10/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕
มหาวรรค ภาค ๒
1)
เรื่องเจ้าลิจฉวีชาวพระนครเวสาลี
[๗๗] นางอัมพปาลีห ญิงงามเมือง ได้ทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาค เสด็จมา โดยลำดับ ถึงตำบลบ้านโกฏิแล้ว จึงให้จัดยวดยานที่งามๆ แล้วขึ้นสู่ยวดยานที่งามๆ มียวดยานที่งามๆ ออกไปจากพระนครเวสาลี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค ไปด้วยยวดยาน ตลอดพื้นที่ ที่ยวดยานจะไปได้แล้วลงจากยวดยาน เดินด้วยเท้า เข้าไปถึงพุทธสำนัก ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้นั่งอยู่ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้นางเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา
ครั้นนางอัมพปาลีคณิกา อันพระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ได้กราบทูลคำนี้ แด่พระผู้มีพระภาคว่า ขอพระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยพระสงฆ์ ทรงพระกรุณาโปรดรับภัตตาหารของหม่อมฉัน เพื่อเจริญบุญกุศล และปิติปราโมทย์ในวันพรุ่งนี้ พระผู้มีพระภาค ทรงรับอาราธนา โดยดุษณีภาพ ครั้นนาง ทราบพระอาการ ที่ทรงรับอาราธนาแล้ว ลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วกลับไป.
พวกเจ้าลิจฉวี ชาวพระนครเวสาลี ได้ทรงสดับข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จมา โดยลำดับ ถึงตำบลบ้านโกฏิแล้ว จึงพากันจัดยวดยานที่งามๆ เสด็จขึ้นสู่ยวดยานที่งามๆ มียวดยานที่งามๆ ออกไปจากพระนครเวสาลี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค เจ้าลิจฉวี บางพวกเขียว คือ มีพระฉวีเขียว ทรงวัตถาลังการเขียว บางพวกเหลือง คือ มีพระฉวีเหลือง ทรงวัตถาลังการเหลือง บางพวกแดงคือ มีพระฉวีแดง ทรงวัตถาลังการแดง บางพวกขาว คือ มีพระฉวีขาว ทรงวัตถาลังการขาว
ขณะนั้น นางอัมพปาลีคณิกา ทำให้งอนรถกระทบงอนรถ แอกกระทบแอก ล้อกระทบล้อ เพลากระทบเพลา ของเจ้าลิจฉวีหนุ่มๆ จึงเจ้าลิจฉวีเหล่านั้นได้ตรัสถาม นางว่า แม่อัมพปาลี เหตุไฉนเธอจึงได้ทำให้งอนรถ กระทบงอนรถ แอกกระทบแอก ล้อกระทบล้อ เพลากระทบเพลา ของเจ้าลิจฉวีหนุ่มๆ ของพวกเราเล่า?
อัม. จริงอย่างนั้น พ่ะยะค่ะ เพราะหม่อมฉัน ได้นิมนต์ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้า เป็นประมุข เพื่อเจริญบุญกุศล และปิติปราโมทย์ในวันพรุ่งนี้.
ลิจ. แม่อัมพปาลี เธอจงให้ภัตตาหารมื้อนี้แก่พวกฉัน ด้วยราคาแสนกษาปณ์ เถิด.
