เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ว่าด้วย กรรมที่ไม่เป็นธรรมและไม่เป็นวินัย การทำสังฆกรรม ที่สงฆ์กระทำอย่างผิดฝาผิดตัว 2616
  22/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๒๐๔] - [๒๑๗]
 


ว่าด้วย "กรรมที่ไม่เป็นธรรมและไม่เป็นวินัย"
พระผู้มีพระภาค ทรงจำแนกลักษณะการทำสังฆกรรม ที่สงฆ์กระทำอย่างผิดฝาผิดตัว ซึ่งถือเป็นกรรมที่ไม่ชอบด้วยพระธรรมวินัย

๑. การลงโทษผิดฝาผิดตัว ข้อ [๒๐๔] - [๒๑๐]
พระพุทธเจ้าทรงระบุถึงกรณีที่สงฆ์ "พร้อมเพรียงกัน" แต่ทำอนิจกรรมหรือลงนิคหกรรม (ลงโทษ) แก่ภิกษุผู้ควรได้รับกรรมอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือว่า ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และสงฆ์ ต้องอาบัติ (มีโทษ) ตัวอย่างเช่น
ข้อ [๒๐๔] สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำตัสสปาปิยสิกากรรม, ตัชชนียกรรม (กรรมข่มขู่), นิยสกรรม, ปัพพาชนียกรรม, ปฏิสารณียกรรม, อุกเขปนียกรรม หรือให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต และอัพภาน แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่อมูฬหวินัย" (ภิกษุที่หายจากเป็นบ้าแล้ว)
ข้อ [๒๐๕] สงฆ์ลงกรรมเหล่านี้ แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่ตัสสปาปิยสิกากรรม" (ทำความผิดแล้วปฏิเสธ)
ข้อ [๒๐๖] สงฆ์ลงกรรมเหล่านี้ แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่ตัชชนียกรรม" (ภิกษุผู้ก่อการทะเลาะวิวาท)
ข้อ [๒๐๗] สงฆ์ลงกรรมเหล่านี้ แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่นิยสกรรม" (ภิกษุผู้ไม่รู้เดียงสา มีอาบัติมาก)
ข้อ [๒๐๘] สงฆ์ลงกรรมเหล่านี้ แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่ปัพพาชนียกรรม" (ภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูล)
ข้อ [๒๐๙] สงฆ์ลงกรรมเหล่านี้ แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่ปฏิสารณียกรรม" (ภิกษุผู้ด่าว่าคฤหัสถ์)
ข้อ [๒๑๐] สงฆ์ลงกรรมเหล่านี้ แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่อุกเขปนียกรรม" (ภิกษุผู้ถูกยกออกจากหมู่ เพราะไม่เห็นอาบัติ หรือไม่สละทิฏฐิชั่ว

(หมายเหตุ ทุกข้อในกลุ่มนี้มีโครงสร้างคำสั่งสอนเหมือนกัน คือ หากภิกษุควรโดนโทษวินัยข้อ A แต่สงฆ์กลับไปสั่งลงโทษหรือให้สิทธิ์ในข้อ B ถึง Z ถือเป็นกรรมที่ไม่เป็นธรรมทั้งหมด)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๒. การให้ขั้นตอนทางวินัยกรรมที่ผิดพลาด ข้อ [๒๑๑] - [๒๑๓] เป็นการระบุถึงขั้นตอนวินัยกรรมที่เกี่ยวกับอาบัติสังฆาทิเสสและกรรมอื่นๆ ที่ทำผิดฝาผิดตัว
ข้อ [๒๑๑] สงฆ์ลงวินัยกรรมต่างๆ แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่ปริวาส" (การอยู่ชดใช้ความผิด)
ข้อ [๒๑๒] สงฆ์ลงวินัยกรรมต่างๆ แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่การชักเข้าหาอาบัติเดิม" (มูลายปฏิกัสสนา)
ข้อ [๒๑๓] สงฆ์ลงวินัยกรรมต่างๆ แก่ภิกษุผู้ "ควรแก่มานัต" (ขั้นตอนนับราตรีเพื่อเตรียมพ้นความผิด)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๓. การขอระงับกรรมที่ไม่ชอบ ข้อ [๒๑๔] - [๒๑๗]
เป็นเรื่องเกี่ยวกับการ "ขอระงับกรรม" (การปลดเปลื้องการลงโทษ) ที่สงฆ์กระทำอย่างไม่ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์
ข้อ [๒๑๔] พูดถึงเรื่อง การขอระงับนิยสกรรม โดยระบุว่าภิกษุที่ถูกลงนิยสกรรมแล้วประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงมาขอระงับกรรม หากสงฆ์ร่วมกันระงับกรรมให้โดยไม่เป็นธรรม (เช่น แบ่งพวกทำ หรือ ทำกรรมกับภิกษุที่ยังไม่แก้ตัว) ย่อมถือเป็นกรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย
ข้อ [๒๑๕] - [๒๑๗] มีเนื้อหาทำนองเดียวกัน ในการระบุถึงเกณฑ์การขอระงับ ปัพพาชนียกรรม, ปฏิสารณียกรรม, และอุกเขปนียกรรม ว่าหากสงฆ์สวดระงับกรรมให้แก่ภิกษุเหล่านั้น โดยวิธีที่เป็น วรรค (แบ่งพรรคแบ่งพวก) หรือโดยไม่เป็นธรรม สังฆกรรมนั้นย่อมไม่เป็นอันทำ และสงฆ์ผู้กระทำ ต้อง อาบัติ

