เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

พระจูฬปันถกเถระ สอนภิกษุณีจนมึดค่ำ ทรงห้ามสอนธรรมแก่ภิกษุณีจนพระอาทิตย์ตกดิน 2543
 

(8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๔๒๔]- [๔๒๘]

ห้ามสอนธรรมแก่ภิกษุณีจนพระอาทิตย์ตกดิน

เหตุเกิดที่พระเชตวันมหาวิหาร
เมื่อถึงคราวที่พระจูฬปันถกเถระ ต้องรับหน้าที่เป็นผู้ให้โอวาท แก่ภิกษุณีตามวาระ แต่ภิกษุณี ทั้งหลาย กลับดูหมิ่นท่าน เพราะเห็นว่าท่านเป็นพระที่ (เคย) เขลา จำหัวข้อธรรมเพียงคาถาเดียว ไม่ได้มาตลอดพรรษา จึงพากันประมาทว่า "วันนี้พวกเราคงจะได้ฟังธรรมบทเดิมซ้ำอีกแน่ๆ"

เหตุการณ์สำคัญ
1.การแสดงฤทธิ์ พระจูฬปันถก ทราบความนึกคิดของภิกษุณีเหล่านั้น ท่านจึงแสดงอภินิหาร เหาะขึ้นไปบนอากาศ เดินบ้าง นั่งบ้าง ทำให้เกิดควันและไฟ เพื่อกำราบทิฐิ

2.การแสดงธรรม ท่านได้แสดงธรรมโดยเริ่มด้วยคาถาเดิมที่เคยจำได้ยาก แต่ขยายความ และ เทศนา ธรรมบทอื่นๆ จนละเอียดลึกซึ้ง ทำให้ภิกษุณีเหล่านั้นเกิดความเลื่อมใสและบรรลุธรรม

3.การตำหนิ แม้ผลจะออกมาดี แต่พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่ามีภิกษุณีบางกลุ่ม ติเตียนเรื่อง การสอนจนค่ำมืด (ทำให้ต้องกลับเข้าเมืองผิดเวลา) และเพื่อป้องกันไม่ให้พระเถระรูปอื่นๆ ใช้วาระ การสอนธรรมเป็นการแสดงตนหรืออยู่กับภิกษุณีจนดึกดื่นเกินไป

ข้อสรุปทางพระวินัย (สิกขาบท)
พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติสิกขาบท (ปาจิตตีย์) ห้ามภิกษุ "สอนธรรมแก่ภิกษุณี จนถึงเวลา พระอาทิตย์ตกดิน" แม้จะเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มาสอนตามวาระก็ตาม

ทั้งนี้เพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ป้องกันข้อครหาเรื่องความเหมาะสมของเวลา และเน้น ให้การสอนธรรมเป็นไปตามกรอบที่ควรจะเป็น

หัวข้อเรื่อง
1) เรื่องพระจูฬปันถกเถระ (โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๒)
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) สิกขาบทวิภังค์
6) บทภาชนีย์ ติกะปาจิตตีย์
7) ติกะทุกกฏ
8) ไม่ต้องอาบัติ
9) อนาปัตติวาร


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

(8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๔๒๔]- [๔๒๘] หน้าที่ ๓๙๒-๓๙๔.
มหาวิภังค์ ภาค ๒

1)
๓. โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๒
เรื่องพระจูฬปันถกเถระ

            [๔๒๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พระเถระทั้งหลาย ผลัดเปลี่ยนกันกล่าวสอนพวกภิกษุณี สมัยนั้น ถึงวาระของท่านพระจูฬปันถก ที่จะกล่าว สอนพวกภิกษุณี พวกภิกษุณีพูดกันอย่างนี้ว่า วันนี้โอวาทเห็นจะไม่สำเร็จประโยชน์ เพราะประเดี๋ยวพระคุณเจ้าจูฬปันถก จะกล่าวอุทานอย่างเดิมนั่นแหละซ้ำๆ ซากๆ แล้วพากันเข้าไปหาท่านพระจูฬปันถก อภิวาทแล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.

            ท่านพระจูฬปันถกได้ถามภิกษุณีเหล่านั้น ผู้นั่งเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ว่า พวกเธอ พร้อมเพรียงกันแล้วหรือ น้องหญิงทั้งหลาย?

            ภิกษุณี. พวกดิฉันพร้อมเพรียงกันแล้ว เจ้าข้า.
            จูฬ. ครุธรรม ๘ ประการยังเป็นไปดีอยู่หรือ น้องหญิงทั้งหลาย?
            ภิกษุณี. ยังเป็นไปดีอยู่ เจ้าข้า.

            ท่านพระจูฬปันถกสั่งว่า นี่แหละเป็นโอวาทละ น้องหญิงทั้งหลาย แล้วได้กล่าว อุทานนี้ซ้ำอีก ว่าดังนี้:-

            "ความโศก ย่อมไม่มีแก่มุนีผู้มีจิตตั้งมั่น ไม่ประมาท
            ศึกษาอยู่ในโมเนยยปฏิปทา ผู้คงที่ ผู้สงบระงับ มีสติทุกเมื่อ"

            [๔๒๕] ภิกษุณีทั้งหลายได้สนทนากันอย่างนี้ว่า เราได้พูดแล้วมิใช่หรือว่าวันนี้ โอวาทเห็นจะไม่สำเร็จประโยชน์ เพราะประเดี๋ยว พระคุณเจ้าจูฬปันถก จะกล่าวอุทาน อย่างเดิมนั่นแหละซ้ำๆ ซากๆ

            ท่านพระจูฬปันถกได้ยินคำสนทนานี้ของภิกษุณีพวกนั้น ครั้นแล้วท่านเหาะขึ้น สู่เวหา จงกรมบ้าง ยืนบ้าง นั่งบ้าง สำเร็จการนอนบ้าง ทำให้ควันกลุ้มตลบขึ้นบ้าง ทำให้เป็นไฟโพลงขึ้นบ้าง หายตัวบ้าง อยู่ในอากาศกลางหาว กล่าวอุทานอย่างเดิมนั้น และพระพุทธพจน์อย่างอื่นอีกมาก.

