15/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๕๓๕]-[๕๓๘]
มหาวิภังค์ ภาค ๒
๕. อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๓
1)
เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร
[๕๓๕] โดยสมัยนั้น พระภาคผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตร ไปสู่เรือนของสหายแล้ว สำเร็จการนั่งในเรือนนอน กับภรรยา ของเขา จึงบุรุษสหายนั้น เข้าไปหาท่านพระอุปนันทศากยบุตร ครั้นแล้วกราบไหว้ท่านพระอุปนันทศากยบุตร แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เขานั่งเรียบร้อยแล้ว บอกภรรยาว่า จงถวายภิกษาแก่ พระคุณเจ้า จึงนางได้ถวายภิกษา แก่ท่านพระอุปนันทศากยบุตร บุรุษนั้นได้เรียนท่าน พระอุปนันทศากยบุตรว่า นิมนต์ท่านกลับเถิด ขอรับ เพราะภิกษาข้าพเจ้าก็ได้ถวายแก่ พระคุณเจ้าแล้ว สตรีภรรยานั้นกำหนดรู้ในขณะนั้นว่า บุรุษนี้อันราคะรบกวนแล้ว จึงเรียนท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า นิมนต์ท่านนั่งอยู่ก่อนเถิด เจ้าค่ะ อย่าเพิ่งไป
แม้ครั้งที่สอง บุรุษนั้น ...
แม้ครั้งที่สาม บุรุษนั้นก็ได้เรียน ท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า นิมนต์ท่านกลับ เถิดขอรับ เพราะภิกษาข้าพเจ้าก็ได้ถวายแก่พระคุณเจ้าแล้ว.
แม้ครั้งที่สาม หญิงนั้นก็ได้เรียนท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า นิมนต์ท่านนั่งอยู่ ก่อน เถิดเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งไป.
ทันใด บุรุษสามีเดินออกไปกล่าวยกโทษต่อภิกษุทั้งหลายว่า ท่านเจ้าข้า พระคุณเจ้าอุปนันทะนี้นั่งในห้องนอน กับภรรยาของกระผม กระผมนิมนต์ให้ท่านกลับไป ก็ไม่ยอมกลับกระผมมีกิจมาก มีกรณียะมาก.
บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่าน อุปนันทศากยบุตร จึงได้สำเร็จการนั่งแทรกแซง ในตระกูลที่มีคน ๒ คนเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
2)
ทรงสอบถาม
พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามท่านพระอุปนันทะว่า ดูกรอุปนันทะ ข่าวว่า เธอสำเร็จ การนั่งแทรกแซง ในตระกูลที่มีคน ๒ คน จริงหรือ?
ท่านพระอุปนันทะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
3)
ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงได้สำเร็จการนั่ง แทรกแซงในตระกูลที่มีคน ๒ คนเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใส ของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่ง ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
4)
พระบัญญัติ
๙๒.๓. อนึ่ง ภิกษุใด สำเร็จการนั่งแทรกแซง ในตระกูลที่มีคน ๒ คน เป็น ปาจิตตีย์.
เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร จบ.
5)
สิกขาบทวิภังค์
[๕๓๖] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ...
บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.
ตระกูลที่ชื่อว่า มีคน ๒ คน คือ มีเฉพาะสตรี ๑ บุรุษ ๑ ทั้ง ๒ คนยังไม่ออกจาก กัน ทั้ง ๒ คนหาใช่ผู้ปราศจากราคะไม่.
บทว่า แทรกแซง คือ กีดขวาง.
บทว่า สำเร็จการนั่ง ความว่า ในเรือนใหญ่ ภิกษุนั่งละหัตถบาสแห่งบานประตู ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
ในเรือนเล็ก นั่งล้ำท่ามกลางห้องเรือน ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
6)
บทภาชนีย์
ติกะปาจิตตีย์
[๕๓๗] ห้องนอน ภิกษุสำคัญว่าห้องนอน สำเร็จการนั่งแทรกแซง ในตระกูล ที่มีคน ๒ คนต้องอาบัติปาจิตตีย์.
ห้องนอน ภิกษุสงสัย สำเร็จการนั่งแทรกแซง ในตระกูลที่มีคน ๒ คน ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์.
ห้องนอน ภิกษุสำคัญว่าไม่ใช่ห้องนอน สำเร็จการนั่งแทรกแซง ในตระกูลที่มีคน ๒ คนต้องอาบัติปาจิตตีย์.
7)
ทุกะทุกกฏ
ไม่ใช่ห้องนอน ภิกษุสำคัญว่าห้องนอน ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
ไม่ใช่ห้องนอน ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
8)
ไม่ต้องอาบัติ
ไม่ใช่ห้องนอน ภิกษุสำคัญว่าไม่ใช่ห้องนอน ... ไม่ต้องอาบัติ.
9)
อนาปัตติวาร
[๕๓๘] ภิกษุนั่งในเรือนใหญ่ ไม่ล่วงล้ำหัตถบาสแห่งบานประตู ๑ ภิกษุนั่งในเรือนเล็กไม่เลยท่ามกลางห้อง ๑ ภิกษุมีเพื่อนอยู่ด้วย ๑ คนทั้ง ๒ ออกจากกันแล้ว ทั้ง ๒ ปราศจากราคะแล้ว ๑ ภิกษุนั่งในสถานที่อันมิใช่ห้องนอน ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. |