สรุปภาพรวม
พระพุทธองค์ทรงเน้นย้ำเรื่อง "ความถูกต้องตามวัตถุและบุคคล" ในการทำสังฆกรรม ของคณะสงฆ์ ห้ามมิให้ลงโทษหรือระงับโทษ แบบผิดประเภทหรือผิดวิธี เพราะจะทำให้พระธรรมวินัย คลาดเคลื่อน และกรรมนั้น จะกลายเป็นโมฆะ (ไม่เป็นอันทำ) ซึ่งสงฆ์ผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษาภิสณฑ์ ตามพระวินัย

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

22/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๒๐๔] - [๒๑๗]
มหาวรรค ภาค ๒

1)
ตัชชนียกรรม

          [๒๐๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาททำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้นสู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แลถูกสงฆ์เป็นวรรคโ ดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอดังนี้แล้วได้พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยธรรมลงตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรคโ ดยธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยเทียมธรรม ลงตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น

           ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดยเทียมธรรม ลงตัชชนียกรรม เอาละพวกเราจะลง ตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น.

          [๒๐๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาททำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกัน อย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกั นโดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรร มแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยธรรมล งตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้น ไปจากอาวาสนั้นสู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้นภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกัน อย่างนี้ว่าอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรคโดยธรรม ลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลง ตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยเทียมธรรม ลงตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดยเทียมธรรมลงตัชชนียกรรมเอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้นภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลงตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น.

          [๒๐๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษา ตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยธรรมลงตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษา ตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรคโดยธรรม ลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดย เทียมธรรมลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดยเทียมธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้แล้ว ได้พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษา ตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรมลงตัชชนียกรรมเอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้นภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดย ไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น.

          [๒๐๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษา ตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยเทียมธรรมลง ตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาต กลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนั้นแล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดยเทียมธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษา ตกลงกันอย่างนี้ว่าอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แลถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละพวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษา ตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษา ตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอดังนี้แล้ว ได้เป็นวรรคโดยธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น.

          [๒๐๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรมลง ตัชชนียกรรมแ ก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลง ตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้นภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรมเอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้นภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกั นโดยไม่เป็นธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยธรรม ลงตัชชนียกรรมแ ก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้นสู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดยธรรมลงตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรม แก่เธอดังนี้ แล้วได้เป็น วรรคโดยเทียมธรรม ลงตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น.

2)
นิยสกรรมเป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรมเป็นต้น

          [๒๐๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้เขลา ไม่ฉลาดมีอาบัติมาก มีมารยาทไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล เป็นผู้เขลา ไม่ฉลาดมีอาบัติมาก มีมารยาทไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลี อันไม่สมควร เอาละพวกเราจะลง นิยสกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรม ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรมลงนิยสกรรม เอาละพวกเราจะ ลงนิยสกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรมลงนิยสกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น .... เป็นวรรค โดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม ....พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

3)
ปัพพาชนียกรรม

          [๒๑๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประทุษร้ายตระกูล มีมารยาทเลวทราม ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แลเป็นผู้ประทุษร้ายตระกูล มีมารยาทเลวทราม เอาละ พวกเราจงลง ปัพพาชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้แล้วได้เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรมลง ปัพพาชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรม ลงปัพพาชนียกรรม เอาละ พวกเราจะลง ปัพพาชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม ลงปัพพาชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น .... เป็นวรรคโดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม ....พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

4)
ปฏิสารณียกรรม

          [๒๑๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมด่า ย่อมบริภาษพวกคฤหัสถ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ย่อมด่าย่อมบริภาษพวกคฤหัสถ์ เอาละ พวกเราจะ ลงปฏิสารณียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น .... พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

