พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๓
๑. จักขุสูตร (อายตนะภายใน ๖)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
(ความบังเกิดความปรากฏแห่ง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
[๔๗๙] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏ แห่งจักษุ นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่ง โรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ.
ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏ แห่งหู ฯลฯ แห่งลิ้น ฯลฯ แห่งกาย ฯลฯ แห่งใจ นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความ ปรากฏ แห่งชราและมรณะ
[๔๘๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญ แห่งจักษุ นี้เป็นความดับ โดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความ ดับสูญแห่งชราและมรณะ. ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญแห่งหู ฯลฯ แห่งจมูกฯลฯ แห่งลิ้น ฯลฯ แห่งกาย ฯลฯ แห่งใจ นี้เป็นความดับโดยไม่เหลือ แห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๓-๒๕๔
๒. รูปสูตร (อายตนะภายนอก ๖)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
(ความบังเกิดความปรากฏแห่งรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ )
[๔๘๑] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏแห่งรูป นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ. ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งเสียง ฯลฯ แห่งกลิ่น ฯลฯ แห่งรส ฯลฯ แห่งโผฏฐัพพะ ฯลฯ แห่งธรรมารมณ์ นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏ แห่งชราและมรณะ
[๔๘๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญ แห่งรูปนี้ เป็นความดับ โดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับ แห่งโรค เป็นความดับสูญ แห่งชราและมรณะ. ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญแห่งเสียง ฯลฯ แห่งกลิ่น ฯลฯแห่งโผฏฐัพพะ ฯลฯ แห่งธรรมารมณ์ นี้เป็นความดับ โดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญ แห่งชราและมรณะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๔
๓. วิญญาณสูตร (หมู่วิญญาณ ๖)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
(ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณ วิญญาณทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
[๔๘๓] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏ แห่งจักขุวิญญาณ ฯลฯ แห่งโสตวิญญาณ ฯลฯ แห่งมโน วิญญาณ นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏ แห่งชราและมรณะ
[๔๘๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญ แห่งจักขุวิญญาณ ฯลฯ แห่งโสตวิญญาณ ฯลฯ แห่งฆานวิญญาณ ฯลฯ แห่งชิวหา วิญญาณ ฯลฯแห่งกายวิญญาณ ฯลฯ แห่งมโนวิญญาณ นี้เป็นความดับโดยไม่เหลือ แห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๔-๒๕๕
๔. ผัสสสูตร (ผัสสะ ๖)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
(ความเกิดขึ้น แห่งผัสสะทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
[๔๘๕] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏ แห่งจักขุสัมผัส ฯลฯ แห่งโสตสัมผัส ฯลฯ แห่งฆานสัมผัส ฯลฯ แห่งกายสัมผัส ฯลฯแห่งมโนสัมผัส นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่ แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ
[๔๘๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญ แห่งจักขุสัมผัส ฯลฯ แห่งโสตสัมผัส ฯลฯ แห่งฆานสัมผัส ฯลฯ แห่งชิวหาสัมผัส ฯลฯแห่งกายสัมผัส ฯลฯ แห่งมโนสัมผัส นี้เป็นความดับโดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๕
๕. เวทนาสูตร (เวทนา ๖)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
(ความเกิดขึ้นแห่งเวทนา จากสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
[๔๘๗] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏ แห่งจักขุสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ แห่งโสตสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ แห่งฆานสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ แห่งชิวหาสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ แห่งกาย สัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ แห่งมโนสัมผัสสชาเวทนา นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ
[๔๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับความดับสูญ แห่งจักขุสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ แห่งโสตสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ แห่งฆานสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯแห่งชิวหาสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ แห่งกายสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ แห่งมโนสัมผัสสชาเวทนานี้ เป็นความดับ โดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๕-๒๕๖
๖. สัญญาสูตร (สัญญา ๖)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
(ความบังเกิดความปรากฏ แห่งรูปสัญญา...)
[๔๘๙] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏ แห่งรูปสัญญา ฯลฯ แห่งสัททสัญญา ฯลฯ แห่งคันธสัญญา ฯลฯ แห่งรสสัญญาฯลฯ แห่งโผฏฐัพพสัญญา ฯลฯ แห่งธรรมสัญญา นี้เป็นความเกิดขึ้น แห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ
[๔๙๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญ แห่งรูปสัญญา ฯลฯ แห่งสัททสัญญา ฯลฯ แห่งคันธสัญญา ฯลฯ แห่งรสสัญญา ฯลฯ แห่งโผฏฐัพพสัญญา ฯลฯ แห่งธรรมสัญญา นี้เป็นความดับ โดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๖
๗. เจตนาสูตร (สัญญเจตนา ๖)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
(ความบังเกิดความปรากฏแห่ง รูปสัญเจตนา..)
