10/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๖๗]- [๗๐]
มหาวรรค ภาค ๒
1)
ทรงรับอาคารพักแรม
[๖๗] ครั้นพระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ในพระนครราชคฤห์ ตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จพระพุทธดำเนิน มุ่งไปทางตำบลบ้านปาฏลิ พร้อมด้วยพระสงฆ์หมู่ใหญ่จำนวน ๑,๒๕๐ รูปเสด็จพระพุทธดำเนิน ผ่านระยะทางโดยลำดับ ถึงตำบลบ้านปาฏลิแล้ว อุบาสกอุบาสิกา ชาวตำบลบ้านปาฏลิ ได้ทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาค เสด็จถึงตำบล บ้าน ปาฏลิแล้ว จึงพากันเข้าไปเฝ้า ณ พลับพลาที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค แล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรง ชี้แจงให้อุบาสกอุบาสิกา ชาวตำบล บ้านปาฏลิผู้นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เห็นแจ้ง สมาทานอาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา.
ครั้นอุบาสก อุบาสิกาชาวตำบล บ้านปาฏลิอันพระผู้มีพระภาค ชี้แจงให้ เห็นแจ้ง สมาทานอาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ได้กราบทูลคำนี้ แด่พระผู้มีพระภาคว่า ขอพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยพระสงฆ์ โปรดทรงรับอาคารพักแรม ของพวกข้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาค ทรงรับโดยดุษณีภาพ ครั้นอุบาสกอุบาสิกา ชาวตำบลบ้าน ปาฏลิ ทราบการทรงรับ ของพระผู้มีพระภาคแล้ว จึงลุกจากที่นั่งถวายบังคม พระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณ แล้วพากันเดินไปทางอาคารพักแรม ปูลาดดาดเพดาน ทั่วอาคารพักแรมทุกแห่ง จัดอาสนะ ตั้งหม้อน้ำ ตามประทีปน้ำมัน แล้วพากันเข้าไป พลับพลา ที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ได้ยืนอยู่ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พวกเขายืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลคำนี้ แด่พระผู้มีพระภาคว่า
พระพุทธเจ้าข้า พวกข้าพระพุทธเจ้า ปูลาดดาดเพดาน อาคารพักแรมทุกแห่ง จัดอาสนะ ตั้งหม้อน้ำ ตามประทีปน้ำมันไว้แล้ว พระผู้มีพระภาค ย่อมทรงทราบกาล อันควร ในบัดนี้พระพุทธเจ้าข้า.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงครองอันตรวาสก ทรงถือบาตรจีวรแล้ว เสด็จ ไปทางอาคารพักแรม พร้อมกับพระสงฆ์ ทรงชำระพระบาทยุคล แล้วเสด็จเข้าสู่อาคาร พักแรม ประทับนั่งพิงเสากลาง ผินพระพักตร์ ไปทางทิศตะวันออก แม้พระสงฆ์เหล่านั้น ก็ล้างเท้าแล้ว เข้าสู่อาคารพักแรม นั่งพิงฝาด้านตะวันตก ผินหน้าไปทางทิศตะวันออก ห้อมล้อมพระผู้มีพระภาค แม้อุบาสกอุบาสิกา ชาวตำบลบ้านปาฏลิ ก็ล้างเท้า แล้วเข้าสู่ อาคารพักแรม นั่งพิงฝาด้านตะวันออก ผินหน้าไปทางตะวันตก ห้อมล้อม พระผู้มีพระภาค.
ขณะนั้น พระผู้มีพระภาค ตรัสเทศนาโปรดอุบาสก อุบาสิกา ชาวตำบล บ้านปาฏลิ ดังต่อไปนี้:-
2)
โทษแห่งศีลวิบัติ ๕ ประการ
[๖๘] ดูกรคหบดีทั้งหลาย โทษแห่งศีลวิบัติของคนทุศีลมี ๕ ประการ เหล่านี้ ๕ ประการเป็นไฉน
ดูกรคหบดีทั้งหลาย คนทุศีล ผู้มีศีลวิบัติในโลกนี้ ย่อมเข้าถึงความเสื่อม แห่ง โภคทรัพย์ใหญ่หลวง เพราะเหตุแห่งความประมาท นี้เป็นโทษข้อที่ ๑ แห่งศีลวิบัติ ของคนทุศีล.
ดูกรคหบดีทั้งหลาย อนึ่ง โทษข้ออื่นยังมีอีก ชื่อเสียงอันลามกของคนทุศีล ผู้มีศีลวิบัติย่อมเฟื่องฟุ้งไป นี้เป็นโทษข้อที่ ๒ แห่งศีลวิบัติ ของคนทุศีล.
