พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ หน้าที่่ ๘-๑๐
ในพระวินัยปิฎก ภิกษุณีมี ปาราชิก 8 ข้อ (มากกว่าภิกษุ 4 ข้อ) โดย 4 ข้อแรก จะคล้ายคลึงกับของภิกษุ แต่ 4 ข้อหลัง (ข้อ 5-8) เป็นข้อที่บัญญัติขึ้น สำหรับภิกษุณีโดยเฉพาะ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างชัดเจนดังนี้ครับ:
1. ปาราชิกข้อ 5: ยินดีการจับต้องกาย (มัชฌิมาสิกขาบท)
สาระสำคัญ: ภิกษุณีมีความกำหนัด ยินดีให้ชายผู้มีความกำหนัด จับมือ จับชายจีวร หรือถูกต้องกายตั้งแต่ใต้ไหปลาร้าลงมาจนถึงเหนือเข่า
ความต่าง: ของภิกษุการจับต้องกายผู้หญิง (สังฆาทิเสส) ไม่ถึงขั้นขาดจาก ความเป็นพระ แต่ของภิกษุณีถือเป็น ปาราชิก (ขาดจากความเป็นภิกษุณีทันที)
2. ปาราชิกข้อ 6: ปกปิดโทษปาราชิกของภิกษุณีอื่น (วัชชปฏิจฉาทิกาสิกขาบท)
สาระสำคัญ: รู้ว่าภิกษุณีรูปอื่นต้องอาบัติปาราชิกแล้ว แต่ไม่ยอมบอกแก่สงฆ์หรือคณะสงฆ์ เพราะรักใคร่หรือต้องการปกป้องเพื่อน
ความต่าง: ของภิกษุการปกปิดอาบัติชั่วหยาบของผู้อื่นเป็นเพียงอาบัติ ปาจิตตีย์ แต่สำหรับภิกษุณีถือเป็นเรื่องร้ายแรงระดับ ปาราชิก
3. ปาราชิกข้อ 7: ประพฤติตามภิกษุที่ถูกสงฆ์ยกวัตร (อุกขิตตานุวัตติกาสิกขาบท)
สาระสำคัญ: ภิกษุณีไปคบหา สนับสนุน หรือประพฤติตามภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงโทษ "ยกวัตร" (สั่งพักงาน/ตัดสิทธิ์) และแม้เพื่อนภิกษุณีจะตักเตือนถึง 3 ครั้งแล้ว ก็ยังไม่ยอมเลิก
ความต่าง: ของภิกษุการคบหาลักษณะนี้มีโทษสถานเบากว่า (ปาจิตตีย์) แต่ภิกษุณี ที่ดื้อรั้นไม่ฟังคำเตือนของสงฆ์ในเรื่องนี้ต้อง ปาราชิก
4. ปาราชิกข้อ 8: ยินดีการลูบคลำและนัดหมาย (อัฏฐวัตถุกาสิกขาบท)
สาระสำคัญ: ภิกษุณีมีความกำหนัด ยินดีการจับมือ การจับชายจีวร การยืนคุย การเดินไปหา การนัดหมาย และการยินดีในการมาของชาย (รวม 8 อย่างที่เรียกว่า วัตถุ 8) เพื่อวัตถุประสงค์ทางกามารมณ์
ความต่าง: ข้อนี้เป็นการขยายความจากข้อ 5 ให้ครอบคลุมพฤติกรรม "เกี้ยวพาราสี" หรือการแสดงออกที่ส่อไปในทางชู้สาว ซึ่งในภิกษุไม่มีโทษรุนแรงถึงขั้นปาราชิ
|