เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ    

เสนาสนวัตร (ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย การจัดระเบียบ เช่น กวาดพื้นวิหารและลาน)
ชันตาฆรวัตร (ข้อปฏิบัติในเรือนไฟ หรือ ห้องอบสมุนไพร เพื่อสุขภาพของภิกษุ)
2815
  18/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๔๓๐]-[๔๓๓]
 

(โดยย่อ)
เสนาสนวัตร (ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย การจัดระเบียบ) เช่น
   - หมั่นปัดกวาดหยากไย่บนเพดานและเช็ดฝุ่นตามซอกมุมกุฏิ
   - กวาดพื้นวิหารและลานโดยรอบให้สะอาด ไม่มีเศษขยะทิ้งค้าง
   - นำฟูก หมอน และเสื่อ ออกไปตากแดดสลัดฝุ่นเป็นประจำ
   - ยกเตียงและตั่งเช็ดถูทำความสะอาด ทั้งด้านบนและใต้ท้องเตียง
   - ไม่ลากเตียงตั่งให้ครูดไปกับพื้น
   - นำกระโถนขยะไปเททิ้ง ล้างให้สะอาด
   - หมั่นตรวจตราไม่ให้มีน้ำขังในภาชนะ

ชันตาฆรวัตร (ข้อปฏิบัติในเรือนไฟ/โรงอบไอน้ำ หรือ ห้องอบสมุนไพร) เช่น
   -ภิกษุใดไปถึงเรือนไฟก่อน ถ้ามีเถ้ามากต้องนำเถ้าไปเททิ้งให้เรียบร้อย
   -ต้องบดจุณ (ผงสมุนไพรสำหรับถูตัว) แช่ดินเหนียว และตักน้ำใส่รางน้ำไว้ให้พร้อม
   -เมื่อเข้าเรือนไฟ ห้ามทาร่างกายด้วยน้ำมันทับถมพระเถระ และไม่นั่งเบียดเสียดกัน
   -ต้องนุ่งผ้าอุทกสาฎก (ผ้าอาบน้ำฝน) ให้เรียบร้อย ห้ามเปลือยกายในเรือนไฟ
   -เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วต้องล้างเหงื่อไคล และเก็บภาชนะตักน้ำคว่ำไว้ให้เข้าที่
   -ภิกษุใดออกจากเรือนไฟเป็นรูปสุดท้าย ต้องดับไฟ ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท
   ....ฯลฯ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ (ความรู้)
1. โรงไฟ/เรือนไฟ ของลัทธิอื่นๆ (เช่น ชฎิล, พราหมณ์, ปริพาชกบางกลุ่ม)
เรียกว่า "อัคคิอาคาร" (โรงบูชาไฟ) หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับไฟ ใช้เป็นสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์สำหรับ "บูชาไฟ" (อัคคิหุตตะ) ซึ่งเป็นแกนหลักของลัทธิพราหมณ์และชฎิล พวกเขาเชื่อ ว่าไฟคือเทพเจ้า เป็นสื่อกลางในการส่งเครื่องเซ่น ไปถึงเทพบนสวรรค์

ลักษณะการใช้งาน มีการตั้งเตาไฟกูณฑ์เพื่อทำพิธีกรรมอย่างต่อเนื่อง มีการเติมน้ำมันเนย ไม้ฟืน และสวดมนต์อ้อนวอนอัญเชิญเทพเจ้า โดยต้องดูแลไม่ให้ไฟกองนี้ดับ นัยยะทางศาสนา เป็นเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อ ปาฏิหาริย์ และการทรมานตนเพื่อหลุดพ้น

2. เรือนไฟ ของพระพุทธศาสนา
วัตถุประสงค์ เพื่อสุขอนามัย พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้สร้างตามคำแนะนำของหมอชีวก โกมารภัจจ์ เพื่อใช้เป็น "ห้องอบไอน้ำสมุนไพร" สำหรับบำบัดรักษาโรคและขับพิษไข้ของภิกษุ (เช่น อาพาธจากลม อาการคัดจมูก ปวดเมื่อย หรืออัมพาต)

