เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ ชวนภิกษุณีร่วมเดินทาง เป็นอาบัติปาจิตตีย์ ยกเว้นเส้นทางที่มีภัย 2542
 

(9) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๔๕๑] -[๔๕๕]

เรื่องพระฉัพพัคคีย์
(ชวนภิกษุณีร่วมเดินทาง เป็นอาบัติปาจิตตีย์ ยกเว้นเป็นเส้นทางอันตราย)

สิกขาบทนี้บัญญัติไว้ 2 กรณี โดยแยกตามจำนวนภิกษุณีที่เกี่ยวข้อง

1. ข้อ [๔๕๑] กรณีชวนภิกษุณีรูปเดียว
    - เนื้อหา เป็นเรื่องของ พระฉัพพัคคีย์ ที่ชักชวนภิกษุณีรูปหนึ่ง เดินทางไกลร่วมกัน ชาวบ้านเห็น เข้าก็ติเตียนว่าเหมือนสามีภรรยาเดินทางด้วยกัน
    - ผล พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติห้ามภิกษุชักชวนภิกษุณีเดินทางไกลร่วมกัน แม้เพียงระยะ บ้านหนึ่ง ก็เป็นปาจิตตีย์

2.ข้อ [๔๕๒] กรณีชวนภิกษุณีหลายรูป
    - เนื้อหา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลัง เมื่อภิกษุและภิกษุณีหลายรูป เดินทางจากเมืองสาเกต ไปเมืองสาวัตถี ภิกษุณีขอร่วมทางไปด้วย แต่ภิกษุ (ด้วยความเกรงกลัวอาบัติที่เพิ่งบัญญัติไป) จึงปฏิเสธและให้ภิกษุณีเดินทางไปก่อนหรือหลัง
    - ผล ภิกษุณีที่เดินทางไปภายหลังถูกโจรประทุษร้าย เมื่อความทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึง ทรงบัญญัติ พระอนุบัญญัติเพิ่มเติม เพื่อยกเว้นอาบัติในกรณีที่มีภัยอันตราย เช่น ทางที่มีโจรหรือ ภัยเฉพาะหน้า เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับภิกษุณี

ความต่าง
ข้อ [๔๕๑] คือการบัญญัติ "ข้อห้าม" (จากเหตุการณ์เดินกับภิกษุณีรูปเดียว)
ข้อ [๔๕๒] คือการบัญญัติ "ข้อยกเว้น" (จากเหตุการณ์ที่ปฏิเสธภิกษุณีหลายรูปจนเกิดอันตราย)

หัวข้อเรื่อง
1) เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (ชวนภิกษุณีร่วมเดินทาง)โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๗
2) ทรงสอบถาม (กรณีชวนภิกษุณีรูปเดียว)
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป
6) ทรงอนุญาตให้เดินทางร่วม (ไม่อาบัติ)
7) พระอนุบัญญัติ
8) สิกขาบทวิภังค์
9) บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์
10) ติกทุกกฏ (อาบัติทุกกรณี)
11) ไม่ต้องอาบัติ
12) อนาปัตติวาร


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


(9) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๔๕๑] -[๔๕๕] หน้าที่ ๔๐๘-๔๑๑
มหาวิภังค์ ภาค ๒

1)
๓. โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๗
เรื่องพระฉัพพัคคีย์
(ชวนภิกษุณีร่วมเดินทาง เป็นอาบัติปาจิตตีย์ ยกเว้นเป็นเส้นทางเปลี่ยว)

            [๔๕๑] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ชักชวนกัน เดินทางไกลร่วมกับพวกภิกษุณี คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ เที่ยวไปกับพวกภิกษุณี เหมือนพวกเรากับ ภรรยาเดินเที่ยวกันฉะนั้น. ภิกษุทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์ จึงได้ชักชวนกันแล้ว เดินทางไกลร่วมกับพวกภิกษุณีเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค ...

2) ทรงสอบถาม (กรณีชวนภิกษุณีรูปเดียว)

            พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอชักชวนกันแล้ว เดินทางไกลร่วมกับพวกภิกษุณี จริงหรือ?

            พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

            พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวกเธอ จึงชักชวนกันแล้วเดินทางไกล ร่วมกับพวกภิกษุณีเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่ง ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4) พระบัญญัติ

            ๗๖.๗ ก. อนึ่ง ภิกษุใดชักชวนกันแล้ว เดินทางไกลด้วยกันกับภิกษุณี โดยที่สุด แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง เป็นปาจิตตีย์. (แม้ระยะทางจะสั้นจากบ้านหลังหนึ่งสู่บ้านอีกหลังหนึ่ง)

            ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติ แล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ.


5) เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป

            [๔๕๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุและภิกษุณีหลายรูปด้วยกัน จะพากันเดินทาง ไกล จากเมืองสาเกต ไปพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุณีพวกนั้นพบภิกษุ พวกเธอนั้น ได้กล่าวคำนี้ว่า แม้พวกดิฉันก็จักไปกับพวกพระคุณเจ้าด้วย.

