ทำไมพระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว แต่ยังเจริญอานาปานสติเป็นอันมาก
คำตอบจากAI (ถามครั้งที่ 1)
พระพุทธเจ้ายังคงเจริญอานาปานสติอย่างต่อเนื่อง แม้หลังจากตรัสรู้ เป็นพระอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ด้วยเหตุผลหลักคือ ทรงถือว่าอานาปานสติเป็น "ธรรมเป็นเครื่องอยู่" หรือ "วิหารธรรม" ของพระองค์
เหตุผลโดยละเอียดมีดังนี้
เป็นเครื่องอยู่ที่เป็นสุขในปัจจุบัน (ทิฏฐธัมมสุขวิหาร): สำหรับพระอรหันต์ผู้หมดกิเลสแล้ว การเจริญสมาธิ โดยมีอานาปานสติเป็นอารมณ์นั้น ไม่ใช่เพื่อการบรรลุธรรมขั้นสูงขึ้นไปอีก (เพราะบรรลุถึงที่สุดแล้ว) แต่เป็นการพักผ่อน อิริยาบถ ทางจิตใจ และช่วยให้กายกับจิตมีความผาสุข ในปัจจุบันขณะ
เพื่อสติสัมปชัญญะ:
การเจริญอานาปานสติช่วยให้พระพุทธองค์ ทรงดำรงสติและสัมปชัญญะ ไว้อย่างสมบูรณ์ตลอดเวลา
เป็นแบบอย่างแก่พุทธบริษัท:
พระองค์ทรงแสดงให้เห็นว่า แม้แต่พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยังทรงเห็นคุณค่า และเจริญธรรมปฏิบัตินี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นตัวอย่าง และยืนยันถึงอานิสงส์ อันยิ่งใหญ่ ของอานาปานสติว่าเป็น "ยอดของกรรมฐาน"
เป็นอุบายในการสอนธรรม:
เมื่อพระพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมหรือประทับอยู่ ณ ที่ใด หากมีผู้สงสัยในเรื่อง การปฏิบัติ พระองค์สามารถ ยกเรื่องอานาปานสติขึ้นมาสอนได้ทันที เพราะเป็นสิ่งที่พระองค์ ทรงทำเป็นประจำ และเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง
โดยสรุป อานาปานสติสำหรับพระพุทธเจ้า เป็นทั้งการดำเนินชีวิตประจำวัน อย่างมีสติ และเป็นสุข และเป็นธรรมเครื่องอยู่อันประเสริฐ ที่ทรงใช้เป็นแบบอย่างและสอนสั่งผู้อื่น ต่อไป
ถามครั้งที่ ๒
คำตอบจากAI (ครั้งที่ 2) ด้วยคำถามคล้ายกัน
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เป็นพระอรหันต์แล้ว แต่ยังทรงบำเพ็ญเพียร และอยู่ในสมาธิ อันประกอบด้วย อานาปานสติ (การตามรู้ลมหายใจ) เพราะสมาธิเหล่านี้เป็น "อารมณ์ของพระอรหันต์"
ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่ทำให้พระองค์ เข้าถึงความสงบสุข ที่แท้จริง, เป็นการรักษาธรรม, เป็นการเจริญวิปัสสนา และเป็นการแสดงธรรม แก่สรรพสัตว์ ให้เห็นถึง "มรรคผลนิพพาน" ไม่ใช่การบำเพ็ญเพื่อ "บรรลุ" อีกแล้ว แต่เป็นการดำรงอยู่ในธรรมอย่างสมบูรณ์ และเป็นแบบอย่างของพระอริยเจ้า ที่สงบเย็นอยู่เสมอครับ.
เหตุผลสำคัญ
สมาธิคือทางแห่งการดับทุกข์: แม้ตรัสรู้แล้ว แต่พระองค์ทรงแสดงให้เห็นว่าสมาธิ (อานาปานสติ) เป็นเครื่องมือสำคัญในการดับกิเลส และเข้าถึงความสงบ (นิพพาน) จึงทรงปฏิบัติอยู่เป็นนิจ เพื่อเป็นแบบอย่าง และแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติธรรมนั้น ต่อเนื่องยาวนานแค่ไหน.
รักษาความเป็นพระอรหันต์ (วิปัสสนูปนิสสยธัมม์):
สมาธิเหล่านี้เป็นเหมือน 'ที่พึ่ง' (อุปนิสสย) สำหรับพระอรหันต์ ช่วยให้ดำรงอยู่ในสภาวะ อรหัตตผล ได้อย่างมั่นคง ไม่ฟุ้งซ่าน และเป็นพื้นฐาน ในการเจริญปัญญา (วิปัสสนา) ต่อไป.
แสดงธรรมด้วยการกระทำ:
การที่พระองค์ทรงมีสมาธิแน่วแน่ตลอดเวลา เป็นการแสดงธรรม ให้เหล่าภิกษ ุและ พุทธศาสนิกชนเห็นว่า การมีจิตใจสงบตั้งมั่นนั้นเป็นอย่างไร และเป็นเครื่องย้ำเตือน ถึงอานุภาพของสมาธิ.
เพื่อความสุขสงบภายใน:
สมาธิทำให้พระองค์เข้าถึงความสุข ที่เกิดจากความสงบภายใน (อวิปัสสนาสุข, ปฐมฌาน - อรูปฌานสุข) ทำให้พระองค์ทรงเกษมสำราญอยู่ได้ โดยไม่เบื่อหน่ายแม้ใน
สภาวะที่ไม่มีกิเลสแล้ว.
เป็นการแสดงธรรมแก่เทวดาและพรหม:
บางครั้ง การบำเพ็ญสมาธิของพระองค์ ก็เพื่อให้เทวดา และพรหม ที่มาเฝ้าดูได้เห็น และเข้าใจหลักธรรมด้วย.
ดังนั้น การที่พระพุทธเจ้ายังคงทรงเข้าสมาธิ อันสัมปยุตด้วยอานาปานสติมาก ไม่ใช่เพราะยังต้อง "บรรลุธรรม" แต่เป็นการ "ดำรงอยู่ในธรรม" เพื่อเป็นแบบอย่าง, เพื่อรักษาธรรม, เพื่อความสุขสงบ และเพื่อโปรดสัตว์โลก ให้ดำเนินตามรอยพระบาทครับ.
|