ลักษณะการใช้งาน เป็นอาคารมิดชิด มีเตาต้มน้ำสมุนไพร ให้เกิดไอน้ำอบอวล มีอ่างน้ำสำหรับ ล้างเหงื่อไคล และสรงน้ำชำระล้างร่างกาย มีข้อปฏิบัติ (ชันตาฆรวัตร) เพื่อความปลอดภัย และการแบ่งปันพื้นที่ร่วมกัน

นัยยะทางศาสนา เป็นเรื่องการแพทย์ สุขอนามัย และความเรียบร้อย ของหมู่สงฆ์ ไม่ได้มีความ ศักดิ์สิทธิ์ หรือ เกี่ยวเนื่องกับการบูชาอ้อนวอนใดๆ

 

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


18/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๔๓๐]-[๔๓๑]
จุลวรรค ภาค ๒

เสนาสนวัตร (ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย)

          [๔๓๐] สมัยนั้น ภิกษุมากรูปด้วยกันทำจีวรกรรมในที่แจ้งพระฉัพพัคคีย์ เคาะ เสนาสนะ บนที่สูงเหนือลม ภิกษุทั้งหลายถูกธุลีกลบ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุฉัพพัคคีย์จึงได้เคาะเสนาสนะ

          ที่สูงเหนือลม ภิกษุทั้งหลายถูกธุลีกลบ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค

          พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุฉัพพัคคีย์ เคาะเสนาสนะ บนที่สูงเหนือลม ภิกษุทั้งหลายถูกธุลีกลบ จริง หรือ
          ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า

          พระผู้มีพระภาค ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติเสนาสนวัตร แก่ภิกษุทั้งหลาย โดยประการที่ภิกษุทั้งหลาย พึงประพฤติเรียบร้อยในเสนาสนะ

          [๔๓๑] ภิกษุอยู่ในวิหารใด ถ้าวิหารนั้นรก ถ้าอุตสาหะอยู่ พึงชำระเมื่อจะชำระ วิหาร พึงขนบาตร จีวร ออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่งก่อน พึงขนผ้าปูนั่ง ผ้าปูนอน ออกวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง พึงขนฟูก หมอน ออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง เตียงพึง ยกต่ำๆ ขนออกไปให้ดี อย่าให้ครูดสี กระทบกระแทกบานและกรอบประตู แล้วตั้งไว้ ที่ควรแห่งหนึ่ง

ตั่งพึงยกต่ำๆ ขนออกไปให้ดีอย่าให้ครูดสีกระทบกระแทกบาน และกรอบประตู แล้วตั้งไว้ ที่ควรแห่งหนึ่ง เขียงรองเท้าเตียง พึงขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง กระโถนพึงขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง พนักอิงพึงขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง เครื่องลาดพื้นพึงกำหนดที่ปูไว้เดิม แล้วขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง ถ้าในวิหาร มีหยากไย่ พึงกวาดแต่เพดานลงมาก่อน พึงเช็ดกรอบหน้าต่าง

ประตูและมุมห้อง ถ้าฝาทาน้ำมันขึ้นราพึงเอาผ้าชุบน้ำบิดแล้วเช็ด ถ้าพื้นทาสีดำขึ้นรา พึงเอาผ้าชุบน้ำบิดแล้วเช็ด ถ้าพื้นไม่ได้ทำ พึงเอาน้ำพรมแล้วกวาดด้วยคิดว่า อย่าให้ฝุ่นกลบวิหาร พึงกวาดหยากเยื่อไปทิ้งเสีย ณ ที่ควรแห่งหนึ่ง ไม่พึงเคาะ เสนาสนะ ในที่ใกล้ภิกษุ ไม่พึงเคาะเสนาสนะในที่ใกล้วิหาร ไม่พึงเคาะเสนาสนะ ในที่ใกล้น้ำฉัน ไม่พึงเคาะเสนาสนะในที่ใกล้น้ำใช้ ไม่พึงเคาะเสนาสนะบนที่สูงเหนือลม พึงเคาะเสนาสนะในที่ใต้ลม