[๔๙๑] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏแห่ง รูปสัญเจตนา ฯลฯ แห่งสัททสัญเจตนา ฯลฯ แห่ง คันธสัญเจตนา ฯลฯ แห่งรสสัญเจตนา ฯลฯ แห่งโผฏฐัพพสัญเจตนา ฯลฯ แห่งธรรม สัญเจตนา นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏ แห่งชราและมรณะ
[๔๙๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญ แห่งรูปสัญเจตนา ฯลฯ แห่งสัททสัญเจตนา ฯลฯ แห่งคันธสัญเจตนา ฯลฯ แห่ง รสสัญเจตนา ฯลฯแห่งโผฏฐัพพสัญเจตนา ฯลฯ แห่งธรรมสัญเจตนา นี้เป็นความดับ โดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ
สัญเจตนา 6 (ความจงใจในอารมณ์ต่างๆ)
1.รูปสัญเจตนา: ความจงใจที่มีรูปเป็นอารมณ์ (เช่น ตั้งใจจะดู หรือทำกรรมโดยมีสิ่งที่เห็นเป็นเหตุ)
2.สัททสัญเจตนา: ความจงใจที่มีเสียงเป็นอารมณ์
3.คันธสัญเจตนา: ความจงใจที่มีกลิ่นเป็นอารมณ์
4.รสสัญเจตนา: ความจงใจที่มีรสเป็นอารมณ์
5.โผฏฐัพพสัญเจตนา: ความจงใจที่มีสัมผัสทางกายเป็นอารมณ์
6.ธัมมสัญเจตนา: ความจงใจที่มีธรรมารมณ์ (สิ่งที่นึกคิดในใจ) เป็นอารมณ์
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๖-๒๕๗
๘. ตัณหาสูตร (ตัณหา ๖)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
(ความบังเกิดความปรากฏแห่งรูปตัณหา สัททตัณหา...)
[๔๙๓] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏแห่งรูปตัณหา ฯลฯ แห่งสัททตัณหา ฯลฯ แห่งคันธตัณหา ฯลฯ แห่งรสตัณหาฯลฯ แห่งโผฏฐัพพตัณหา ฯลฯ แห่งธรรมตัณหา นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่ง ทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ
[๔๙๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความสูญ แห่งรูปตัณหา ฯลฯ แห่งสัททตัณหา ฯลฯ แห่งคันธตัณหา ฯลฯ แห่งรสตัณหา ฯลฯ แห่งโผฏฐัพพตัณหา ฯลฯ แห่งธรรมตัณหา นี้เป็นความดับโดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ.
ตันหา ๖ ความอยากในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และความคิด
1.รูปตัณหา: ความอยากในรูป (เช่น อยากเห็นภาพสวยๆ คนหน้าตาดี วิวสวยงาม)
2.สัททตัณหา: ความอยากในเสียง (เช่น อยากฟังเพลงเพราะๆ คำชมเชย)
3.คันธตัณหา: ความอยากในกลิ่น (เช่น อยากดมน้ำหอม กลิ่นอาหารหอมๆ)
4.รสตัณหา: ความอยากในรส (เช่น อยากกินอาหารอร่อยๆ รสชาติที่ถูกใจ)
5.โผฏฐัพพตัณหา: ความอยากในสัมผัสทางกาย (เช่น อยากสัมผัสสิ่งที่นุ่มนวล ความสบายตัว)
6.ธรรมตัณหา: ความอยากในอารมณ์ที่เกิดกับใจ (เช่นคิดถึงเรื่องที่สนุกสนาน หรือเพลิดเพลินใจ)
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๗
๙. ธาตุสูตร (ธาตุ ๖)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
(ความบังเกิดความปรากฏ แห่งปฐวีธาตุ อาโปธาตุ...)
[๔๙๕] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏ แห่งปฐวีธาตุฯลฯ แห่งอาโปธาตุ ฯลฯ แห่งเตโชธาตุ ฯลฯ แห่งวาโยธาตุ ฯลฯแห่งอากาสธาตุ ฯลฯ แห่งวิญญาณธาตุ นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่ง ทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรคเป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ
[๔๙๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญ แห่งปฐวีธาตุ ฯลฯ แห่งอาโปธาตุ ฯลฯ แห่งเตโชธาตุ ฯลฯ แห่งวาโยธาตุ ฯลฯ แห่งอากาสธาตุฯลฯ แห่งวิญญาณธาตุ ฯลฯ นี้เป็นความดับโดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ
ธาตุ ๖ อย่าง
๑. ปฐวีธาตุ [ธาตุดิน]
๒. อาโปธาตุ [ธาตุน้ำ]
๓. เตโชธาตุ [ธาตุไฟ]
๔. วาโยธาตุ [ธาตุลม]
๕. อากาศธาตุ [ธาตุอากาศ ช่องว่างมีในกาย]
๖. วิญญาณธาตุ [ธาตุวิญญาณ]
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๒๕๗-๒๕๘
๑๐. ขันธสูตร (ขันธ์ ๕)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์
[๔๙๗] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิดความปรากฏแห่งรูป นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ. ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏ แห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา ฯลฯ แห่งสังขาร ฯลฯ แห่งวิญญาณ นี้เป็น ความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่ง ชราและมรณะ
[๔๙๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับความดับสูญ แห่งรูปนี้ เป็นความดับโดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความ ดับสูญแห่งชราและมรณะ. ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญแห่ง เวทนา ฯลฯ แห่งสัญญาแห่งสังขาร ฯลฯ แห่งวิญญาณ นี้เป็นความดับโดยไม่เหลือ แห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ
|