5)
อุกเขปนียกรรม

          [๒๑๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติแล้ว ไม่ปรารถนา จะเห็น อาบัติ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แลต้องอาบัติแล้ว ไม่ปรารถนาจะเห็นอาบัติ เอาละ พวกเราจะลงอุกเขปนียกรรม ฐานไม่เห็นอาบัติแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรร คโดยไม่เป็นธรรม ลงอุกเขปนียกรรม ฐานไม่เห็นอาบัติแก่ภิกษุรูปนั้น ... พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติแล้ว ไม่ปรารถนาจะทำคืน อาบัติในเรื่องนั้น ภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ต้องอาบัติแล้ว ไม่ปรารถนาจะทำคืนอาบัติ เอาละ พวกเราจะลง อุกเขปนียกรรม ฐานไม่ทำคืนอาบัติแก่เธอดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลงอุกเขปนียกรรม ฐานไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุรูปนั้น ....พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไม่ปรารถนาจะสละทิฏฐิบาป ในเรื่องนั้นถ้าภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ไม่ปรารถนาจะสละทิฏฐิบาป เอาละ พวกเราจะลงอุกเขปนียกรรม ฐานไม่สละทิฏฐิบาป แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลงอุกเขปนียกรรม ฐานไม่สละทิฏฐิบาป แก่ภิกษุรูปนั้น .... พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม .... เป็นวรรค โดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

6)
ขอระงับตัชชนียกรรม

          [๒๑๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลง ตัชชนียกรรม แล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับ ตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะ ระงับตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดย ไม่เป็นธรรม ระงับตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น

          ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้นสู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย สงฆ์เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ระงับตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนี้แล้ว เอาละ พวกเราจะระงับตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม ระงับตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น .... เป็นวรรคโดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม ....

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับตัชชนียกรรม ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษา ตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรม แล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะระงับตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้ พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม ระงับตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น .... เป็นวรรค โดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยธรรม ....เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรม ....

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยธรรม หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับตัชชนียกรรม ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลง ตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับ ตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะระงับตัชชนียกรรม แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยธรรม ระงับตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรม .... เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม ....

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติ โดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับตัชชนียกรรม ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะระงับตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยเทียมธรรม ระงับตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น ....จึงพร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม .... เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม ....

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ ขอระงับตัชชนียกรรม ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะระงับตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้ พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม ระงับตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น .... เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม ....

7)
ขอระงับนิยสกรรม

          [๒๑๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับนิยสกรรม ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับนิยสกรรม เอาละ พวกเราจะระงับนิยสกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรม ระงับนิยสกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น ....พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

8)
ขอระงับปัพพาชนียกรรม

          [๒๑๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรม แล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับปัพพาชนียกรรม ในเรื่องนั้นถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล สงฆ์ถูกลงปัพพาชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับปัพพาชนียกรรม เอาละ พวกเราจะระงับปัพพาชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรมระงับปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น .... พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม ....เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

9)
ขอระงับปฏิสารณียกรรม

          [๒๑๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงปฏิสารณียกรรม แล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับปฏิสารณียกรรม ในเรื่องนั้นถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงปฏิสารณียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับปฏิสารณียกรรมเอาละ พวกเราจะระงับ ปฏิสารณียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้ เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ระงับปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น .... พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม ....เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

10)
ขอระงับอุกเขปนียกรรม

          [๒๑๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนีย กรรมฐาน ไม่เห็นอาบัติ แล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับ อุกเขปนียกรรมฐานไม่เห็นอาบัติ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกัน อย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่เห็นอาบัติ แล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับ อุกเขปนียกรรมฐาน ไม่เห็นอาบัติ เอาละ พวกเราจะระงับอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่เห็นอาบัติ แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยธรรม ระงับอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่เห็นอาบัติแก่ภิกษุรูปนั้น .... พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม ....เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักร เหมือนหนหลัง.

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนีย กรรมฐานไม่ทำ คืนอาบัติ แล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับ อุกเขปนียกรรมฐาน ไม่ทำคืนอาบัติ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษา ตกลงกัน อย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมฐานไม่ทำคืนอาบัติ แล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่งประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่ทำคืนอาบัติ เอาละ พวกเราจะระงับอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่ทำคืนอาบัติแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ระงับอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุรูปนั้น .... พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่สละ ทิฏฐิบาปแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับ อุกเขปนียกรรมฐานไม่สละทิฏฐิบาป ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลาย ได้ปรึกษาตกลงกัน อย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่สละทิฏฐิบาป แล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่สละทิฏฐิบาป เอาละ พวกเราจะระงับอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่สละทิฏฐิบาปแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรม ระงับอุกเขปนียกรรมฐาน ไม่สละทิฏฐิบาป แก่ภิกษุรูปนั้น .... พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม .... เป็นวรรคโดยธรรม .... เป็นวรรคโดยเทียมธรรม .... พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม .... พึงแต่งจักร เหมือนหนหลัง.

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์