28/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๖๒๒]
ปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์
(เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปฐมสังคายนา หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว)
[๖๒๒] ครั้งนั้น พระเถระทั้งหลายได้กล่าว กะท่านพระอานนท์ว่า ท่านอานนท์ ข้อที่ท่านไม่ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ก็สิกขาบทเหล่าไหน เป็น สิกขาบทเล็กน้อย นี่เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้น
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า เพราะระลึกไม่ได้ ข้าพเจ้าจึงมิได้ทูลถาม พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า สิกขาบทเหล่าไหน เป็นสิกขาบทเล็กน้อย ข้าพเจ้า ไม่เห็นเหตุ ที่ไม่ได้ทูลถามนั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้า ยอมแสดงอาบัติทุกกฏนั้น
พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า ท่านอานนท์ ข้อที่ท่านเหยียบผ้าวัสสิกสาฎก ของ พระผู้มีพระภาคเย็บ แม้นี้ก็เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้น
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าเหยียบผ้าวัสสิกสาฎก ของพระผู้มีพระภาค เย็บโดยมิได้เคารพก็หามิได้ ข้าพเจ้าไม่เห็นเหตุที่เหยียบนั้น ว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ายอมแสดงอาบัติทุกกฏนั้น
พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า ท่านอานนท์ ข้อที่ท่านให้มาตุคามถวายบังคม พระสรีระ ของพระผู้มีพระภาคก่อน พระสรีระของพระผู้มีพระภาค เปื้อนน้ำตาของ พวกนาง ผู้ร้องไห้อยู่ แม้นี้ก็เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้น
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าคิดว่ามาตุคามเหล่านี้ อย่าได้อยู่จน เวลาพลบค่ำ จึงให้พวกมาตุคามถวายบังคมพระสรีระ ของพระผู้มีพระภาค ก่อนข้าพเจ้า ไม่เห็นเหตุที่ให้มาตุคาม ถวายบังคมพระสรีระของพระผู้มีพระภาคนั้น ว่าเป็นอาบัติ ทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ายอมแสดงอาบัตินั้น
พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า ท่านอานนท์ ข้อที่เมื่อพระผู้มีพระภาค ทรงทำ นิมิต อันหยาบ กระทำโอภาสอันหยาบอยู่ ท่านไม่ทูลอ้อนวอน พระผู้มีพระภาคว่า ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงดำรงอยู่ ตลอดกัป ขอพระสุคตจงทรงดำรงอยู่ตลอดกัป เพื่อประโยชน์แก่ชนมาก เพื่อความสุข แก่ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย แม้นี้ ก็เป็นอาบัติ ทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้น
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าถูกมารดลใจ จึงไม่ได้ทูลอ้อนวอน พระผู้มีพระภาคว่า ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงดำรงอยู่ ตลอดกัป ขอพระสุคตจงทรงดำรง อยู่ตลอดกัป เพื่อประโยชน์แก่ชนมาก เพื่อความสุขแก่ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่ สัตว์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่เห็นเหตุนั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ายอม แสดงอาบัติทุกกฏนั้น
พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า ท่านอานนท์ ข้อที่ท่านได้ทำการขวนขวาย ให้มาตุคาม บวชในพระธรรมวินัย ที่พระตถาคตทรงประกาศแล้ว แม้นี้ก็เป็นอาบัติ ทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้น
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าทำการขวนขวาย ให้มาตุคามบวช ในพระธรรมวินัย ที่พระตถาคต ทรงประกาศแล้วด้วยคิดว่า พระนางมหาปชาบดีโคตมีนี้ เป็นพระเจ้าน้าของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ประคับประคอง เลี้ยงดูทรงประทานขีรธารา แก่พระผู้มีพระภาค เมื่อพระพุทธมารดาทิวงคต ได้ยังพระผู้มีพระภาคให้เสวยถัญญธารา ข้าพเจ้าไม่เห็นเหตุนั้นว่า เป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ายอม แสดงอาบัติทุกกฏนั้น
| |
ข้อสังเกตุ
การปรับอาบัติทุกกฏ แก่พระอานนท์ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ ดูไม่ค่อยเป็นธรรม เหมือนเป็นการคาดคั้น ทั้งที่ตัวเรื่องไม่ใช่ความผิดของท่านเลย และในทุกเหตุการณ์ ก็เกิดต่อหน้าพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ก็ไม่ได้ปรับอาบัติหรือตำหนิอะไร แล้วทำไม พระสงฆ์รูปอื่นถึงมาบังคับให้ท่านยอมรับผิดย้อนหลังเล่า? การทำเช่นนี้ดูเกินหน้าที่และบทบาทของสาวก เหมือนไม่ให้เกียรติพระพุทธเจ้า
เรื่องนี้จึงชวนให้คิด
หรือจะเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นในชั้นอรรถกถา ไม่ใช่เหตุการณ์จริงในการสังคายนาครั้งแรก ที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา เพราะดูย้อนแย้งกับมารยาทและความเหมาะสมของสาวกเป็นอย่างมากที่อยู่ ๆก็ลงโทษกันเอง ทั้งที่พระพุทธเจ้าทรงปล่อยผ่านไปแล้ว |
|
|