เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
  AI กับพระไตรปิฎก
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ถาม AI :
ช่วยขยายความ แม้เธอทั้งหลายก็จงรื้อ จงยื้อแย่ง จงกำจัด
จงทำรูปให้ เป็นของเล่นไม่ได้ ....ฯลฯ

AI_078

 

ดูกรราธะ แม้เธอทั้งหลายก็จงรื้อ จงยื้อแย่ง จงกำจัด จงทำรูปให้ เป็นของเล่นไม่ได้ ....ฯลฯ ช่วยขยายความให้ด้วย
สัตตสูตร /ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าสัตว์ (ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ หน้าที่ ๑๙๒-๑๙๓) คลิก
ความสิ้นตัณหา คือ นิพพาน/ ชุด 5 เล่มจากพระโอษฐ์ คลิก

คำตอบจากAI


พุทธพจน์นี้ปรากฏใน ราธสูตร (พระไตรปิฎก เล่มที่ 17) ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงใช้ อุปมาเรื่อง "เรือนน้อยที่ทำด้วยดิน" (ปราสาททราย) เพื่อสอนให้เราเห็นความจริง ของชีวิต (ขันธ์ 5) และละความยึดติด มีนัยยะสำคัญดังนี้ครับ:

1. นัยยะของการเป็น "เด็กน้อย" และ "เรือนดิน"
กุมาร/กุมารีน้อย: เปรียบเสมือนปุถุชนที่ยังหลงในวัฏสงสาร.

เรือนน้อยที่ทำด้วยดิน: เปรียบเสมือน ขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ที่เราสร้างขึ้นและหลงสมมติว่าเป็น "ตัวตน" หรือ "ของตน".

อาการที่ยังหลงเล่น: ตราบใดที่เด็กยังมีความรัก ความพอใจ (ตัณหา) ในเรือนดินนั้น เขาก็จะทะนุถนอมและยึดถือว่ามันเป็นของจริง.

2. นัยยะของคำสั่ง "จงรื้อ จงยื้อแย่ง จงกำจัด"
เมื่อเด็กเหล่านั้น "หมดความรัก" ในเรือนดิน (ปราสาททราย) แล้ว เขาจะใช้มือและเท้า ทำลายเรือนดินนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี.

พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราทำแบบเดียวกันกับขันธ์ 5

จงรื้อ/จงกำจัด: หมายถึงการ "ทำลายความยึดมั่นถือมั่น" (อุปาทาน) ว่าร่างกาย และจิตใจนี้เป็นเรา.

ทำรูป (และขันธ์อื่นๆ) ให้เป็นของเล่นไม่ได้: หมายถึงการมองเห็นโทษ และ พระไตรลักษณ์ (ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา) จนกระทั่งใจไม่สามารถเข้าไป "สนุก" หรือ "เพลิดเพลิน" กับมันได้อีกต่อไป.

3. เป้าหมายสูงสุด: ความสิ้นไปแห่งตัณหา
การ "รื้อ" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการทำลายร่างกายให้แตกสลาย แต่เป็นการ "รื้อถอนตัณหา":

เมื่อรื้อถอนความยินดีในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณได้แล้ว จิตจะหลุดพ้นจากความเป็น "สัตว์" (ผู้ข้องอยู่).

การปฏิบัติเช่นนี้คือนิพพาน ซึ่งเปรียบเสมือนการเลิกเล่นของเล่นของเด็กที่เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้วนั่นเอง.

สรุปสั้นๆ คือ
ท่านสอนให้เรา "เลิกเล่นสมมติ" และมองให้เห็นว่าสิ่งที่ยึดถืออยู่นั้นเป็นเพียง "กองดิน" ที่ไม่มีสาระแก่นสาร เพื่อให้ใจเป็นอิสระจากความทุกข์ครับ.

 

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
รวมพระสูตรบุคคลสำคัญ
พระโมคคัลลานะ
พระสารีบุตร
พระเทวทัต
นิครนถ์ปริพาชก
พระมหากัปปินะ
พระอนุรุทธะ
พระอุบาลี
 
โครงสร้างสุตตันตปิฎก ๒๕ เล่ม
พระไตรปิฎกแบ่งเป็น ๕ นิกาย
๕ นิกาย สาระโดยย่อ
     ๕ นิกาย แยกแบบตาราง
  ทีฆทิกาย เล่มที่ ๙-๑๑
  ๒ มัชฌิมนิกาย เล่มที่ ๑๒-๑๔
  ๓ สังยุตตนิกาย เล่มที่ ๑๕-๑๙
  ๔ อังคุตตรนิกาย เล่มที่ ๒๐-๒๔
  ๕ ขุททกนิกาย เล่มที่ ๒๕-๓๓

๕ นิกาย แบบลัดสั้นใน ๑ หน้า
พระไตรปิฎก ๒๕ เล่ม (๙-๓๓)

  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           



หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์