เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

อุกเขปนียกรรมที่ไม่เป็นธรรม และ อุกเขปนียกรรมที่เป็นธรรม 2614
  22/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๑๙๖]-[๑๙๘]
 


อุกเขปนียกรรมที่ไม่เป็นธรรม และ อุกเขปนียกรรมที่เป็นธรรม

ว่าด้วยการลง อุกเขปนียกรรม (การสวดประกาศยกภิกษุออกจากหมู่ หรือการคว่ำบาตร /ไล่ออก จากกลุ่มชั่วคราว)

๑. อุกเขปนียกรรมที่ไม่เป็นธรรม
ทรงแสดงลักษณะของอุกเขปนียกรรม (ฐานไม่เห็นอาบัติ, ฐานไม่ทำคืนอาบัติ หรือฐานไม่สละ ทิฏฐิ บาป) ที่ทำขึ้นอย่างผิดวินัย ไม่เป็นธรรม ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบและกรณีต่าง ๆ ดังนี้
     -แบ่งเป็นวรรคทำ สงฆ์ไม่ครบองค์ประชุมแยกกันทำกรรม
     -ทำโดยไม่เป็นธรรม ลงโทษโดยที่ตัวจำเลย ไม่มีความผิดจริง หรือทำผิดขั้นตอนวินัย
     -ไม่โจทจำเลยก่อน สงฆ์ลงโทษโดยที่ยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา หรือตักเตือนล่วงหน้า
     -ไม่ให้จำเลยให้การ สงฆ์ลงโทษโดยไม่เปิดโอกาสให้ภิกษุ ผู้ถูกกล่าวหาได้แก้ต่าง
     -ทำปรารภสิ่งมิใช่อาบัติ เป็นการลงโทษ ในเรื่องที่ไม่ใช่ความผิดทางพระวินัย

สรุปสาระสำคัญ กรรมใดก็ตาม ที่สงฆ์แยกพวกกันทำ (เป็นวรรค) ทำอย่างไม่ถูกต้องตามธรรม ไม่เป็นไปตามกระบวนการวินัย ไม่มีการไต่สวน หรือตัดสินในสิ่งที่ไม่ใช่อาบัติ กรรมนั้นถือเป็น อนิติกรรม (ใช้ไม่ได้) ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และไม่พึงระงับ ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง

๒. อุกเขปนียกรรมที่เป็นธรรม
ทรงแสดงถึงลักษณะ ของอุกเขปนียกรรม ที่ทำขึ้นอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งสงฆ์พึงปฏิบัติให้ชอบ ด้วยพระธรรมวินัย โดยมีองค์ประกอบตรงกันข้าม กับข้อข้างต้น คือ
     -สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ภิกษุในสีมาเข้าร่วมประชุมครบองค์สงฆ์ และมีมติเป็นเอกฉันท์
     -ทำโดยเป็นธรรม ดำเนินการตัดสินตามข้อเท็จจริง และหลักธรรมวินัยอย่างตรงไปตรงมา
     -ทำโดยทางที่ถูก มีการโจทก์ (แจ้งข้อกล่าวหา) และตักเตือนภิกษุนั้น ก่อนล่วงหน้า
     -ให้จำเลยให้การก่อน ซักไซ้ไล่เลียง และเปิดโอกาสให้ภิกษุได้ชี้แจงจนสิ้นกระบวนความ
     -ทำปรารภอาบัติจริง ลงโทษเพราะภิกษุรูปนั้น ต้องอาบัติจริง (เช่น ไม่เห็นอาบัติ หรือไม่ยอม ทำคืนอาบัติ) และไม่ยอมแก้ไข

สรุปสาระสำคัญกรรมที่สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน ทำโดยชอบธรรม ผ่านกระบวนการสอบสวน ให้สิทธิ ผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจง และตัดสินบนพื้นฐานของอาบัติ ที่เกิดขึ้นจริง กรรมนั้นถือเป็น นิติกรรม ที่สมบูรณ์ (ใช้ได้) เป็นธรรม เป็นวินัย และสงฆ์ พึงยอมรับผลของกรรมนั้น

ในความเป็นจริงและวิธีปฏิบัติในปัจจุบัน การพิจารณาความผิดของภิกษุไทย
มีทั้งส่วนที่ทำตามพระวินัย และไม่สอดคล้องกับพระวินัยข้อนี้ เกิดจากการทับซ้อนกันระหว่าง
"กฎหมายบ้านเมือง" และ "พระธรรมวินัย"
เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

22/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๑๙๖]-[๑๙๘]
มหาวรรค ภาค ๒
1)

อุกเขปนียกรรมที่ไม่เป็นธรรม

            [๑๙๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่เห็นอาบัติ สงฆ์หรือ ภิกษุหลายรูป หรือรูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัติ นั้นไหม?

            เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติที่จะเห็น สงฆ์ยกเธอเสียฐาน ไม่เห็นอาบัติ ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ทำคืนอาบัติ สงฆ์ หรือภิกษุหลายรูป หรือ รูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว จงทำคืนอาบัตินั้นเสีย เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติที่จะทำคืน สงฆ์ยกเธอเสียฐาน ไม่ทำคืนอาบัติ ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่สละทิฏฐิลามก สงฆ์หรือภิกษุหลายรูป หรือรูปเดียวโจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านมีทิฏฐิลามก จงสละทิฏฐิลามกนั้นเสีย เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายผมไม่มีทิฏฐิลามกที่จะสละ สงฆ์ยกเธอเสียฐาน ไม่สละทิฏฐิลามก ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม.

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่เห็นอาบัติ และไม่ทำคืนอาบัติสงฆ์ หรือ ภิกษุหลายรูปหรือรูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัต ินั้นไหม? จงทำคืนอาบัตินั้นเสีย เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติ ที่จะเห็น ไม่มีอาบัติที่จะทำคืนสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัติและฐานไม่ทำคืน ชื่อว่ากรรม ไม่เป็นธรรม.

