|
|
| |
พระสูตรชุดเต็ม ชุด 28 |
 |
 |
|
| 2801 |
ห้ามภิกษุเท้าเปื้อน เท้าเปียก หรือสวมรองเท้าเหยียบเสนาสนะ อนุญาตใช้ผ้าพันเท้าเตียงตั่ง อนุญาตให้ปูลาด |
| 2802 |
ทรงอนุญาตอาหาร 7 ชนิด และตั้งพระภัตตุทเทสก์ แจกจ่ายอาหารอย่างยุติธรรม ในยามข้าวยากหมากแพง |
| 2803 |
ทรงอนุญาตให้แต่งตั้งภิกษุ ผู้รับผิดชอบจัดสรรที่อยู่อาศัย และแจกจ่ายสิ่งของ เครื่องใช้เล็กน้อย ในวัดอย่างเป็นธรรม |
| 2804 |
หัวข้อเรื่อง การสร้างเสนาสนะ รวม ๑๔๓ เรื่อง ทรงอนุญาตเสนาสนะ ๕ ชนิด เพื่อให้พระภิกษุมีที่พักพิงที่เหมาะสม |
| 2805 |
เรื่องพระเทวทัตปลอมเป็นงู เรื่องกักกุธโกฬิยบุตร เรื่องศาสดา ๕ จำพวก(ที่ไม่บริสุทธิ์) เรื่องพระเทวทัตขอปกครองสงฆ์ |
| 2806 |
พระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์ แต่ถูกพระพุทธเจ้าปฏิเสธและตำหนิอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การทำปกาสนียกรรม |
| 2807 |
เพระเทวทัตยุยงอชาตสัตตุกุมาร และส่งคนไปปลงพระชนม์พระศาสดา ทรงแสดงอนุปุพพิกถา,เรื่องพระเทวทัตทำโลหิตุปบาท |
| 2808 |
เรื่อง ปล่อยช้างนาฬาคิรี พระเทวทัตวางแผนปลงพระชนม์ฯ โดยใช้ช้างตกมัน แต่พระองค์สงบได้ด้วยเมตตา |
| 2809 |
ช่วงเหตุการณ์สำคัญที่ พระเทวทัตวางแผนแยกตัว และเสนอข้อปฏิบัติ "วัตถุ 5 ประการ" เพื่อหวังทำลายสงฆ์ |
| 2810 |
พระเทวทัตชวนภิกษุบวชใหม่ ๕๐๐ รูปแยกตัวไปอยู่สำนักตน แต่พระสารีบุตร และ พระโมคเทศนา จนกลับมาหาพระพุทธเจ้า |
| 2811 |
พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเทศนาที่เจือด้วยอาเทสนาปาฏิหาริย์ ให้ภิกษุทั้ง ๕๐๐ เห็นแจ้ง และกลับมาหาพระพุทธเจ้า |
| 2812 |
ข้อปฏิบัติพระอาคันตุกะ เพื่อปฏิบัติตนให้เรียบร้อย เมื่อเข้าสู่อาราม เช่นถอดรองเท้า หุบร่ม ลดผ้าคลุมศีรษะ ทำความเคารพ |
| 2813 |
อาวาสิกวัตร ข้อปฏิบัติของภิกษุเจ้าถิ่นต่อพระอาคันตุกะ , คมิกวัตร ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้จะเดินทางไปที่อื่น |
| 2814 |
ภัตตัคควัตร (ข้อปฏิบัติในโรงฉัน) ไม่ฉันมูมมาม/ ปิณฑจาริกวัตร (ข้อปฏิบัติบิณฑบาต) เดินสำรวม/ อารัญญกวัตร (วัตรของพระอยู่ป่า) |
| 2815 |
เสนาสนวัตร (ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย การจัดระเบียบ) ชันตาฆรวัตร (ข้อปฏิบัติในเรือนไฟ/โรงอบไอน้ำ หรือ ห้องอบสมุนไพร) |
| 2816 |
วัจจกุฎีวัตร ระเบียบปฏิบัติการใช้ห้องส้วม เช่นยืนข้างนอกพึงกระแอมขึ้น นั่งอยู่ข้างในให้กระแอมรับ,ไม่พึงถ่ายอุจจาระนอกราง |
| 2817 |
อุปัชฌายวัตร ข้อปฏิบัติที่พึงมีต่อพระอุปัชฌายะ เช่นต้องลุกแต่เช้าตรู่ ถอดรองเท้า ห่มผ้าเฉวียงบ่า ถวายไม้ชำระฟัน น้ำล้างหน้า |
