรสวัคคีย์ถูกฉุดคร่าออกไปก็ร้องไห้

          ภิกษุทั้งหลายพากันถามอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านร้องไห้ทำไม?.
พระสัตตรสวัคคีย์ตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย พระฉัพพัคคีย์พวกนี้โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่า พวกข้าพเจ้าออกไปจากวิหารของสงฆ์.

          บรรดาภิกษุที่มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์ จึงได้โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าภิกษุทั้งหลายออกจากวิหารของสงฆ์เล่า? แล้วกราบทูล เนื้อความนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.

2)
ทรงสอบถาม

          ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกเธอโกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าภิกษุทั้งหลายออกจากวิหารของสงฆ์ จริงหรือ?

          พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3)
ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

          พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวกเธอ จึงได้โกรธขัดใจ ฉุดคร่าภิกษุทั้งหลายออกจากวิหารของสงฆ์เล่า? การกระทำของ พวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความ เลื่อมใสยิ่ง ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอ พึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4)
พระบัญญัติ

          ๖๖. ๗. อนึ่ง ภิกษุใด โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าก็ดีให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งภิกษุจากวิหาร ของสงฆ์ เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ จบ.

5)
สิกขาบทวิภังค์

          [๓๘๘] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือผู้เช่นใด ...
          บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ .. นี้ชื่อว่า ภิกษุที่ทรง ประสงค์ในอรรถนี้.
          บทว่า ซึ่งภิกษุ ได้แก่ภิกษุอื่น.
          บทว่า โกรธ ขัดใจ คือ ไม่พอใจ แค้นใจ เจ็บใจ.

          [๓๘๙] วิหารที่ชื่อว่า ของสงฆ์ ได้แก่วิหารที่เขาถวายแล้ว สละแล้วแก่สงฆ์. บทว่า ฉุดคร่า คือ จับในห้องฉุดคร่าออกไปหน้ามุข, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. จับที่หน้ามุข ฉุดคร่าออกไปข้างนอก, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ให้ก้าวพ้นประตูแม้หลายแห่ง ด้วย ประโยคเดียว, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทว่า ให้ฉุดคร่า ความว่า ใช้ผู้อื่น, ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์. ใช้ครั้งเดียวให้ก้าวพ้นประตู แม้หลายแห่ง, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

6)
บทภาชนีย์
ติกะปาจิตตีย์

          [๓๙๐] วิหารของสงฆ์ ภิกษุสำคัญว่าของสงฆ์ โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่า ก็ดี, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
          วิหารของสงฆ์ ภิกษุสงสัย โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี, ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์.
          วิหารของสงฆ์ ภิกษุสำคัญว่าของบุคคล โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่า ก็ดี,ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

7)
ทุกกฏ

          ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของภิกษุนั้น, ต้องอาบัติทุกกฏ.
          ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ออกไปจากอุปจารวิหารก็ดี จากโรงฉันก็ดี จาก ปะรำ ก็ดีจากใต้ต้นไม้ก็ดี จากที่แจ้งก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ.
          ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของภิกษุนั้น ต้องอาบัติทุกกฏ.
          ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งอนุปสัมบัน จากวิหารก็ดี จากอุปจารวิหารก็ดี จากโรงฉันก็ดี จากปะรำก็ดี จากใต้ต้นไม้ก็ดี จากที่แจ้งก็ดี, ต้องอาบัติทุกกฏ.
          ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของอนุปสัมบัน, ต้องอาบัติทุกกฏ.

          วิหารของบุคคล ภิกษุสำคัญว่าของสงฆ์ ..., ต้องอาบัติทุกกฏ.
          วิหารของบุคคล ภิกษุสงสัย ..., ต้องอาบัติทุกกฏ.
          วิหารของบุคคล ภิกษุสำคัญว่าของบุคคล ..., ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะเป็นของ ส่วนตัว ของผู้อื่น.
          วิหารเป็นส่วนตัวของตน ..., ไม่ต้องอาบัติ.

8)
อนาปัตติวาร

          [๓๙๑] ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งภิกษุอลัชชี ๑
ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดีซึ่งบริขารของภิกษุอลัชชี ๑
ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งภิกษุวิกลจริต ๑
ภิกษุขนก็ดีให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของภิกษุวิกลจริตนั้น ๑
ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งภิกษุผู้ก่อการบาดหมางก็ดี ก่อการทะเลาะก็ดี การก่อการวิวาทก็ดี ก่อความอื้อฉาว ก็ดี ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ก็ดี ๑
ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของภิกษุ ผู้ก่อการบาดหมาง เป็นต้นนั้น ๑
ภิกษุฉุดคร่าก็ดีให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งอันเตวาสิก หรือสัทธิวิหารริก ผู้ประพฤติ ไม่เรียบร้อย ๑
ภิกษุขนก็ดีให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของ อันเตวาสิก หรือสัทธิวิหาริกนั้น ๑
ภิกษุวิกลจริต ๑
ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑

ไม่ต้องอาบัติแล.

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์