ดูกรราธะ แม้เธอทั้งหลายก็จงรื้อ จงยื้อแย่ง จงกำจัด จงทำรูปให้ เป็นของเล่นไม่ได้ ....ฯลฯ ช่วยขยายความให้ด้วย
สัตตสูตร /ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าสัตว์ (ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ หน้าที่ ๑๙๒-๑๙๓) คลิก
ความสิ้นตัณหา คือ นิพพาน/ ชุด 5 เล่มจากพระโอษฐ์ คลิก
คำตอบจากAI
พุทธพจน์นี้ปรากฏใน ราธสูตร (พระไตรปิฎก เล่มที่ 17) ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงใช้ อุปมาเรื่อง "เรือนน้อยที่ทำด้วยดิน" (ปราสาททราย) เพื่อสอนให้เราเห็นความจริง ของชีวิต (ขันธ์ 5) และละความยึดติด มีนัยยะสำคัญดังนี้ครับ:
1. นัยยะของการเป็น "เด็กน้อย" และ "เรือนดิน"
กุมาร/กุมารีน้อย: เปรียบเสมือนปุถุชนที่ยังหลงในวัฏสงสาร.
เรือนน้อยที่ทำด้วยดิน: เปรียบเสมือน ขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ที่เราสร้างขึ้นและหลงสมมติว่าเป็น "ตัวตน" หรือ "ของตน".
อาการที่ยังหลงเล่น: ตราบใดที่เด็กยังมีความรัก ความพอใจ (ตัณหา) ในเรือนดินนั้น เขาก็จะทะนุถนอมและยึดถือว่ามันเป็นของจริง.
2. นัยยะของคำสั่ง "จงรื้อ จงยื้อแย่ง จงกำจัด"
เมื่อเด็กเหล่านั้น "หมดความรัก" ในเรือนดิน (ปราสาททราย) แล้ว เขาจะใช้มือและเท้า ทำลายเรือนดินนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี.
พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราทำแบบเดียวกันกับขันธ์ 5
จงรื้อ/จงกำจัด: หมายถึงการ "ทำลายความยึดมั่นถือมั่น" (อุปาทาน) ว่าร่างกาย และจิตใจนี้เป็นเรา.
ทำรูป (และขันธ์อื่นๆ) ให้เป็นของเล่นไม่ได้: หมายถึงการมองเห็นโทษ และ พระไตรลักษณ์ (ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา) จนกระทั่งใจไม่สามารถเข้าไป "สนุก" หรือ "เพลิดเพลิน" กับมันได้อีกต่อไป.
3. เป้าหมายสูงสุด: ความสิ้นไปแห่งตัณหา
การ "รื้อ" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการทำลายร่างกายให้แตกสลาย แต่เป็นการ "รื้อถอนตัณหา":
เมื่อรื้อถอนความยินดีในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณได้แล้ว จิตจะหลุดพ้นจากความเป็น "สัตว์" (ผู้ข้องอยู่).
การปฏิบัติเช่นนี้คือนิพพาน ซึ่งเปรียบเสมือนการเลิกเล่นของเล่นของเด็กที่เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้วนั่นเอง.
สรุปสั้นๆ คือ
ท่านสอนให้เรา "เลิกเล่นสมมติ" และมองให้เห็นว่าสิ่งที่ยึดถืออยู่นั้นเป็นเพียง "กองดิน" ที่ไม่มีสาระแก่นสาร เพื่อให้ใจเป็นอิสระจากความทุกข์ครับ.
|