| 2818 |
มูลเหตุสัทธิวิหาริกวัตร พระอุปัชฌายะใส่ใจดูแลพระสัทธิวิหาริก (ศิษย์ในสำนัก) จึงบัญญัติหน้าที่พระอุปัชฌายะที่พึงปฏิบัติ |
| 2819 |
อาจริยวัตร ข้อปฏิบัติที่ศิษย์พึงมีต่ออาจารย์..การปรนนิบัติ ดูแลเครื่องนุ่งห่ม การติดตาม ดูแลยามเจ็บไข้ การระงับความเห็นผิด |
| 2820 |
อันเตวาสิกวัตร วัตรปฏิบัติที่พระอาจารย์พึงประพฤติชอบต่ออันเตวาสิก (ศิษย์) เช่นการสอนธรรม การเกื้อกูล แก้ไขความเห็นผิด |
| 2821 |
วัตตขันธกะ วัตรปฏิบัติและมารยาทของภิกษุ แบ่งเป็น 4 เรื่อง มารยาทการเข้าสู่อาราม จัดการบริขาร ปฏิสันถาร สอบถามข้อมูล |
| 2822 |
เรื่องพระอานนทเถระทูลของพระพระภูมิภาคแสดงพระปาฏิโมกข์ ถึง 3 ครั้ง แต่พระองค์นิ่งเสีย ดูกรอานนท์ บริษัทไม่บริสุทธิ์ |
| 2823 |
ทรงงดแสดงปาฏิโมกข์ตั้งแต่บัดนี้ไป พวกเธอพึงสวดปาติโมกข์กันเอง ภิกษุที่มีอาบัติติดตัวห้ามเข้าฟังปาติโมกข์ |
| 2824 |
การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมและเป็นธรรม (ทรงแสดงมูลเหตุ) การวินิจฉัยการงดปาติโมกข์เป็นธรรม (ป้องกันการขัดขวาง) |
| 2825 |
พระอุบาลีทูลถามอธิกรณ์ (เช่น จักไม่ทำให้เกิดความบาดหมาง) ,พระอุบาลีทูลถามการโจท (เช่นมีเมตตาจิต เป็นพหูสูต) |
| 2826 |
ข้อปฏิบัติตามพระวินัยในการ "โจทก์" (ตักเตือน/กล่าวหาความผิด) ไม่มีจิตมุ่งร้าย ถูกกาลเวลา ใช้คำสุภาพ พูดเรื่องจริง |
| 2827 |
ว่าด้วยเรื่องการขับไล่ภิกษุทุศีล ออกจากพิธีอุโบสถ และการอุปมาอัศจรรย์ 8 ประการของพระธรรมวินัยที่ยิ่งใหญ่ดุจมหาสมุทร |
| 2828 |
เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมี เป็นจุดเริ่มต้นของการอนุญาตให้สตรีอุปสมบทเป็นภิกษุณี ภายใต้กฎเข้มคือ ครุธรรม ๘ ประการ |
| 2829 |
ภิกษุ อวดอวัยวะเพศ เปิดขาอ่อน พูดเกี้ยวพาราสีกับภิกษุณี ชักจูงบุรุษให้สมสู่กับภิกษุณี...เราอนุญาตให้ลงโทษโดยไม่ควรไหว้
ภิกษุณี อวดอวัยวะเพศ อวดขาอ่อน อวดถัน พูดเกี้ยวพาราสีกับภิกษุ ชักจูงสตรีให้สมสู่กับภิกษุ..เราอนุญาตให้ห้ามปราม |
| 2830 |
เรื่องงดโอวาท ..ข้อกำหนดของภิกษุสงฆ์ในการให้โอวาทแก่ภิกษุณี / วิธีรับโอวาทของภิกษุณี ..จำนวนภิกษุณีที่ไปรับโอวาท |
| 2831 |
การแต่งกายและการดูแลสรีระของภิกษุณี เช่นห้ามแต่งหน้า ห้ามใช้จีวรสีล้วน ห้ามแต่งกายคล้ายคฤหัสถ์ เช่นสวมเสื้อ ใส่หมวก |
| 2832 |
ห้ามภิกษุณีแย่งเครื่องบริขาร-กรณีภิกษุณีมรณภาพ ห้ามจ้องมองบุรุษ ห้ามนำทารกใส่บาตรเดิน ห้ามนำของถวายไปแจกจ่าย |
| 2833 |
ข้อบัญญัติในการบริหารเสนาสนะ ร่วมกับเครื่องนุ่งห่มซับโลหิต สำหรับภิกษุณีมีระดู |