อัม. แม้ว่าฝ่าพระบาท จึงพึงประทาน พระนครเวสาลี พร้อมทั้งชนบทแก่ หม่อมฉัน หม่อมฉันก็ถวายภัตตาหาร มื้อนั้นไม่ได้ พ่ะยะค่ะ
จึงเจ้าลิจฉวีเหล่านั้น ได้ทรงดีดพระองคุลีตรัสว่า ท่านทั้งหลาย พวกเราแพ้แม่ อัมพปาลีแล้ว ท่านทั้งหลาย พวกเราแพ้แม่อัมพปาลีแล้ว จึงพากันเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ได้ทอดพระเนตร เห็นเจ้าลิจฉวีเหล่านั้น กำลังเสด็จมา แต่ไกล ครั้นแล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่าใด ไม่เคยเห็นเทพเจ้า ชั้นดาวดึงส์ก็จงแลดู พวกเจ้าลิจฉวีพิจารณาดู เทียบเคียงดู พวกเจ้าลิจฉวี กับพวกเทพเจ้า ชั้นดาวดึงส์เถิด จึงเจ้าลิจฉวีเหล่านั้นได้เสด็จไป ด้วยยวดยาน ตลอดพื้นที่ ที่ ยวดยานจะไปได้ แล้วเสด็จ ลงจากยวดยาน ทรงดำเนินด้วยพระบาท เข้าไปถึงพุทธสำนัก ถวายบังคม พระผู้มีพระภาคแล้ว ประทับนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
พระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้ เจ้าลิจฉวีเหล่านั้น ทรงเห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา จึงเจ้าลิจฉวีเหล่านั้น อันพระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้เห็น แจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ได้กราบทูลอาราธนา พระผู้มีพระภาคว่า ขอพระองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ทรงพระกรุณาโปรดรับภัตตาหาร ของพวกข้าพระพุทธเจ้า เพื่อเจริญบุญกุศล และปิติปราโมทย์ ในวันพรุ่งนี้ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรลิจฉวีทั้งหลาย อาตมารับนิมนต์ฉัน ภัตตาหาร ของนางอัมพปาลีคณิกา เพื่อเจริญบุญกุศล และปิติปราโมทย์ ในวันพรุ่งนี้แล้ว.
เจ้าลิจฉวีเหล่านั้น ทรงดีดองคุลีแล้ว ตรัสในทันใดนั้นว่า ท่านทั้งหลาย พวกเราแพ้นางอัมพปาลีคณิกาแล้ว ท่านทั้งหลาย พวกเราแพ้นางอัมพปาลีคณิกาแล้ว และได้ทรงเพลิดเพลินยินดี ตามภาษิตของพระผู้มีพระภาค เสด็จลุกจากที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทรงทำประทักษิณ แล้วเสด็จกลับ.
2)
นางอัมพปาลี ถวายอัมพปาลีวัน (สวนมะม่วง)
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ตำบลบ้านโกฏิตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จพระพุทธดำเนินไปทางเมืองนาทิกา ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ที่พระตำหนัก ตึก เขตเมืองนาทิกานั้น.
ส่วนนางอัมพปาลีคณิกา สั่งให้ตกแต่งของเคี้ยวของฉัน อันประณีต ในสวน ของตนโดยผ่านราตรีนั้น แล้วให้คนไปกราบทูลภัตกาล แด่พระผู้มีพระภาคว่า ถึงเวลาแล้ว พระพุทธเจ้าข้าภัตตาหารเสร็จแล้ว.
ขณะนั้นเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาค ทรงครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวร เสด็จพระพุทธดำเนินไปสู่สถานที่ อังคาส ของนางอัมพปาลีคณิกา ครั้นถึงแล้ว ประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ที่เขาจัดถวาย พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จึงนางอัมพปาลีคณิกา อังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้า เป็นประมุข ด้วยขาทนียโภชนียาหาร อันประณีต ด้วยมือของตน จนพระผู้มีพระภาค เสวยเสร็จแล้ว ทรงนำพระหัตถ์ออกจากบาตร ห้ามภัตรแล้ว ได้นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง นางได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า หม่อมฉันขอถวายสวนอัมพปาลีวันนี้ แก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาค ทรงรับเป็นสังฆารามแล้ว ครั้นแล้วพระองค์ทรงชี้แจง ให้นาง อัมพปาลี เห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา เสร็จลุกจาก พระพุทธอาสน์แล้ว เสด็จพระพุทธดำเนินไปทาง ป่ามหาวัน ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตพระนครเวสาลีนั้น.
|