เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ    

ปุจฉาวิสัชนาวัตถุ ๑๐ ประการ เหตุการณ์สำคัญในการตัดสินข้อปฏิบัติของภิกษุชาววัชชี
ต้นเหตุแห่งการแยกนิกายในพุทธศาสนา
2855
  พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๖๔๒] - [๖๔๓]
 

(โดยย่อ)

ปุจฉาวิสัชนาวัตถุ 10 ประการ
ข้อปฏิบัติที่คลาดเคลื่อนจากพระวินัยของภิกษุชาววัชชี ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดการสังคายนาครั้งที่ 2 ปรากฏอยู่ใน พระไตรปิฎก เล่มที่ 7 วินัยปิฎก จุลวรรค ภาค 2 สัตตสติกขันธกะ ข้อ [642] - [643]
ที่มา P2848

วัตถุ ๑๐ ประการ (โดยย่อ)
1. สิงคิโลณกปฺป การเก็บเกลือไว้ เพื่อนำไปฉันปน กับอาหารในวันต่อไป
2. ทฺวงฺคุลกปฺป การฉันอาหารในเวลาบ่าย ล่วงเที่ยงไปแล้ว
3. คามนฺตรกปฺป การเข้าไปในละแวกบ้าน แล้วฉันอาหารที่ไม่เป็นเดน
4. อาวาสกปฺป การแยกทำอุโบสถในอาวาส (วัด) ที่มีสีมาเดียวกัน
5. อนุมาติกปฺป การทำอุโบสถโดยที่สงฆ์ยังมาไม่พร้อม
6. อาจิณฺณกปฺป การประพฤติปฏิบัติจรรยา ตามที่อุปัชฌาย์อาจารย์ เคยทำมา
7. อมถิตกปฺป การฉันนมสดที่แปรสภาพ จากน้ำนมมาแล้ว
8. ชโลกิปาตุกปฺป การดื่มสุราอย่างอ่อน หรือน้ำหมัก ไม่เป็นสุราเต็มที่
9. อทสกนิสีทนกปฺป การใช้ผ้าปูนั่งที่ไม่มีชาย หรือไม่มีตะเข็บ
10. ชาตรูปรชตุกปฺป การที่พระภิกษุสงฆ์รับเงินทอง หรือยินดีในเงินทอง

(เหตุการณ์นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล แต่เกิดหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานล่วงไปแล้ว 100 ปี หรือในปี พ.ศ.100 และปรากฎอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๗ หรือ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗)

 


 
  พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๖๔๒] - [๖๔๓]

ปุจฉาวิสัชนา

การถาม-ตอบ ระหว่างพระเรวตเถระ และพระสัพพกามีเถระ (ภิกษุอาวุโสผู้เป็นพหูสูตร)

