เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เรื่องพระทัพพมัลลบุตร ถูกกล่าวหาว่าข่มขืน นางเมตติยาภิกษุณี 2495
 

พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖

เรื่องพระทัพพมัลลบุตร

เหตุการณ์ความขัดแย้ง (มูลเหตุแห่งสิกขาบท)

กลุ่มภิกษุฉัพพัคคีย์ (กลุ่ม 6 รูป) ไม่พอใจที่พระทัพพมัลลบุตร จัดที่พักและอาหารที่ตนไม่ถูกใจ จึงวางแผนใส่ร้ายท่าน การใส่ร้ายพวกเขาเกลี้ยกล่อมให้นางเมตติยาภิกษุณีไปทูลฟ้องพระพุทธเจ้า ว่า ถูกพระทัพพมัลลบุตรข่มขืน (ปาราชิกข้อ 1) เพื่อให้ท่านพ้นจากความเป็นพระ

พระพุทธเจ้าทรงเรียกประชุมสงฆ์ พระทัพพมัลลบุตรยืนยันความบริสุทธิ์ว่า "ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยรู้จักการเสพเมถุนแม้แต่ในฝัน"

ผลลัพธ์และสิกขาบท นางเมตติยาภิกษุณี ถูกสั่งให้ฉิบหาย (ให้พ้นจากสมณเพศ) เพราะกล่าวหา พระเถระด้วยเรื่องไม่จริง

พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบท ห้ามภิกษุโจทก์ (ฟ้อง) ภิกษุอื่นด้วยอาบัติปาราชิกไม่มีมูล (เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งกันในหมู่สงฆ์)

การยกย่อง พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระทัพพมัลลบุตรว่าเป็น เอตทัคคะ (ผู้เลิศ) ในด้านผู้จัดเสนาสนะ


ข้อสงสัยว่าบางส่วนน่าจะเป็นเรื่องแต่งใหม่ เพราะ พระทัพพมัลลบุตร มีอายุ ๗ ปี แต่สำเร็จเป็น พระอรหันต์ ข้อสงสัยนี้ได้ถาม ai แต่ ai กลับวินิจฉัยตามอรรถกถา

คำถามกับ ai
เรื่องพระทัพพมัลลบุตร พระไตรปิฎก เล่มที่ 1 กับ เล่มที่ 6 (เรื่องพระเมตติยะและ พระภุมมชกะ) ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ทำไมเนื้อหาไม่ตรงกัน และขัดแย้งกันเอง โดยเฉพาะ เล่ม1 ที่บอกว่า พระทัพพมัลลบุตร สำเร็จอรหันต์ขณะอายุ 7 ขวบ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่เล่มที่ 6 ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ (อ่านปุจฉา-วิสัชนา กับ ai)

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
รวมพระสูตรบุคคลสำคัญ
พระโมคคัลลานะ
พระสารีบุตร
พระเทวทัต
นิครนถ์ปริพาชก
พระมหากัปปินะ
พระอนุรุทธะ
พระอุบาลี
(ดูทั้งหมด)
สารบาญพระไตรปิฎก
เล่มที่ ๘-๓๓ (๒๕ เล่ม) ทุกพระสูตร
1. ฉบับหลวง
2. ฉบับมหาจุฬาฯ
3. อรรถกถาไทย
4. ฉบับภาษาบาลี
5. อรรถกถา-บาลี
6. Pali Roman (Roman Script)
7. Atthakatha PaliRoman
 
โครงสร้างสุตตันตปิฎก ๒๕ เล่ม
พระไตรปิฎกแบ่งเป็น ๕ นิกาย
๕ นิกาย สาระโดยย่อ
     ๕ นิกาย แยกแบบตาราง
  ทีฆทิกาย เล่มที่ ๙-๑๑
  ๒ มัชฌิมนิกาย เล่มที่ ๑๒-๑๔
  ๓ สังยุตตนิกาย เล่มที่ ๑๕-๑๙
  ๔ อังคุตตรนิกาย เล่มที่ ๒๐-๒๔
  ๕ ขุททกนิกาย เล่มที่ ๒๕-๓๓

๕ นิกาย แบบลัดสั้นใน ๑ หน้า
พระไตรปิฎก ๒๕ เล่ม (๙-๓๓)
 

