พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๑-๓
กิมัตถิยสูตร
[๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้-
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถ บิณฑิก เศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลถามพระผู้มี พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ศีลที่เป็นกุศล มีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ดูกรอานนท์ ศีลที่เป็นกุศล มี อวิปปฏิสาร(ความไม่เดือดร้อนใจ) เป็นผล มี อวิปปฏิสาร เป็นอานิสงส์
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็อวิปปฏิสารมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์
พ. ดูกรอานนท์ อวิปปฏิสาร มีปราโมทย์เป็นผล มีปราโมทย์เป็นอานิสงส์
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ปราโมทย์มีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์
พ. ดูกรอานนท์ ปราโมทย์มีปีติเป็นผล มีปีติเป็นอานิสงส์
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ปีติมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์
พ. ดูกรอานนท์ ปีติมีปัสสัทธิเป็นผล มีปัสสัทธิเป็นอานิสงส์
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ปัสสัทธิมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์
พ. ดูกรอานนท์ ปัสสัทธิมีสุขเป็นผล มีสุขเป็นอานิสงส์
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็สุขมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์
พ. ดูกรอานนท์ สุขมีสมาธิเป็นผล มีสมาธิเป็นอานิสงส์
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็สมาธิมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์
พ. ดูกรอานนท์ สมาธิมียถาภูตญาณทัสสนะเป็นผล มียถาภูตญาณทัสสนะ เป็นอานิสงส์
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ยถาภูตญาณทัสสนะ มีอะไรเป็นผล มีอะไร เป็นอานิสงส์
พ. ดูกรอานนท์ ยถาภูตญาณทัสสนะ มีนิพพิทาวิราคะเป็นผล มีนิพพิทาวิราคะ เป็นอานิสงส์
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็นิพพิทาวิราคะมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์
พ.
ดูกรอานนท์ นิพพิทาวิราคะ มีวิมุตติญาณทัสสนะ เป็นผล มีวิมุตติญาณ ทัสสนะ เป็นอานิสงส์
ดูกรอานนท์ ศีลที่เป็นกุศล มีอวิปปฏิสาร เป็นผล มีอวิปปฏิสาร เป็นอานิสงส์ อวิปปฏิสารมีปราโมทย์เป็นผล มีปราโมทย์ เป็นอานิสงส์ปราโมทย์ มีปีติเป็นผล มีปีติเป็นอานิสงส์ ปีติมีปัสสัทธิเป็นผล มีปัสสัทธิ เป็นอานิสงส์ ปัสสัทธิมีสุขเป็นผล มีสุขเป็นอานิสงส์ สุขมีสมาธิเป็นผล มีสมาธิเป็นอานิสงส์ สมาธิมียถาภูตญาณทัสสนะ เป็นผล มียถาภูตญาณทัสสนะ เป็นอานิสงส์ ยถาภูตญาณทัสสนะ มีนิพพิทาวิราคะ เป็นผล มีนิพพิทาวิราคะ เป็นอานิสงส์ นิพพิทาวิราคะ มีวิมุตติญาณทัสสนะ เป็นผล มีวิมุตติญาณทัสสนะ เป็นอานิสงส์ ด้วยประการดังนี้
ดูกรอานนท์ ศีลที่เป็นกุศลย่อมถึงอรหัต โดยลำดับด้วยประการดังนี้แล
จบสูตรที่
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๓-๔
เจตนาสูตร
กรรมที่ไม่ต้องทำด้วยความตั้งใจ
[๒] พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล ไม่ต้องทำเจตนา ว่า ขออวิปปฏิสาร จงเกิดขึ้นแก่เรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่อวิปปฏิสารเกิดขึ้นแก่ บุคคล ผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีลนี้เป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ไม่มีวิปปฏิสาร ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอปราโมทย์จง เกิดขึ้น แก่เรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ปราโมทย์เกิดขึ้นแก่บุคคล ผู้ไม่มีวิปปฏิสารนี้ เป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปราโมทย์ ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอปีติจงเกิดแก่เรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ปีติเกิดขึ้น แก่บุคคลผู้ปราโมทย์นี้เป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีใจปีติ ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอกายของเราจงสงบ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่กายของ บุคคล ผู้มีใจมีปีติสงบนี้ เป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีกายสงบ ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงเสวย ความสุข ข้อที่บุคคลผู้มีกายสงบเสวยสุขนี้ เป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความสุข ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอจิตของเรา จงตั้งมั่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่จิตของบุคคล ผู้มีความสุขตั้งมั่นนี้ เป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีจิตตั้งมั่น ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงรู้จงเห็น ตามความเป็นจริง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคล ผู้มีจิตตั้งมั่น รู้เห็นตามความเป็นจริงนี้ เป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้รู้เห็นตามความเป็นจริง ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจง เบื่อหน่าย จงคลายกำหนัด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้รู้ผู้เห็น ตามความเป็นจริง เบื่อหน่าย คลาย กำหนัด นี้ เป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้เบื่อหน่ายคลายกำหนัด ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเรา จงทำให้แจ้งซึ่ งวิมุตติญาณทัสสนะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคล ผู้เบื่อหน่ายคลาย กำหนัด ทำให้แจ้งซึ่งวิมุตติ ญาณทัสสนะ นี้เป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิพพิทาวิราคะ มีวิมุตติญาณทัสสนะ เป็นผล มีวิมุตติญาณ ทัสสนะ เป็นอานิสงส์ ยถาภูตญาณทัสสนะ มีนิพพิทาวิราคะเป็นผล มีนิพพิทาวิราคะ เป็นอานิสงส์ สมาธิมียถาภูตญาณทัสสนะเป็นผล มียถาภูตญาณทัสสนะ เป็นอานิสงส์ สุขมีสมาธิเป็นผล มีสมาธิเป็นอานิสงส์ ปัสสัทธิมีสุขเป็นผล มีสุขเป็นอานิสงส์ ปีติ มีปัสสัทธิ เป็นผลมีปัสสัทธิเป็นอานิสงส์ ปราโมทย์มีปีติ เป็นผล มีปีติเป็นอานิสงส์ อวิปปฏิสารมีปราโมทย์เป็นผล มีปราโมทย์เป็นอานิสงส์ ศีลที่เป็นกุศล มีอวิปปฏิสาร เป็นผล มีอวิปปฏิสารเป็นอานิสงส์ ด้วยประการดังนี้
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลาย ย่อมหลั่งไหล ไปสู่ธรรมทั้งหลาย ธรรมทั้งหลาย ย่อมยังธรรมทั้งหลาย ให้บริบูรณ์เพื่อจาก เตภูมิกวัฏ อันมิใช่ฝั่งไปถึงฝั่ง คือ นิพพานด้วยประการดังนี้แล |