เหตุการณ์ในที่ประชุมสงฆ์ (ที่ถือเป็นการสังคายนาพุทธศาสนาครั้งที่ 2 ในปี พศ. 100 )
ภิกษุวัชชี ตกเป็นจำเลยที่มีพฤติกรรมคลาดเคลื่อนจากพระวินัยและถูกเพ่งโทษจากชาวบ้าน
พระเรวตเถระ ยกมาถามในที่ประชุมทีละข้อ (ปุจฉา)
พระสัพพกามีเถระ
เป็นผู้วินิจฉัย (วิสัชนา)
ภิกษุสงฆ์ 700 รูป ทำการสาธยาย และลงมติยอมรับร่วมกัน (ตามพระวินัยเดิม)
การประชุมคณะสงฆ์พิจารณาลงมติเรื่องวัตถุ 10 ประการ ตามความเห็นของภิกษุชาววัชชี
ข้อที่ คำบาลี
(หัวข้อวัตถุ)
ภิกษุวัชชีถามในที่ประชุม
(คำปุจฉา)
คำวินิจฉัย ของพระสัพพกามีเถระ
(คำวิสัชนา)
1 สิงคิโลณกปฺป การเก็บเกลือไว้ในเขนง (กลักที่ทำด้วยเขาสัตว์) เพื่อนำไปฉันปน กับอาหารในวันต่อไป ควรหรือไม่? ไม่ควร เพราะขัดกับพระวินัยเรื่อง โภชนปฏิทิสสิยะ หรือการเก็บอาหารไว้ค้างคืน (โภชนสันนิธิ)
ต้องอาบัติปาจิตตีย์
2 ทฺวงฺคุลกปฺป การฉันอาหารในเวลาบ่าย ล่วงเที่ยงไปแล้ว 2 องคุลี (ประมาณ 1 ชั่วโมง) ควรหรือไม่? ไม่ควร เพราะขัดกับ วิกาลโภชนสิกขาบท ห้ามฉันอาหารในเวลาวิกาล (หลังเที่ยงวันถึงวันใหม่)
ต้องอาบัติปาจิตตีย์
3 คามนฺตรกปฺป การเข้าไปในละแวกบ้าน แล้วฉันอาหารที่ไม่เป็นเดน (ฉันอีกรอบโดย ไม่ได้ทำวินัยกรรม) ควรหรือไม่? ไม่ควร เพราะขัดกับ อนติริตตโภชนสิกขาบท ห้ามฉันอาหาร ที่เป็นปริมณฑลซ้ำ โดยมิใช่ ของเหลือจากภิกษุไข้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
4 อาวาสกปฺป การแยกทำอุโบสถในอาวาส (วัด) ที่มีสีมาเดียวกัน (ต่างคนต่างทำ ในเขตเดียวกัน) ควรหรือไม่? ไม่ควร เพราะขัดกับ อุโบสถขันธกะ ที่กำหนดให้สงฆ์ ที่อยู่ในสีมาเดียวกัน ต้องพร้อมเพรียงกัน ทำอุโบสถร่วมกัน เพื่อความสามัคคี
5 อนุมาติกปฺป การทำอุโบสถโดยที่สงฆ์ยังมาไม่พร้อม แล้วคิดว่า ค่อยไปขออนุมัติจากภิกษุ ที่มาทีหลัง ควรหรือไม่? ไม่ควร เพราะขัดกับ หลักการประชุมสงฆ์ ที่ต้องทำสมานสังวาส พร้อมกัน การทำกรรมก่อนแล้ว ขออนุมัติย้อนหลัง ถือเป็นโมฆะ และผิดวินัย
6 อาจิณฺณกปฺป การประพฤติปฏิบัติจรรยา ตามที่อุปัชฌาย์อาจารย์ เคยทำมา (แม้จะผิดวินัย) ควรหรือไม่? ไม่ควร วินัยสงฆ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมดั้งเดิม ของอาจารย์ แต่ต้องยึดตาม พระธรรมวินัย ที่พระพุทธองค์ ทรงบัญญัติไว้ เป็นเกณฑ์สูงสุด
7 อมถิตกปฺป การฉันนมสดที่แปรสภาพ จากน้ำนมมาแล้ว แต่ยังไม่กลายเป็น นมส้ม (นมเปรี้ยว) ในเวลาวิกาล ควรหรือไม่? ไม่ควร นมสด ที่ยังไม่แปรสภาพเต็มที่ ถือเป็น โภชนะ ขัดกับสิกขาบทวิกาลโภชนะ เช่นกัน
ต้องอาบัติปาจิตตีย์
8 ชโลกิปาตุกปฺป การดื่มสุราอย่างอ่อน หรือน้ำดื่ม ที่ยังหมัก ไม่เป็นสุราเต็มที่ (น้ำโท หรือน้ำตาลเมา ที่ยังไม่เปลี่ยนสภาพดี) ควรหรือไม่? ไม่ควร เพราะเข้าข่าย การดื่มน้ำเมา ขัดกับ สุราปานสิกขาบท ที่ห้ามดื่มสุรา และ
เมรัยทุกชนิด ต้องอาบัติปาจิตตีย์
9 อทสกนิสีทนกปฺป การใช้ผ้าปูนั่งที่ไม่มีชาย หรือไม่มีตะเข็บ ตามขนาดที่พระองค์ ทรงกำหนดไว้ ควรหรือไม่? ไม่ควร เพราะขัดกับ นิสีทนสิกขาบท ในหมวดปาจิตตีย์ ที่กำหนดขนาด และรูปแบบของผ้าปูนั่ง ไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความฟุ่มเฟือย
10 ชาตรูปรชตุกปฺป การที่พระภิกษุสงฆ์รับเงินทอง หรือยินดีในเงินทอง ที่มีผู้เก็บไว้ให้ ควรหรือไม่? ไม่ควร เพราะขัดกับ รูปิยสิกขาบท ในหมวด นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ห้ามภิกษุรับ หรือใช้ผู้อื่น ให้รับเงิน และทองโดยเด็ดขาด
 
เกร็ดประวัติศาสตร์เพิ่มเติม


ในการปุจฉาวิสัชนาครั้งนั้น พระเรวตเถระ เป็นผู้หยิบยกข้อปฏิบัติทั้ง 10 ประการนี้ ขึ้นถาม ทีละข้อ และ พระสัพพกามีเถระ (พระอรหันต์ผู้มีพรรษาสูงสุดในขณะนั้น) เป็นผู้วิสัชนาตัดสิน โดยสรุปว่า "วัตถุทั้ง 10 ประการนี้ ผิดพระธรรมวินัยทั้งหมด" ทำให้ข้อเสนอ ที่จะขอผ่อนปรนวินัย ของภิกษุกลุ่มวัชชีตกไป และนำไปสู่การร่วมมือกัน ชำระพระไตรปิฎก ให้บริสุทธิ์ ในการสังคายนาครั้งที่ 2

บทสรุป ภิกษุชาววัชชีไม่ยอมรับผลการวินิจฉัย จึงแยกตัวออกไปตั้ง นิกายมหาสังฆิกะ (พวกมาก) ต่อมาได้วิวัฒนาการมาเป็น นิกายมหายาน

ที่มา ปุจฉาวิสัชนาวัตถุ ๑๐ ประการ P2848

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เปรียบเทียบระหว่างอดีตเมื่อปี พศ.100 กับปัจจุบัน (ปี2569)
1. ชาวบ้าน กล้าเพ่งโทษ โพนทนา ติเตียนภิกษุที่ประพฤติผิดพระธรรมวินัย
2. ภิกษุอาวุโสสมัยนั้น เป็นพหูสูตร ทรงธรรม ทรงวินัย เป็นที่พึ่งแก่ภิกษุและชาวบ้านได้
3. การรักษาพระวินัย เป็นไปอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการฉันอาหารในเวลาบ่าย การดึ่ม ของมึนเมาอย่างอ่อน รวมทั้งการรับเงินรับทอง ซึ่งต่างกับปัจจุบันที่มักอ้างความจำเป็น ทำให้หย่อนยานในพระวินัย

 

 


 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
๑ ทีฆทิกาย ๒ มัชฌิมนิกาย ๓ สังยุตตนิกาย ๔ อังคุตตรนิกาย ๕ ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์