 


 


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ หน้าที่ ๓๓๖-๓๓๙
จุลวรรค ภาค ๑

เรื่องพระทัพพมัลลบุตร

            [๕๘๙] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแลท่าน พระทัพพมัลลบุตร มีอายุ ๗ ปีนับแต่เกิด ได้ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัต คุณสมบัติอย่างใด อย่างหนึ่ง ซึ่งสาวกจะพึงบรรลุ ท่านได้บรรลุแล้วโดยลำดับทั้งหมด อนึ่งท่านไม่มี กรณียกิจ อะไรที่ยิ่งขึ้นไป หรือกรณียกิจที่ทำเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องกลับสั่งสมอีก

            [๕๙๐] ครั้งนั้น ท่านพระทัพพมัลลบุตรหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ได้เกิดความปริวิตก แห่งใจอย่างนี้ว่า เราแลมีอายุ ๗ ปีนับแต่เกิด ได้ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัตคุณสมบัติ อย่างใด อย่างหนึ่งซึ่งสาวก จะพึงบรรลุ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับทุกอย่างอนึ่งเล่า เราไม่มีกรณียกิจอะไรที่ยิ่งขึ้นไป หรือกรณียกิจที่เราทำเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องกลับมาสั่งสม อีก เราควรทำความช่วยเหลือแก่สงฆ์อย่างไรหนอ ลำดับนั้นท่านพระทัพพมัลลบุตร ได้คิดว่า มิฉะนั้น เราควรแต่งตั้งเสนาสนะ และแจกอาหารแก่สงฆ์

            [๕๙๑] ครั้นท่านพระทัพพมัลลบุตรออกจากที่เร้นในเวลาเย็น แล้วเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงพุทธสำนัก ถวายบังคมนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้า หลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ณ ตำบลนี้ได้เกิดความวิตกแห่งใจ อย่างนี้ว่า ข้าพระพุทธเจ้าแล มีอายุ ๗ ปีนับแต่เกิด ได้ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัต คุณสมบัติ อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งสาวกจะบรรลุ ข้าพระพุทธเจ้าก็ได้บรรลุแล้วโดยลำดับทุกอย่าง

            อนึ่งเล่า ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีกรณียกิจอะไรที่ยิ่งขึ้นไป หรือกรณียกิจ ที่ข้าพระพุทธเจ้าทำเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องกลับสั่งสมอีก ข้าพระพุทธเจ้าควรทำความ ช่วยเหลือ สงฆ์ อย่างไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้านั้นคิดตกลงใจว่า ถ้ากระไร ข้าพระพุทธเจ้าควรแต่งตั้งเสนาสนะ และแจกอาหารแก่สงฆ์ ข้าพระพุทธเจ้าปรารถนา จะแต่งตั้ง เสนาสนะ และแจกอาหารแก่สงฆ์พระพุทธเจ้าข้า

            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีละ ดีละ ทัพพะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงแต่งตั้งเสนาสนะ และแจกอาหารแก่สงฆ์เถิด ท่านพระทัพพมัลลบุตรทูลรับสนองพระพุทธานุญาตแล้ว

สมมติภิกษุแต่งตั้งเสนาสนะเป็นต้น

            [๕๙๒] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาใน เพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงสมมติทัพพมัลลบุตรให้เป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะและแจกอาหาร

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงสมมติอย่างนี้ เบื้องต้นพึงขอให้ทัพพะรับ ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-

กรรมวาจาสมมติ

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่ง ของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติท่านพระทัพพมัลลบุตร ให้เป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะและแจกอาหาร นี้เป็นญัตติ

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติท่านพระทัพพมัลลบุตร ให้เป็นผู้ แต่งตั้งเสนาสนะและแจกอาหาร การสมมติท่านพระทัพพมัลลบุตร ให้เป็นผู้แต่งตั้ง เสนาสนะ และแจกอาหาร ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด

            ท่านพระทัพพมัลลบุตร อันสงฆ์สมมติให้เป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะ และ แจกอาหารแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้