| 2834 |
อันตรายิกธรรม ๒๔ ข้อ สำหรับผู้หญิงที่จะบวช และวางระเบียบวิธีซักซ้อมสอบถาม พร้อมขั้นตอนสวดอุปสมบทภิกษุณี |
| 2835 |
ข้อกำหนดเรื่องการปวารณาของภิกษุณี ในด้านพิธีกรรม เช่น การเดินทาง การสร้างที่อยู่อาศัย การงดอุโบสถ |
| 2836 |
เรื่องงดอุโบสถ ทรงห้ามภิกษุณีทำกรรม ๗ ประการ เรื่องไปด้วยยานพาหนะ ห้ามภิกษุณีไปด้วยยานพาหนะ โดยไม่มีเหตุอันควร |
| 2837 |
หญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสี ตั้งใจไปบวชต่อหน้าพระพุทธเจ้าแต่กลัวโจรดักปล้น..ทรงอนุญาตให้อุปสมบทด้วยทูต(ตัวแทน) |
| 2838 |
ภิกษุณีอยู่ป่า,ห้ามภิกษุณีจำพรรษาหรืออาศัยในป่า , กรณีเดินทางไกลทรงให้แต่งตั้งภิกษุณีด้วยกันเป็นเพื่อนเดินทางได้ |
| 2839 |
วินัยของภิกษุณี เช่น ห้ามอุปสมบทซ้ำ ห้ามนั่งขัดสมาธิ ห้ามให้คนอื่นขัดนวดถูตัว ห้ามอบไอน้ำ ห้ามอาบน้ำทวนกระแส |
| 2840 |
"ภิกขุนีขันธกะ" หมวดว่าด้วยนางภิกษุณีและการเกิดขึ้นของภิกษุณีสงฆ์ รวมทั้งหมด 101 เรื่อง (นับได้จริง 109 เรื่อง) |
| 2841 |
ในการสังคายนา (ครั้งที่1) ถกเถียงเรื่องสิกขาบทเล็กน้อย พระมหากัสสปะ จึงเสนอให้คงเดิมไว้ทั้งหมดโดยไม่มีการเพิกถอน |
| 2842 |
ปรับอาบัติพระอานนท์ (ปฐมสังคายนา) พระเถระให้พระอานนท์ยอมรับผิด เช่นไม่ทูลขอให้อยู่ต่อตลอดกัป (น่าจะเป็นเรื่องแต่ง) |
| 2843 |
เรื่องพระปุราณเถระ ,เรื่องลงพรหมทัณฑ์แก่ภิกษุฉันนะ, เรื่องพระเจ้าอุเทนและพระมเหสีถวายผ้าคนละ 500 ผืน รวม 1,000 ผืน |
| 2844 |
การสังคายนาครั้งที่ ๑ มีพระมหากัสสปะเป็นประธาน, เรื่องพระวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการ (ที่เป็นการล่วงละเมิดพระธรรมวินัย) |
| 2845 |
พระยสกากัณฑกบุตร และ เครื่องเศร้าหมองของพระจันทร์พระอาทิตย์ ๔ อย่าง เป็นเรื่องที่เกิดหลังพ.ปรินิพพานล่วงไป๑๐๐ ปี |
| 2846 |
เรื่องนายบ้านชื่อมณีจูฬกะ ว่าด้วย การรับทองและเงิน ของภิกษุ ซึ่งเป็นเหตุที่นำไปสู่การทำสังคายนาครั้งที่ 2 |
| 2847 |
อุกเขปนียกรรม (สวดยกออกจากหมู่) พระสัมภูตสาณวาสีเถระ (วัตถุ ๑๐ ประการ) เรื่องพระเรวตเถระ (ระงับอธิกรณ์) |
| 2848 |
ปุจฉาวิสัชนาวัตถุ ๑๐ ประการ พระยสกากัณฑกบุตร ถามพระเรวตเถระ ผู้เป็นพระพหูสูต ผู้ทรงจำพระธรรมวินัย |
| 2849 |
เรื่อง พระอชิตะ ผู้มีบทบาทจัดสถานที่สังคายนาครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่ วาลิการาม เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี (ปัจจุบันอยู่ในรัฐพิหาร) |
| 2850 |
พระเรวตเถระเสนอตั้งคณะกรรมการ ภิกษุฝ่ายปราจีน และฝ่ายปาฐา ฝ่ายละ 4 รูป เพื่อระงับอธิกรณ์ |
