เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

พระอุปนันทศากยบุตร เข้าไปในเรือนแล้วนั่งในที่ลับตากับผู้หญิง ทรงห้ามภิกษุนั่งในที่ลับตา และมีที่กำบังสองต่อสองกับผู้หญิง 2705
  15/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๕๓๙]-[๕๔๒]
 


ห้ามภิกษุนั่งในที่ลับตา และมีที่กำบังสองต่อสองกับผู้หญิง ฝ่าฝืนต้องอาบัติปาจิตตีย์

(โดยย่อ)

พระอุปนันทศากยบุตร เข้าไปในเรือนของสหายแล้วไป นั่งในที่ลับตา และมีที่กำบังสอง ต่อสอง กับภรรยาของสหาย แม้สามีจะออกปากไล่ทางอ้อม ให้ท่านกลับถึง ๓ ครั้ง แต่ฝ่ายภรรยา ก็ชวนให้นั่งอยู่ต่อ เมื่อบุรุษผู้เป็นสามีนำเรื่องนี้ไปติเตียน และชาวบ้านโพนทะนา พระพุทธเจ้า จึงทรง บัญญัติสิกขาบท ห้ามภิกษุนั่งในที่ลับมีที่กำบังกับมาตุคาม (ผู้หญิง) หากภิกษุรูปใดฝ่าฝืน ล่วงละเมิดข้อห้ามนี้ จะต้อง อาบัติปาจิตตีย์ โดยมีข้อยกเว้นหากมีผู้ชาย ที่รู้เดียงสาอยู่ร่วม เป็นเพื่อน

ที่ลับตา (ลับสายตา) หมายถึง สถานที่ที่ไม่มีใครเห็นหากมีการกระพริบตา นิ่งเฉย หรือชะเง้อคอ มอง เช่น ในห้องที่ปิดมิดชิด หรือมุมตึกที่คนภายนอกมองไม่เห็น

มีที่กำบัง หมายถึง สถานที่ที่มีสิ่งกำบังทางกายภาพปิดกั้นอยู่ เช่น กำแพง ฝาเรือน ม่าน ประตู ฉาก หรือต้นไม้หนาทึบ


หัวข้อประจำเรื่อง
๕. อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๔
1) เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) สิกขาบทวิภังค์
6) บทภาชนีย์/ติกะปาจิตตีย์
7) ติกะทุกกฏ
8) ไม่ต้องอาบัติ
9) อนาปัตติวาร

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

15/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๕๓๙]-[๕๔๒]
มหาวิภังค์ ภาค ๒

๕. อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๔
เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร

          [๕๓๙] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตร ไปสู่เรือนของสหายแล้ว สำเร็จการนั่งในที่ลับ คือในอาสนะกำบังกับภรรยาของเขา จึงบุรุษสหายนั้น เพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าอุปนันทะ จึงได้สำเร็จ การนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบังกับภรรยาของเราเล่า.

          ภิกษุทั้งหลายได้ยินเขาเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระอุปนันทศากยบุตร จึงได้สำเร็จการนั่ง ในที่ลับ คือในอาสนะกำบังกับมาตุคามเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค ...

2)

ทรงสอบถาม
          พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถาม ท่านพระอุปนันทะว่า ดูกรอุปนันทะ ข่าวว่า เธอสำเร็จการนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบังกับมาตุคาม จริงหรือ?

          ท่านพระอุปนันทะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3)

ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
          พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉน เธอจึงได้สำเร็จ การนั่ง ในที่ลับ คือในอาสนะกำบัง กับมาตุคามเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อ ความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชน ที่เลื่อมใสแล้ว ...

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4)

พระบัญญัติ
          ๙๓.๔. อนึ่ง ภิกษุใด สำเร็จการนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบัง กับมาตุคาม เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร จบ.

5)

สิกขาบทวิภังค์
          [๕๔๐] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ...
          บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.

          ที่ชื่อว่า มาตุคาม ได้แก่หญิงมนุษย์ ไม่ใช่หญิงยักษ์ ไม่ใช่หญิงเปรต ไม่ใช่สัตว์ ดิรัจฉานตัวเมีย โดยที่สุดแม้เด็กหญิงที่เกิดในวันนั้น ไม่ต้องพูดถึงหญิงผู้ใหญ่.
บทว่า กับ คือ ร่วมกัน.
          ที่ชื่อว่า ในที่ลับ ได้แก่ ที่ลับตา ๑ ที่ลับหู ๑
          ที่ชื่อว่า ที่ลับตา ได้แก่ ที่ซึ่งเมื่อภิกษุ หรือมาตุคามขยิบตา ยักคิ้ว หรือชะเง้อ ศีรษะ ไม่มีใครสามารถจะแลเห็นได้.
          ที่ชื่อว่า ที่ลับหู ได้แก่ ที่ซึ่งไม่มีใครสามารถจะได้ยินถ้อยคำ ที่สนทนากัน ตาม ปกติได้.

          อาสนะที่ชื่อว่า กำบัง คือ เป็นอาสนะที่เขากำบังด้วยฝา บานประตู ลำแพน ม่านบังต้นไม้ เสา หรือฉางข้าว อย่างใดอย่างหนึ่ง.
          คำว่า สำเร็จการนั่ง ความว่า เมื่อมาตุคามนั่งแล้ว ภิกษุนั่งใกล้ หรือนอนใกล้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

          เมื่อภิกษุนั่งแล้ว มาตุคามนั่งใกล้ หรือนอนใกล้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
ทั้ง ๒ นั่ง ก็ดี ทั้ง ๒ นอนก็ดี ภิกษุต้องอาบัติปาจิตตีย์.

6)

บทภาชนีย์
ติกะปาจิตตีย์
          [๕๔๑] มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่า มาตุคามสำเร็จการนั่งในที่ลับ คือในอาสนะกำบัง ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
          มาตุคาม ภิกษุสงสัย สำเร็จการนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบัง ต้องอาบัต ิปาจิตตีย์.
          มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่า ไม่ใช่มาตุคาม สำเร็จการนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบัง ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

7)

ติกะทุกกฏ
          ภิกษุสำเร็จการนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบังกับหญิงยักษ์ หญิงเปรต บัณเฑาะก์ หรือสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย มีกายดังมนุษย์ ต้องอาบัติทุกกฏ.
          ไม่ใช่มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่ามาตุคาม ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
          ไม่ใช่มาตุคาม ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.

8)

ไม่ต้องอาบัติ
          ไม่ใช่มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่าไม่ใช่มาตุคาม ... ไม่ต้องอาบัติ.

9)

อนาปัตติวาร
          [๕๔๒] ภิกษุมีบุรุษ ผู้รู้เดียงสาคนใดคนหนึ่งอยู่เป็นเพื่อน ๑ ภิกษุยืนมิได้นั่ง ๑ ภิกษุมิได้มุ่งที่ลับ ๑ ภิกษุนั่งส่งใจไปในอารมณ์อื่น ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์