เครื่องลาดพื้นพึงผึ่งแดดในที่ควรแห่งหนึ่ง ชำระ เคาะ ปัด แล้วขนกลับไปปูไว้ตามเดิม เขียงรองเท้า เตียง พึงผึ่งแดดไว้ในที่ควรแห่งหนึ่ง เช็ดแล้วขนกลับตั้งไว้ตามเดิม เตียง ตั่ง พึงผึ่งแดดไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง ขัดสี เคาะ ยกต่ำๆ ทำให้ดีอย่าให้ครูดสี กระทบบาน และกรอบประตู ขนกลับตั้งไว้ตามเดิม ฟูกและหมอนพึงตากไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง เคาะ ปัดให้สะอาดแล้วขนกลับตั้งไว้ตามเดิม ผ้าปูนั่งและผ้าปูนอน พึงตากไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง สลัดให้สะอาดแล้วขนไปปูไว้ตามเดิม

กระโถน พนักอิง พึงตากไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง เช็ดแล้วขนไปตั้งไว้ตามเดิม พึงเก็บบาตร จีวร เมื่อเก็บบาตร พึงเอามือข้างหนึ่งจับบาตร เอามือข้างหนึ่งลูบคลำใต้เตียง หรือใต้ตั่งแล้วเก็บบาตร แต่อย่าเก็บบาตรบนพื้นที่ปราศจากเครื่องรอง เมื่อจะเก็บจีวร พึงเอามือข้างหนึ่งถือจีวร เอามือข้างหนึ่งลูบราวจีวร หรือสายระเดียงพึงทำชายไว้ ข้างนอก ขนดไว้ข้างใน

เก็บจีวร ถ้ามีลมเจือด้วยผงคลีพัดมาทางทิศตะวันออก พึงปิดหน้าต่างด้านตะวันออก ถ้ามีลมเจือด้วยผงคลีพัดมาทางทิศตะวันตก พึงปิดหน้าต่างด้านตะวันตก ถ้ามีลมเจือ ด้วยผงคลีพัดมาทางทิศเหนือพึงปิดหน้าต่างด้านเหนือ ถ้ามีลมเจือด้วยผงคลีพัดมาทาง ทิศใต้ พึงปิดหน้าต่างด้านใต้ ถ้าฤดูหนาว กลางวันพึงเปิดหน้าต่าง กลางคืนพึงปิด ถ้าฤดูร้อน กลางวันพึงปิดหน้าต่าง กลางคืนพึงเปิด ถ้าบริเวณ ซุ้มน้ำ โรงฉัน โรงไฟ วัจจกุฎีรกพึงปัดกวาดเสีย

ถ้าน้ำฉัน น้ำใช้ไม่มี พึงจัดตั้งไว้ ถ้าน้ำในหม้อชำระไม่มี พึงตักน้ำมาไว้ในหม้อชำระ ถ้าอยู่ในวิหารหลังเดียวกับภิกษุผู้แก่กว่า ยังไม่อาปุจฉาภิกษุผู้แก่กว่า ไม่พึงให้อุเทศ ไม่พึงให้ปริปุจฉา ไม่พึงทำการสาธยาย ไม่พึงแสดงธรรม ไม่พึงตามประทีป ไม่พึง ดับประทีป ไม่พึงเปิดหน้าต่าง ไม่พึงปิดหน้าต่าง

ถ้าเดินจงกรมในที่จงกรมเดียวกับ ภิกษุผู้แก่กว่า พึงเดินคล้อยตามภิกษุผู้แก่กว่า และไม่พึงกระทบกระทั่งภิกษุผู้แก่กว่า ด้วยชายผ้าสังฆาฏิ

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นเสนาสนวัตรของภิกษุทั้งหลาย ซึ่งภิกษุทั้งหลาย พึงประพฤติเรียบร้อยในเสนาสนะ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