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่เห็นอาบัติ และไม่สละทิฏฐิลามก สงฆ์หรือ ภิกษุหลายรูป หรือรูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัตินั้น ไหมท่านมีทิฏฐิลามก จงสละทิฏฐิลามกนั้นเสีย เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติที่จะเห็น ไม่มีทิฏฐิลามกที่จะสละ สงฆ์ยกเธอเสียฐานไม่เห็นอาบัติ และฐานไม่สละทิฏฐิลามกชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ทำคืนอาบัติ และไม่สละทิฏฐิลามก สงฆ์ หรือภิกษุหลายรูป หรือรูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว จงทำคืน อาบัตินั้นเสียท่านมีทิฏฐิลามก จงสละทิฏฐิลามกนั้นเสีย เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติที่จะทำคืน ไม่มีทิฏฐิลามกที่จะสละ สงฆ์ยกเธอเสียฐาน ไม่ทำคืนอาบัติ และฐานไม่สละทิฏฐิลามกชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่เห็นอาบัติ ไม่ทำคืนอาบัติ ไม่สละทิฏฐิลามก สงฆ์หรือภิกษุหลายรูป หรือรูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัตินั้นไหมจงทำคืนอาบัตินั้นเสีย ท่านมีทิฏฐิลามก จงสละทิฏฐิลามกนั้นเสีย เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติที่จะเห็น ไม่มีอาบัติที่จะทำคืน ไม่มีทิฏฐิลามกที่จะสละ สงฆ์ยกเธอเสียฐานไม่เห็นอาบัติฐานไม่ทำคืนอาบัติ และฐานไม่สละทิฏฐิลามก ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม.

            [๑๙๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้เห็นอาบัติ สงฆ์ หรือภิกษุหลายรูป หรือรูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัติ นั้นไหม?เธอกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมเห็นขอรับ สงฆ์ยกเธอเสียฐาน ไม่เห็น อาบัติ ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ทำคืนอาบัติ สงฆ์ หรือภิกษุหลายรูป หรือรูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว จงทำคืนอาบัตินั้นเสีย เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายผมจักทำคืนขอรับ สงฆ์ยกเธอเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติ ชื่อว่ากรรม ไม่เป็นธรรม.

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้สละทิฏฐิลามก สงฆ์ หรือภิกษุหลายรูป หรือ รูปเดียวโจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านมีทิฏฐิลามก จงสละทิฏฐิลามกนั้นเสีย เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมจักสละ ขอรับ สงฆ์ยกเธอเสียฐานไม่สละทิฏฐิ ลามก ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม.

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้เห็นอาบัติ และทำคืนอาบัติ ....
เป็นผู้เห็นอาบัติ และสละทิฏฐิลามก ....
เป็นผู้ทำคืนอาบัติ และสละทิฏฐิลามก ....
เป็นผู้เห็นอาบัติ ทำคืนอาบัติ และสละทิฏฐิลามก สงฆ์ หรือภิกษุหลายรูป หรือรูปเดียว โจทก์ เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัตินั้นไหม? จงทำคืนอาบัตินั้น ท่านมีทิฏฐิลามก จงสละทิฏฐิลามกนั้นเสีย เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมเห็น ขอรับ ผมจักทำคืน ขอรับ ผมจักสละ ขอรับ สงฆ์ยกเธอเสียฐานไม่เห็นอาบัติ ฐานไม่ทำคืนอาบัติ และฐานไม่สละทิฏฐิลามก ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม.

2)
อุกเขปนียกรรมที่เป็นธรรม

            [๑๙๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้เห็นอาบัติ สงฆ์ หรือ ภิกษุหลายรูปหรือรูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัต ินั้นไหม? เธอพูดอย่างนี้ว่าอาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติที่จะเห็น สงฆ์ยกเธอ เสียฐานไม่เห็นอาบัติ ชื่อว่ากรรมเป็นธรรม.

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ทำคืนอาบัติ สงฆ์ หรือภิกษุหลายรูป หรือ รูปเดียวโจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว จงทำคืนอาบัตินั้น เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายผมไม่มีอาบัติที่จะทำคืน สงฆ์ยกเธอเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติ ชื่อว่ากรรมเป็นธรรม.

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้สละทิฏฐิลามก สงฆ์ หรือภิกษุหลายรูป หรือ รูปเดียวโจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านมีทิฏฐิลามก จงสละทิฏฐิลามกนั้น เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายผมไม่มีทิฏฐิลามกที่จะสละ สงฆ์ยกเธอเสียฐานไม่สละทิฏฐิลามก ชื่อว่ากรรมเป็นธรรม.

            อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้เห็นอาบัติ ทำคืนอาบัติ ....
เป็นผู้เห็นอาบัติ และสละทิฏฐิลามก ....
เป็นผู้ทำคืนอาบัติ และสละทิฏฐิลามก ....
เป็นผู้เห็นอาบัติ ทำคืนอาบัติ และสละทิฏฐิลามก สงฆ์ หรือ ภิกษุหลายรูป หรือรูปเดียว โจทก์เธอว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัตินั้นไหม? จงทำคืนอาบัตินั้นท่าน มีทิฏฐิลามก จงสละทิฏฐิลามกนั้น เธอพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติ ที่จะเห็นไม่มีอาบัติที่จะทำคืน ไม่มีทิฏฐิลามกที่จะสละ สงฆ์ยกเธอเสียฐานไม่เห็นอาบัติ ฐานไม่ทำคืนอาบัติและฐานไม่สละคืนทิฏฐิลามก ชื่อว่ากรรมเป็นธรรม.



 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์