| 2851 |
การเตรียมพิจารณาอธิกรณ์ (ข้อพิพาทวัตถุ ๑๐ ประการ) และการตรวจสอบธรรมวาทีของพระเถระเพื่อเตรียมสังคายนาครั้งที่ ๒ |
| 2852 |
ว่าด้วยการกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมในแบบต่างๆ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินว่า รูปแบบใดเป็นอาบัติปาราชิก แบบใดเป็นอาบัติรอง |
| 2853 |
เรื่องอสุจิ (สุกกะ) ห้ามภิกษุทำน้ำอสุจิให้เคลื่อนด้วยความจงใจ ข้อห้ามที่เป็นอาบัติสังฆาทิเสส โดยจำแนกสีอสุจิ 10 ประเภท |
| 2854 |
เรื่องอสุจิ (สุกกะ) แจกแจงพฤติกรรมและความเจตนา ผ่านวิธีการสลับในวงล้อ อุภโตพัทธมิสสกจักร -กุจฉิจักร - ปิฏฐิจักร |
| 2855 |
ปุจฉาวิสัชนาวัตถุ ๑๐ ประการ เหตุการณ์สำคัญในการตัดสินข้อปฏิบัติของภิกษุชาววัชชี ต้นเหตุแห่งการแยกนิกายในพุทธศาสนา |
| 2856 |
การจงใจทำน้ำอสุจิเคลื่อน ในส่วนของอนาปัตติวาร (ข้อยกเว้นไม่เจตนา) และวินีตวัตถุ (กรณีตัวอย่าง) |
| 2857 |
ห้ามไม่ให้ภิกษุเป็น "คนกลาง" จัดการเรื่องคู่ครอง หากอยู่กินกันเป็นสามีภรรยา ภิกษุจะต้อง อาบัติสังฆาทิเสส |
| 2858 |
ห้ามไม่ให้พระภิกษุทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อแม่ชัก รับคำจากผู้ชายไปบอกผู้หญิง หรือรับคำจากผู้หญิงไปบอกผู้ชาย..ผิดวินัยขั้นรุนแรง |
| 2859 |
การทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง (แม่สื่อ)"ในแบบอุภโตพัทธกจักร ระหว่างสตรีที่มีผู้ปกครองดูแล กับ ภรรยาในรูปแบบต่างๆ |
| 2860 |
ห้ามภิกษุเป็นพ่อสื่อแม่สื่อ ไม่ว่าจะเต็มใจรับคำ หรือไม่ก็ตาม หากมีการกระทำที่เอื้อให้ชายหญิงได้ครองคู่กัน จะต้องอาบัติ |
| 2861 |
ข้อยกเว้น การชักสื่อ ที่ไม่ต้องอาบัติ เช่น การคุยเรื่องงานสงฆ์ และการคำนวณมูลคดีความผิด ตามลักษณะการชักสื่อชายหญิง |
| 2862 |
การสร้างกุฏิส่วนตัว เช่นต้องสร้างในพื้นที่ที่สงฆ์กำหนดให้เท่านั้น , สร้างในที่ไม่มีอันตราย ไม่รบกวนสัตว์และสภาพแวดล้อม |
| 2863 |
เรื่องทรงอนุญาตบรรพชาและอุปสมบทด้วย ไตรสรณคมน์ น้อมรับเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งอันสูงสุด |
2864 |
เรื่องราวการบัญญัติความสัมพันธ์และหน้าที่ระหว่างพระอุปัชฌาย์กับสัทธิวิหาริก (ศิษย์) |
| 2865 |
สัทธิวิหาริกวัตร ข้อวัตร ที่พระอุปัชฌาย์พึงปฏิบัติ ต่อสัทธิวิหาริก (ศิษย์) |
| 2866 |
เรื่องการประณามและการให้ขมา ทรงอนุญาตให้พระอุปัชฌาย์สามารถ “ประณาม” (สั่งขับไล่หรือตัดสิทธิ์) |
| 2867 |
เรื่องพราหมณ์คนหนึ่ง พราหมณ์ได้เข้ามาขอบรรพชากับภิกษุ แต่ไม่มีรูปใดบวชให้ ทรงให้พระสารีบุตรบวชให้ด้วย ญัตติจตุตถกรรม |
