พุทธวจนที่ว่า เราถูกจิตนี้คดโกงหลอกลวงมาตลอดกาลยาวนาน หมายความว่าอย่างไร
คำตอบจากAI
พุทธวจนนี้หมายถึงการที่ "จิต" หรือธรรมชาตินึกคิดของเรา มีลักษณะกะล่อน กลับกลอก และไม่คงที่ ทำให้เราหลงยึดติดในสังสารวัฏด้วยเหตุผลหลักดังนี้ครับ:
1.การหลอกให้ยึดมั่นในสิ่งที่ไม่เที่ยง:
จิตมักปรุงแต่งให้เราเห็นว่าสิ่งที่เป็นทุกข์เป็นสุข สิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเป็นของยั่งยืน และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา) ว่าเป็นตัวตน (อัตตา) ทำให้เราเพลิดเพลินอยู่ในภพภูมิ ต่างๆ ไม่จบสิ้น
2.ความกะล่อนของจิต:
พระพุทธเจ้าอุปมาว่าจิตเหมือน "พยับแดด"* หรือ "นักเล่นกล" ที่สร้างภาพมายาขึ้นมา ล่อลวงให้เราวิ่งตามตัณหา (ความอยาก) อยู่ตลอดเวลา พุทธวจนสถาบัน
* ai อุปมาจิตเหมือนพยับแดดนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะพยับแดดเป็นการอุปมา สัญญา ส่วน นักเล่นกลเป็นการอุปมาเรื่องจิตหรือวิญญาณ P352
3.การสะสมความคุ้นชิน (อนุสัย):
จิตเก็บสะสมความพอใจและความไม่พอใจจากอดีตชาติมานับไม่ถ้วน แล้วนำมา ปรุงแต่งเป็นอารมณ์ในปัจจุบัน ทำให้เราทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในกงล้อแห่งกรรม
สรุปคือ:
ตลอดสังสารวัฏ เราไม่ได้ถูกใครอื่นหลอก แต่ถูก "ความคิดและอารมณ์" ของตัวเอง หลอกให้หลงยินดีและยินร้าย จนต้องเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบสิ้น
วิธีแก้ตามหลักพุทธวจน คือการมีสติอยู่กับ กายคตาสติ (การระลึกรู้ในกาย) เพื่อไม่ให้ไหลไปตามการปรุงแต่งของจิตครับ
ที่มาของคำถาม:
(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓ ตรัสกับมาคัณฑิยะ เรื่องบุรุษตาบอด) P193
|