ดูกรคหบดีทั้งหลาย อนึ่ง โทษข้ออื่นยังมีอีก คนทุศีล ผู้มีศีลวิบัติ เข้าไปหา บริษัทใดๆ เช่น ขัตติยบริษัท พราหมณบริษัท คหบดีบริษัท สมณบริษัท ย่อมเป็นผู้ ครั่นคร้าม ขวยเขินเข้าไปหาบริษัทนั้นๆ นี้เป็นโทษข้อที่ ๓ แห่งศีลวิบัติของคนทุศีล.
ดูกรคหบดีทั้งหลาย อนึ่ง โทษข้ออื่นยังมีอีก คนทุศีล ผู้มีศีลวิบัติ ย่อมเป็นผู้ หลงทำกาละ นี้เป็นโทษข้อที่ ๔ แห่งศีลวิบัติของคนทุศีล.
ดูกรคหบดี อนึ่ง โทษข้ออื่นยังมีอีก คนทุศีล ผู้มีศีลวิบัติ เบื้องหน้า แต่แตกกาย ตายไป ย่อมเข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาต นรก นี้เป็นโทษข้อที่ ๕ แห่งศีลวิบัติ ของคน ทุศีล.
ดูกรคหบดีทั้งหลาย โทษแห่งศีลวิบัติของคนทุศีล มี ๕ ประการนี้แล.
3)
อานิสงส์แห่งศีลสมบัติ ๕ ประการ
[๖๙] ดูกรคหบดีทั้งหลาย อานิสงส์แห่งศีลสมบัติ ของคนมีศีลมี ๕ ประการ เหล่านี้ ๕ ประการเป็นไฉน? ดูกรคหบดีทั้งหลาย คนมีศีล ถึงพร้อมด้วยศีลในโลกนี้ ย่อมได้กองโภคทรัพย์ใหญ่หลวง เพราะเหตุแห่งความไม่ประมาท นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑ แห่งศีลสมบัติ ของคนมีศีล.
ดูกรคหบดีทั้งหลาย อนึ่ง อานิสงส์ข้ออื่นยังมีอีก ชื่อเสียงอันดีงามของคนมีศีล ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมเฟื่องฟุ้งไป นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๒ แห่งศีลสมบัติของคนมีศีล.
ดูกรคหบดีทั้งหลาย อนึ่ง อานิสงส์ข้ออื่นยังมีอีก คนมีศีลถึงพร้อมด้วยศีล เข้าไปหาบริษัทใดๆ เช่น ขัตติยบริษัท พรหมณบริษัท คหบดีบริษัท สมณบริษัท ย่อมเป็นผู้แกล้วกล้าไม่ขวยเขิน เข้าไปหาบริษัทนั้นๆ นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๓ แห่งศีล สมบัติ ของคนมีศีล.
ดูกรคหบดีทั้งหลาย อนึ่ง อานิสงส์ข้ออื่นยังมีอีก คนมีศีลถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมไม่หลงทำกาละ นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๔ แห่งศีลสมบัติ ของคนมีศีล.
ดูกรคหบดีทั้งหลาย อนึ่ง อานิสงส์ข้ออื่นยังมีอีก คนมีศีลถึงพร้อมด้วยศีล เบื้องหน้าแต่แตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๕ แห่งศีลสมบัติ ของคนมีศีล.
ดูกรคหบดีทั้งหลาย อานิสงส์แห่งศีลสมบัติ ของคนมีศีล มี ๕ ประการ นี้แล.
[๗๐] ครั้นพระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจง ให้อุบาสกอุบาสิกา ของตำบลบ้าน ปาฏลิเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาจนดึกดื่น แล้วทรงส่งกลับ ด้วยรับสั่งว่า ดูกรคหบดีทั้งหลาย ราตรีจวนสว่างแล้ว บัดนี้ พวกเธอจงรู้กาล ที่จะกลับ เถิด อุบาสกอุบาสิกา ชาวตำบลบ้านปาฏลิ รับสนองพระพุทธดำรัสว่า ทราบเกล้าฯ เช่นนั้นแล้ว พระพุทธเจ้าข้า แล้วลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณ แล้วพากันกลับ ครั้นอุบาสกอุบาสิกา ชาวตำบลบ้านปาฏลิ กลับไปไม่ทันนาน พระผู้มีพระภาค ได้เสด็จเข้าสุญญาคารแล้ว.
|