| 2868 |
ระเบียบและข้อห้ามในการบอกนิสสัย (เครื่องอาศัย) แก่ผู้บวชใหม่ พร้อมเกณฑ์คุณสมบัติของพระอุปัชฌาย์ |
| 2869 |
ห้ามภิกษุผู้เขลาให้อุปสมบทแก่กุลบุตร ทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้ฉลาดเฉียบแหลมและมีพรรษา ๑๐ ขึ้นไปเท่านั้นทำหน้าที่ |
| 2870 |
อาจริยวัตร.. อันเตวาสิก (ศิษย์) พึงประพฤติชอบต่ออาจารย์ /อันเตวาสิกวัตร...อาจารย์พึงประพฤติชอบต่ออันเตวาสิก (ศิษย์) |
| 2871 |
ทรงอนุญาตให้อุปัชฌาย์ขับไล่ (ประณาม) ศิษย์ที่ไม่เคารพได้ โดยศิษย์ที่ถูกขับไล่ แล้วต้องขอขมา มิฉะนั้นจะปรับอาบัติ |
| 2872 |
การให้นิสสัย (รับศิษย์เข้าปกครอง) ทรงตำหนิภิกษุที่มีพรรษาครบ 10 แต่ยังเป็นผู้เขลา ทำนองอาจารย์โง่ แต่ศิษย์ฉลาด |
| 2873 |
ห้ามภิกษุผู้ขาดคุณธรรม 5 ประการ (ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาน..) รวมถึงภิกษุต่ำกว่า10 พรรษา เป็นพระอุปัชฌาย์ให้นิสสัย |
| 2874 |
ติตถิยปริวาส นักบวชนอกศาสนา (อัญเดียรถีย์) ต้องอยู่ปริวาสเพื่อดูความประพฤติ ๔ เดือน ก่อนจะอุปสมบทเป็นภิกษุ |
| 2875 |
ห้ามอุปสมบทแก่คนเป็นโรค ๕ ชนิด, ห้ามบวชให้ ข้าราชการ/ทหาร (ราชภัฏ) ที่ยังมีหน้าที่ต่อแผ่นดิน ห้ามบวชให้กับโจร |
| 2876 |
ทรงห้ามบวชให้โจรหนีคุก คนมีหนี้ และทาส เพื่อป้องกันข้อครหาจากสังคม และไม่ให้ใช้ผ้าเหลืองหนีความผิดทางโลก |
| 2877 |
ทรงอนุญาตปลงผมก่อนบวช และห้ามอุปสมบทให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี (พวกเด็กชายสัตตรสวัคคีย์) เนื่องจากยังไม่อดทน |
| 2878 |
ห้ามบวชเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีเป็นสามเณร เว้นแต่จะรู้เดียงสาจนสามารถ ไล่กา ได้ และห้ามภิกษุมีสามเณรรับใช้พร้อมกัน ๒ รูป |
| 2879 |
ภิกษุใหม่ต้องถือนิสสัยกับอุปัชฌาย์จารย์ที่มีพรรษา ๑๐ ขึ้นไป เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติองค์ ๕ และองค์ ๖ เช่นศีล สมาธิ ปัญญา |
| 2880 |
โปรดให้พระสารีบุตร บวชพระราหุลเป็นสามเณรรูปแรก ด้วยวิธีไตรสรณคมน์ ทรงห้ามบวชกุลบุตรที่บิดามารดายังมิได้อนุญาต |
| 2881 |
ทรงบัญญัติทัณฑกรรมสามเณรที่ทำผิด 5 ประการ (องค์ ๕) และองค์แห่ง นาสนะ 10 ประการ (องค์ ๑๐) สำหรับขับไล่สามเณร |
| 2882 |
ห้ามบัณเฑาะก์และคนลักเพศอุปสมบท หากบวชแล้วทรงสั่งให้ปฏิเสธและให้สึกทันที เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของพระศาสนา |
| 2883 |
พญานาคแปลงกายมาบวช แต่ร่างเดิมปรากฏขณะหลับ พระพุทธเจ้าจึงทรงให้สึก เพราะสัตว์เดรัจฉานบวชไม่ได้ |