            ภิกษุณีทั้งหลายกล่าวชมอย่างนี้ว่า น่าอัศจรรย์นัก ชาวเราเอ๋ย ไม่เคยมีเลย ชาวเราเอ๋ยในกาลก่อนแต่นี้ โอวาทไม่เคยสำเร็จประโยชน์แก่พวกเรา เหมือนโอวาท ของ พระคุณเจ้าจูฬปันถกเลย. คราวนั้น ท่านพระจูฬปันถกกล่าวสอนภิกษุณี เหล่านั้น จนพลบค่ำ ย่ำสนธยา แล้วได้ส่งกลับด้วยคำว่า กลับไปเถิด น้องหญิงทั้งหลาย.

            จึงภิกษุณีเหล่านั้น เมื่อเขาปิดประตูเมืองแล้ว ได้พากันพักแรมอยู่นอกเมือง รุ่งสายจึงเข้าเมืองได้ ประชาชนพากัน เพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า ภิกษุณีพวกนี้ เหมือนไม่ใช่สตรีผู้ประพฤติพรหมจรรย์ พักแรมอยู่กับพวกภิกษุในอารามแล้ว เพิ่งจะพากันกลับเข้าเมืองเดี๋ยวนี้ ภิกษุทั้งหลายได้ยินประชาชนพากันเพ่งโทษติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระจูฬปันถก เมื่อพระอาทิตย์ตกแล้ว จึงยังได้กล่าวสอนพวกภิกษุณีอยู่เล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ...


2) ทรงสอบถาม

            พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามว่า ดูกรจูฬปันถก ข่าวว่า เมื่อพระอาทิตย์ตกแล้ว เธอยังกล่าวสอนพวกภิกษุณีอยู่ จริงหรือ?

            พระจูฬปันถกทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

            พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรจูฬปันถก เมื่อพระอาทิตย์ตกแล้ว ไฉน เธอจึงยังได้กล่าวสอนพวกภิกษุณีอยู่เล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อ ความเลื่อมใส ของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของ ชุมชน ที่เลื่อมใสแล้ว ...

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4) พระบัญญัติ

            ๗๑. ๒. ถ้าภิกษุ แม้ได้รับสมมติแล้ว เมื่อพระอาทิตย์อัสดงค์แล้ว กล่าวสอนพวกภิกษุณี เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องพระจูฬปันถกเถระ จบ.


5) สิกขาบทวิภังค์

            [๔๒๖] ผู้ชื่อว่า ได้รับสมมติแล้ว คือ ได้รับสมมติแล้วด้วยญัตติจตุตถกรรม.
            คำว่า เมื่อพระอาทิตย์อัสดงค์แล้ว คือ เมื่อพระอาทิตย์ตกแล้ว.
            ผู้ชื่อว่า พวกภิกษุณี ได้แก่ สตรีผู้อุปสมบทแล้วในสงฆ์ ๒ ฝ่าย.
            บทว่า กล่าวสอน ความว่า กล่าวสอนด้วยครุธรรม ๘ ประการ หรือด้วยธรรมอย่างอื่น ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

6) บทภาชนีย์
ติกะปาจิตตีย์

            [๔๒๗] พระอาทิตย์อัสดงค์แล้ว ภิกษุสำคัญว่าอัสดงค์แล้ว กล่าวสอน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
            พระอาทิตย์อัสดงค์แล้ว ภิกษุสงสัย กล่าวสอน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
            พระอาทิตย์อัสดงค์แล้ว ภิกษุสำคัญว่ายังไม่อัสดงค์ กล่าวสอน ต้องอาบัติปาจิตตีย์

7) ติกะทุกกฏ

            ภิกษุสั่งสอนภิกษุณีผู้อุปสมบทในสงฆ์ฝ่ายเดียว ต้องอาบัติทุกกฏ
            พระอาทิตย์ยังไม่อัสดงค์ ภิกษุสำคัญว่าอัสดงค์แล้ว กล่าวสอน ต้องอาบัติทุกกฏ
            พระอาทิตย์ยังไม่อัสดงค์ ภิกษุสงสัย กล่าวสอน ต้องอาบัติทุกกฏ

8) ไม่ต้องอาบัติ

           พระอาทิตย์ยังไม่อัสดงค์ ภิกษุสำคัญว่ายังไม่อัสดงค์ กล่าวสอน ไม่ต้องอาบัติ

9) อนาปัตติวาร

            [๔๒๘]
๑. ภิกษุให้อุเทศ
๒. ภิกษุให้ปริปุจฉา
๓. ภิกษุอันภิกษุณีกล่าวว่า นิมนต์ท่านสวดเถิดเจ้าข้า ดังนี้ สวดอยู่
๔. ภิกษุถามปัญหา
๕. ภิกษุถูกถามปัญหาแล้วแก้
๖. ภิกษุกล่าวสอนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นอยู่ แต่พวกภิกษุณีฟังอยู่ด้วย
๗. ภิกษุกล่าวสอนสิกขมานา
๘. ภิกษุกล่าวสอนสามเณรี
๙. ภิกษุวิกลจริต
๑๐. ภิกษุอาทิกัมมิกะ

ไม่ต้องอาบัติแล.

โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๒ จบ





 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์