            [๕๙๓] ก็แล ท่านพระทัพพมัลลบุตรอันสงฆ์สมมติแล้ว ย่อมแต่งตั้งเสนาสนะ สำหรับหมู่ภิกษุผู้เสมอกันรวมไว้เป็นพวกๆ คือ ภิกษุเหล่าใดทรงพระสูตรท่านก็แต่งตั้ง เสนาสนะรวมภิกษุเหล่านั้น ไว้แห่งเดียวกันด้วยประสงค์ว่า พวกเธอจักซักซ้อม พระสูตรกัน

            ภิกษุเหล่าใดทรงพระวินัย ท่านก็แต่งตั้งเสนาสนะรวมภิกษุเหล่านั้น ไว้แห่งเดียวกัน ด้วยประสงค์ว่า พวกเธอจักวินิจฉัยพระวินัยกันภิกษุเหล่าใด เป็นพระธรรมกถึก ท่านก็แต่งตั้งเสนาสนะรวมภิกษุเหล่านั้นไว้แห่งเดียวกัน ด้วยประสงค์ว่า พวกเธอจักสนทนาธรรมกัน

            ภิกษุเหล่าใดได้ฌานท่านก็แต่งตั้งเสนาสนะรวมภิกษุเหล่านั้นไว้แห่งเดียวกัน ด้วยประสงค์ว่า พวกเธอจักไม่รบกวนกัน ภิกษุเหล่าใดชอบกล่าวดิรัจฉานกถา มีการบำรุงร่างกายอยู่มากท่านก็แต่งตั้งเสนาสนะรวมภิกษุเหล่านั้นไว้แห่งเดียวกัน ด้วยประสงค์ว่า ท่านเหล่านี้จักอยู่ด้วยความยินดีแม้นี้

            ภิกษุเหล่าใดมาในเวลาค่ำคืน ท่านก็เข้าจตุตถฌานมีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ แล้วแต่งตั้งเสนาสนะสำหรับภิกษุแม้เหล่านั้น ด้วยแสงสว่างนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย ย่อมแกล้งมาแม้เวลาค่ำ ด้วยประสงค์ว่า พวกเราจักได้ดูอิทธิปาฏิหาริย์ของท่าน พระทัพพมัลลบุตร ดังนี้ก็มี

            ภิกษุเหล่านั้นเข้าไปหาท่านพระทัพพมัลลบุตร แล้วพูดอย่างนี้ว่า พระคุณเจ้าทัพพะ ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผม

            ท่านพระทัพพมัลลบุตรถามภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า ท่านปรารถนาที่ไหน ผมจะแต่งตั้งที่นั้น ภิกษุเหล่านั้นแกล้งกล่าวอ้างที่ไกลๆ ว่า

            พระคุณเจ้าทัพพะขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ภูเขาคิชฌกูฏ
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่เหวสำหรับทิ้งโจร
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่กาฬศิลาข้างภูเขาอิสิคิลิ
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ถ้ำสัตตบรรณคูหาข้างภูเขาเวภาระ
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่เงื้อมเขาสัปปโสณฑิกะใกล้สีตวัน
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ซอกเขาโคมฏะ
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ซอกเขาติณฑุกะ
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ซอกเขากโปตะ
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ตโปทาราม
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผม ที่ชีวกัมพวัน
ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผม ที่มัททกุจฉิมฤคทายวัน

            ท่านพระทัพพมัลลบุตร จึงเข้าจตุตถฌานมีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ มีองคุลี ส่องสว่าง เดินนำหน้าภิกษุเหล่านั้นไป แม้ภิกษุเหล่านั้นก็เดินตามหลัง ท่านพระทัพพมัลลบุตรไป ด้วยแสงสว่างนั้นแล ท่านพระทัพพมัลลบุตรแต่งตั้ง เสนาสนะ สำหรับภิกษุเหล่านั้น โดยชี้แจงอย่างนี้ว่า นี่เตียง นี่ตั่ง นี่ฟูก นี่หมอนนี่ที่ถ่ายอุจจาระ นี่ที่ถ่ายปัสสาวะ นี่น้ำฉัน นี่น้ำใช้ นี่ไม้เท้า นี่ระเบียบกติกาสงฆ์ ควรเข้าเวลานี้ ควรออก เวลานี้ ครั้นแต่งตั้งเสนาสนะเพื่อภิกษุเหล่านั้นเสร็จแล้ว กลับมาสู่พระเวฬุวันวิหาร ตามเดิม



  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์