            ภิกษุพวกนั้นพูดว่า ดูกรน้องหญิง การชักชวนกันแล้วเดินทางไกล ร่วมกันกับ ภิกษุณีไม่สมควร พวกเธอจะไปก่อน หรือพวกฉันจักไป

            ภิกษุณีพวกนั้นตอบว่า พวกพระคุณเจ้าเป็นชายผู้ล้ำเลิศ, พระคุณเจ้านั่นแหละ จงไปก่อน.
            เมื่อภิกษุณีพวกนั้นเดินทางไปภายหลัง พวกโจรในระหว่างทางได้พากัน แย่งชิงและประทุษร้าย ครั้นภิกษุณีพวกนั้นไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ได้แจ้งเรื่องนั้น แก่ภิกษุณีทั้งหลายๆ ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายๆ ได้กราบทูลเรื่องนั้น แด่
พระผู้มีพระภาค.

6) ทรงอนุญาตให้เดินทางร่วม (ไม่อาบัติ)

            ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในหนทาง ที่จะต้องไป กับพวกเกวียนรู้กันอยู่ว่า เป็นที่น่ารังเกียจ มีภัยเฉพาะหน้า เราอนุญาตให้ ชักชวนกัน แล้วเดินทางไกลร่วมกับภิกษุณีได้. (กรณีหนทางนั้นเป็นทางเกวียน หรือเป็นหนทาง ที่อาจมีภัย ถือเป็นข้อยกเว้น ไม่เป็นอาบัติ)

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-


7) พระอนุบัญญัติ

            ๗๖.๗ ข. อนึ่ง ภิกษุใดชักชวนกันแล้วเดินทางไกล ด้วยกันกับภิกษุณี โดยที่สุด แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง เว้นไว้แต่สมัย เป็นปาจิตตีย์ นี้สมัยในเรื่องนั้น ทางเป็นที่จะต้องไป ด้วยพวกเกวียน รู้กันอยู่ว่าเป็นที่น่ารังเกียจ มีภัยเฉพาะหน้า นี้สมัยในเรื่องนั้น.


เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป จบ.


8) สิกขาบทวิภังค์

            [๔๕๓] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ...
            บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.

            ผู้ชื่อว่า ภิกษุณี ได้แก่ สตรีผู้อุปสมบทแล้วในสงฆ์ ๒ ฝ่าย.
            บทว่า กับ คือ ร่วมกัน.
            บทว่า ชักชวนกันแล้ว คือ ชักชวนกันว่า ไปกันเถิดน้องหญิง ไปกันเถิดพระคุณเจ้า ไปกันเถิดเจ้าค่ะ ไปกันเถิดจ้ะ พวกเราไปกันในวันนี้ ไปกันในวันพรุ่งนี้ หรือไปกันในวันมะรืนนี้ ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ.

            บทว่า โดยที่สุดแม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง คือ ในหมู่บ้านกำหนดชั่วไก่บินตก ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ ระยะบ้าน ในป่าหาบ้านมิได้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ กึ่งโยชน์

            บทว่า เว้นไว้แต่สมัย คือ ยกไว้แต่สมัย.
            หนทางที่ชื่อว่า จะต้องไปด้วยพวกเกวียน คือ เว้นพวกเกวียนแล้ว ไม่สามารถจะไปได้.
            ที่ชื่อว่า เป็นที่น่ารังเกียจ คือ ในหนทางนั้นมีสถานที่พวกโจรส้องสุม บริโภค ยืนนั่ง นอน ปรากฏอยู่.
            ที่ชื่อว่า มีภัยเฉพาะหน้า คือ ในหนทางนั้นมีมนุษย์ถูกพวกโจรฆ่า ปล้น ทุบตีปรากฏอยู่.

            ภิกษุพาไปตลอดทางที่มีภัยเฉพาะหน้า ถึงทางที่ปลอดภัยแล้ว พึงส่งพวก ภิกษุณี ไปด้วยคำว่า ไปเถิดน้องหญิงทั้งหลาย.

9) บทภาชนีย์
ติกปาจิตตีย์

            [๔๕๔] ชักชวนกันแล้ว ภิกษุสำคัญว่าชักชวนกันแล้วเดินทางไกลด้วยกัน โดยที่สุดแม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง เว้นไว้แต่สมัย ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

            ชักชวนกันแล้ว ภิกษุสงสัย เดินทางไกลด้วยกัน โดยที่สุดแม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง เว้นไว้แต่สมัย ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

            ชักชวนกันแล้ว ภิกษุสำคัญว่าไม่ได้ชักชวนกัน เดินทางไกลด้วยกัน โดยที่สุด แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง เว้นไว้แต่สมัย ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

10) ติกทุกกฏ (อาบัติทุกกรณี)

            ภิกษุชักชวน ภิกษุณีไม่ได้ชักชวน ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ไม่ได้ชักชวน ภิกษุสำคัญว่าชักชวน ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ไม่ได้ชักชวน ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.

11) ไม่ต้องอาบัติ

            ไม่ได้ชักชวน ภิกษุสำคัญว่าไม่ได้ชักชวน ... ไม่ต้องอาบัติ.

12) อนาปัตติวาร (ข้อยกเว้น)

            [๔๕๕]
๑. มีสมัย (เดินทางในช่วงเวลาที่มีข้อยกเว้นเช่นมีภัย มีโจร มีสัตว์ร้าย)
๒. ไม่ได้ชักชวนกันไป
๓. ภิกษุณีชักชวน ภิกษุไม่ได้ชักชวน
๔. ไปผิดนัด
๕. มีอันตราย
๖. ภิกษุวิกลจริต
๗. ภิกษุอาทิกัมมิกะ (ภิกษุต้นบัญญัติ)

ไม่ต้องอาบัติแล.

 

 

 








 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์