18/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๔๓๒] - [๔๓๓]
จุลวรรค ภาค ๒

ชันตาฆรวัตร (ข้อปฏิบัติในเรือนไฟ)

          [๔๓๒] สมัยนั้น พระฉัพพัคคีย์ถูกพระเถระทั้งหลาย ในเรือนไฟห้ามอยู่อาศัย ความไม่เอื้อเฟื้อ ใส่ฟืนมาก ติดไฟ ปิดประตูแล้วนั่งที่ประตู ส่วนพระเถระทั้งหลาย ถูกความร้อน แผดเผา ออกประตูไม่ได้ สลบล้มลง บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์อันพระเถระทั้งหลาย ในเรือนไฟ ห้ามอยู่ จึงอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ใส่ฟืนมาก ติดไฟปิดประตูแล้วนั่งที่ประตู ส่วนพระเถระ ทั้งหลาย ถูกความร้อนแผดเผา ออกประตูไม่ได้สลบล้มลง จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค

ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม

          พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุฉัพพัคคีย์ อันพระเถระทั้งหลายในเรือนไฟห้ามอยู่ อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ใส่ฟืนมากติดไฟ ปิดประตู แล้วนั่งที่ประตู ภิกษุทั้งหลายถูกความร้อนแผดเผา ออกประตูไม่ได้ สลบล้มลง จริง หรือ

          ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า

          พระผู้มีพระภาค ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุอันพระเถระในเรือนไฟห้ามอยู่ ไม่พึงอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ใส่ฟืนมาก ติดไฟ รูปใดติดไฟต้องอาบัติทุกกฏ

          อนึ่ง ภิกษุไม่พึงปิดประตู แล้วนั่งขวางประตู รูปใดนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติวัตรในเรือนไฟแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยประการที่ภิกษุทั้งหลาย พึงประพฤติเรียบร้อยในเรือนไฟ

          [๔๓๓] ภิกษุใดไปสู่เรือนไฟก่อน ถ้ามีเถ้ามาก พึงเทเถ้าทิ้งเสีย ถ้าเรือนไฟรก พึงกวาดเสีย ถ้าชานภายนอกรก พึงกวาดเสีย ถ้าบริเวณ ซุ้มประตูศาลาเรือนไฟรก พึงกวาดเสีย พึงบดจุณไว้ พึงแช่ดินเหนียว พึงตักน้ำไว้ในรางน้ำ เมื่อจะเข้าไปสู่เรือนไฟ พึงเอาดินเหนียวทาหน้า ปิดทั้งข้างหน้าข้างหลัง แล้วจึงเข้าไปสู่เรือนไฟ ไม่พึงนั่งเบียดเสียดพระเถระ

ไม่พึงเกียดกันอาสนะภิกษุใหม่ถ้าอุตสาหะอยู่ พึงทำบริกรรมแก่พระเถระในเรือนไฟ เมื่อออกจากเรือนไฟ พึงถือตั่งสำหรับเรือนไฟแล้วปิดทั้งข้างหน้าข้างหลัง ออกจาก เรือนไฟ ถ้าอุตสาหะอยู่พึงทำบริกรรมแก่พระเถระแม้ในน้ำ ไม่พึงอาบน้ำ ข้างหน้าพระเถ ระ แม้เหนือน้ำก็ไม่พึงอาบ อาบแล้วเมื่อจะขึ้น พึงให้ทางแก่พระเถระผู้จะลง

ภิกษุใดออกจากเรือนไฟภายหลัง ถ้าเรือนไฟเปรอะเปื้อน พึงล้างให้สะอาด พึงล้างราง แช่ดิน เก็บตั่งสำหรับเรือนไฟ ดับไฟ ปิดประตู แล้วจึงหลีกไป

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นวัตรในเรือนไฟของภิกษุทั้งหลาย ซึ่งภิกษุทั้งหลาย พึงประพฤติ เรียบร้อยในเรือนไฟ

 


 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์