| 2884 |
ห้ามผู้ที่ทำอนันตริยกรรมอุปสมบท (เช่น ฆ่ามารดา บิดา พระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้า ทำลายสงฆ์) หากบวชแล้วก็ต้องให้สึกทันที |
| 2885 |
ห้ามภิกษุให้นิสสัย หรือถือนิสสัยกับอลัชชี (ผู้ไม่ละอาย) แต่ผ่อนปรนให้ภิกษุผู้เดินทางไกลอยู่ตามลำพังได้ โดยไม่ต้องถือนิสสัย |
| 2886 |
การผ่อนปรนกฎข้อบังคับในการอุปสมบท เช่น การสวดระบุโคตรแทนชื่อ, การให้บวชพร้อมกันได้คราวละหลายรูป |
| 2887 |
ทรงอนุญาตให้บอก "นิสสัย ๔" หรือปัจจัยสี่เครื่องอาศัยดำรงชีพแก่พระบวชใหม่ทันที หลังอุปสมบทเสร็จสิ้น |
| 2888 |
อุททานคาถา คาถาสรุปคุณประโยชน์ของพระวินัย ตราบใดที่พระวินัยยังคงอยู่ พระพุทธศาสนา ก็จะยังไม่เสื่อมสูญ |
| 2889 |
ทรงอนุญาตการประชุม วันอุโบสถ และการสวดพระปาติโมกข์ ตามคำกราบทูลของพระเจ้าพิมพิสาร เพื่อความสามัคคีของสงฆ์ |
| 2890 |
เครื่องหมายบอกเขต (นิมิต 8 ประการ) เพื่อใช้ทำสังฆกรรม เช่นสมมติสีมา(กำหนดเขต),ต้องเริ่มจาก"ทักนิมิต (เครื่องหมาย) |
| 2891 |
ทรงให้คณะสงฆ์พร้อมใจกันสมมติอาคารที่กำหนด (เช่น วิหาร หรือถ้ำ) เป็นโรงอุโบสถ เพื่อใช้สวดปาติโมกข์ |
| 2892 |
การสมมติและเพิกถอนแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร (ติจีวราวิปปวาส) หลังพระกัสสปะลุยน้ำมาทำอุโบสถจนจีวรเปียก |
| 2893 |
อุโบสถ 2 ประเภท (14 ค่ำ และ 15 ค่ำ) และวิธีสวดพระปาติโมกข์ 5 ระดับ (ตั้งแต่แบบย่อจนถึงแบบเต็มพิสดาร) |
| 2894 |
เรื่องสวดปาติโมกข์ ให้ภิกษุผู้สามารถสวดปาติโมกข์แทนพระเถระผู้เขลา,ให้ภิกษุบวชใหม่เรียนนับปักษ์ (คำนวณ)ข้างขึ้นข้างแรม |
| 2895 |
ระเบียบข้อบังคับ และธรรมเนียมปฏิบัติในการประชุมสงฆ์ เพื่อให้พิธีสวดปาติโมกข์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสามัคคี |
| 2896 |
ให้ภิกษุป่วย มอบปาริสุทธิและฉันทะ รวมถึงมีพุทธบัญญัติ รองรับภิกษุถูกคุมขัง หรือวิกลจริต เพื่อให้การทำอุโบสถถูกต้อง |
| 2897 |
วิธีทำอุโบสถ ๓ อย่างคือการสวดปาติโมกข์ ,การบอกความบริสุทธิ์ ,การตั้งจิตอธิษฐาน ตามจำนวนสงฆ์ที่มีในอาวาสนั้น |
| 2898 |
หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติการจัดการอาบัติก่อนการทำอุโบสถและฟังปาติโมกข์ เช่นขั้นตอนการปลงอาบัติ การทำญัตติกรรมวาจา |
| 2899 |
แนวทางปฏิบัติและการปรับอาบัติ 15 ข้อ เมื่อมีภิกษุต่างถิ่นมาสมทบ (อาคันตุกะ) ขณะที่ภิกษุเจ้าถิ่นกำลังทำพิธีอุโบสถอยู่ |
| 2900 |
หลักความสามัคคี และการจัดระเบียบวิธีทำอุโบสถ เมื่อพระภิกษุเจ้าถิ่น และพระภิกษุผู้มาเยือน นับวันอุโบสถไม่ตรงกัน |
| |
|
|