1)
คำว่า สมมุติสงฆ์ ใช้กันบ่อยมาก คืออะไร
คำตอบจากAI
คำว่า สมมุติสงฆ์ (หรือ สมมติสงฆ์) หมายถึง บุคคลที่บวชเป็นพระภิกษุตาม พระธรรมวินัย แต่ยังเป็น "ปุถุชน" หรือผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ ไม่ได้บรรลุธรรมเป็น พระอริยบุคคล
ในทางพระพุทธศาสนา มีการแบ่งประเภทของสงฆ์ไว้เพื่อให้เห็นความแตกต่าง ดังนี้
1. สมมุติสงฆ์ (สงฆ์โดยสมมุติ)
-นิยาม: คือผู้ที่ผ่านพิธีอุปสมบทอย่างถูกต้องตามพระวินัย มีการยอมรับกันในหมู่สงฆ์ และสังคมว่าผู้นี้คือ "พระ"
-ลักษณะ: ยังมีกิเลส มีความโลภ โกรธ หลง เหมือนคนทั่วไป เพียงแต่เปลี่ยนสถานะ มาถือศีลและปฏิบัติธรรมตามหน้าที่ของนักบวช
-เปรียบเทียบ: เหมือนนักเรียนที่สมัครเข้าเรียนในโรงเรียน แม้จะใส่ชุดนักเรียนแล้ว แต่ยังต้องเรียนรู้และฝึกฝนเพื่อให้เกิดความรู้จริง
2. อริยสงฆ์ (สงฆ์โดยปรมัตถ์)
-นิยาม: คือผู้ที่ปฏิบัติธรรมจนบรรลุมรรคผล ตั้งแต่ชั้น พระโสดาบัน ขึ้นไปจนถึง พระอรหันต์
-ลักษณะ: เป็นผู้ที่ละสังโยชน์ (กิเลสเครื่องร้อยรัด) ได้ตามลำดับขั้น ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็น พระภิกษุหรือฆราวาส (ในทางธรรม) ก็ถือว่าเป็นอริยบุคคล
ทำไมถึงใช้คำนี้บ่อย?
สาเหตุที่มีการพูดถึงคำนี้บ่อย มักเกิดขึ้นใน 2 กรณีหลัก
1.เมื่อมีข่าวเสื่อมเสีย
เพื่อย้ำเตือนว่าผู้ที่ทำผิดคือ "คน" ที่มาบวช (สมมุติสงฆ์) ซึ่งยังมีกิเลสอยู่ ไม่ใช่ตัว "พระพุทธศาสนา" หรือ "อริยสงฆ์" ที่เสื่อมลง
2.การถวายสังฆทาน
ในทางปฏิบัติ การถวายทานแก่ "สมมุติสงฆ์" โดยตั้งจิตอุทิศให้แก่สงฆ์ส่วนรวม (อริยสงฆ์) ท่านว่ามีอานิสงส์มากเท่ากับการถวายแด่พระอริยบุคคลโดยตรง
สรุปสั้นๆ
สมมุติสงฆ์คือ "พระที่บวชตามพิธีแต่ยังไม่บรรลุธรรม" ซึ่งเป็นพระส่วนใหญ่ที่เราพบเห็น และกราบไหว้ในปัจจุบันนั่นเอง
2)
ใครเป็นคนบัญญัติคำนี้ ไม่น่าจะเป็นพระพุทธเจ้า
คำตอบจากAI
คำเข้าใจถูกต้องแล้วครับ คำว่า "สมมุติสงฆ์" ไม่ได้ปรากฏในพระไตรปิฎกในฐานะคำ ที่พระพุทธเจ้าใช้เรียกพระภิกษุปุถุชนโดยตรง แต่เป็นคำที่เกิดขึ้นในภายหลังจากการ อธิบายธรรม (อรรถกถา) เพื่อแยกแยะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
ที่มาและผู้นิยามคำนี้สามารถสรุปได้ดังนี้ครับ:
1. พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติคำนี้
-ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงใช้คำว่า "ภิกษุ" (Bhikkhu) หรือ "สงฆ์" (Sangha) เป็นหลัก
-หากจะแบ่งประเภท พระองค์จะใช้คำว่า "ปุถุชน" (ผู้ยังมีกิเลส) และ "พระอริยบุคคล" (ผู้บรรลุธรรม) มากกว่า
2. ที่มาของคำว่า "สมมติ" ในพระวินัย
-ในพระไตรปิฎกมีคำว่า "สมมติ" อยู่จริง แต่ใช้ในเชิงกระบวนการ เช่น "สงฆ์สมมติ" หมายถึงการที่หมู่คณะลงมติแต่งตั้งพระรูปใดรูปหนึ่งให้ทำหน้าที่เฉพาะทาง เช่น พระผู้แจกภัตตาหาร หรือพระผู้ดูแลที่พัก
-คำว่า "สมมติ" ในภาษาบาลีแปลว่า "การตกลงร่วมกัน" หรือ "การยอมรับพร้อมกัน"
3. ใครเป็นคนนำมาใช้?
-คัมภีร์อรรถกถา (คัมภีร์รุ่นหลัง): คาดว่าคำนี้น่าจะถูกนิยามขึ้นโดยเหล่า พระอรรถกถาจารย์ (พระอาจารย์ที่เขียนคำอธิบายพระไตรปิฎก) เพื่อใช้คู่กับคำว่า "อริยสงฆ์" ให้คนรุ่นหลังเข้าใจได้ง่ายว่า พระที่บวชตามพิธีกรรมแต่ยังไม่บรรลุธรรมนั้น เรียกว่า "สงฆ์โดยสมมติ" (คือเราสมมติหรือตกลงยอมรับกันว่าท่านคือพระ)
-การใช้งานในไทย: คำนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในสังคมไทย เพื่อสื่อสารให้คน แยกแยะ ระหว่าง "ตัวบุคคล" กับ "สภาวะธรรม" เพื่อรักษาสถาบันศาสนาไม่ให้ เสื่อมเสีย เมื่อมีพระประพฤติผิด
สรุปคือ
เป็นคำที่ "คนรุ่นหลัง" (พระอรรถกถาจารย์) บัญญัติขึ้นเพื่อเป็นภาษาในการ อธิบายธรรม ให้คนทั่วไปเข้าใจความแตกต่างระหว่าง "พระตามทะเบียนบ้าน" กับ "พระตามผลการปฏิบัติ" นั่นเอง
|