เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม

ถาม-ตอบ กับ AI
 
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ถาม AI :
มารคิดอย่างไร จึงต้องการให้พระพุทธเจ้าปรินิพพานเสียเดี๋ยวนี้

AI_088

 

1)
อยากทราบว่า มารคิดอย่างไร จึงต้องการให้พระพุทธเจ้าปรินิพพานเสียเดี๋ยวนี้ มีเหตุผลอะไร ที่มารต้องพูดแบบนี้ ..
ภูมิจาลสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๒ (P2289)
มหาปรินิพพานสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๐ (P629)


คำตอบจากAI

หากวิเคราะห์ตามหลักการในพระไตรปิฎก มาร (พญามาร) มีเหตุผลและแรงจูงใจสำคัญ ที่ต้องการให้พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ดังนี้ครับ:

เพื่อรักษาอาณาเขตของตน: ในทางพุทธศาสนา "มาร" คือผู้ครอบครอง กามภพ การที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นและ สั่งสอนธรรมะ คือการพาเวไนยสัตว์ให้ "พ้นไปจาก อำนาจของมาร" หรือหลุดพ้นจาก วัฏสงสาร มารจึงมองว่าพระพุทธเจ้าคือ ผู้ที่มาทำลายอาณาจักรและแย่งชิงบริวารของตนไป

ความอิจฉาริษยาและขัดเคือง: มารไม่ต้องการให้ใครอยู่เหนืออำนาจของตน เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้และมีรัศมีแห่งความดีงามแผ่ขยายไป มารย่อมเกิดความเร่าร้อนใจ และต้องการขจัดต้นตอของความสว่างนั้น เพื่อให้โลกกลับมามืดบอด ภายใต้กิเลส ตามเดิม

กลัวความมั่นคงของพระศาสนา: มารเฝ้ารอจังหวะมาตลอด (ตั้งแต่เริ่มตรัสรู้) แต่ที่ต้องรอจนถึงวินัยสุดท้าย เพราะพระพุทธเจ้าทรงตั้งปณิธานไว้ว่า จะยังไม่ปรินิพพาน จนกว่า บริษัท 4 จะเข้มแข็ง มารจึงต้องรอจนกระทั่ง "หาข้ออ้าง" ได้ว่าบัดนี้พระศาสนามั่นคงแล้ว เพื่อบีบให้พระองค์รักษาสัจจะที่เคยตรัสไว้

สบโอกาสที่พระพุทธเจ้าทรงพระชรา: มารทราบดีว่าขณะนั้นพระพุทธองค์ มีพระชนมายุ 80 พรรษา และเพิ่งทรงหายจากอาการอาพาธหนัก มารจึงอาศัยจังหวะ ที่ร่างกายของ พระองค์อ่อนแอ เข้ามากราบทูลเร่งรัด เพื่อให้จบสิ้นภารกิจในโลกนี้เสีย

สรุปสั้นๆ: มารทำหน้าที่เป็น "ผู้ขัดขวางบุญกุศล" โดยธรรมชาติครับ การมีอยู่ของ พระพุทธเจ้า ยิ่งนานเท่าไหร่ สัตว์โลกก็ยิ่งหลุดพ้นจากอำนาจมารมากขึ้นเท่านั้น มารจึงต้องรีบตัดตอนให้เร็วที่สุด


2)
ในเหตุการณ์ครั้งนั้น พระอานนท์ถูกมารดลใจ จึงไม่ทูลร้องขอพระพุทธเจ้าให้มีชีวิต อยู่ต่อไป... ถามว่าเป็นไปหรือที่พระองค์จะปล่อยให้มารดลใจศิษย์ของตถาคต ต่อหน้า ต่อตา โดยไม่ทำอะไรเลย (มหาปรินิพพานสูตร)

คำตอบจากAI

เป็นคำถามที่ลึกซึ้ง และชวนให้พิจารณาในแง่ "พุทธวิสัย" และ "กฎแห่งกรรม" มากครับ ในคัมภีร์อธิบายเหตุผลที่พระพุทธองค์ทรงนิ่งเฉย ในขณะที่พระอานนท์ถูกมารดลใจ ไว้ดังนี้ครับ:

ความเป็นธรรมดาของสังขาร: พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาเห็นด้วยพระญาณแล้วว่า สังขารของพระองค์ทรุดโทรมมาก (เปรียบเหมือนเกวียนเก่าที่ต้องซ่อมด้วยไม้ไผ่) และถึงเวลาอันสมควรตามธรรมชาติ การที่มารเข้าครอบงำพระอานนท์เป็นเพียง "ปัจจัยภายนอก" ที่มาประจวบเหมาะกับ "อายุสังขาร" ที่สิ้นสุดลงตามความจริง

การเคารพ "เจตจำนงเสรี" และ "สติ" ของบุคคล: แม้พระองค์จะมีฤทธิ์มาก แต่ธรรมะของพระองค์เน้นเรื่อง สติและการรู้เท่าทัน การที่พระอานนท์ถูกมารดลใจ สะท้อนว่าในขณะนั้นพระอานนท์ "ขาดสติ" (เพราะความเศร้าโศกหรือความประมาท) พระพุทธเจ้าไม่ทรงใช้ฤทธิ์เพื่อแทรกแซง หรือฝืนกฎแห่งสติปัญญาของผู้อื่น โดยไม่จำเป็น

ทรงให้โอกาสถึง 16 ครั้ง: พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงนิ่งเฉยเสียทีเดียว แต่ทรง "ทำนิมิตโอภาส" (ใบ้เป็นนัยอย่างชัดเจน) ถึง 16 ครั้ง ในสถานที่ต่าง ๆ ว่าผู้ที่เจริญอิทธิบาท 4 สามารถอยู่ได้กัปหนึ่ง หรือเกินกว่ากัป ซึ่งเป็นการ "เปิดโอกาส" ให้พระอานนท์ใช้สติพิจารณาด้วยตนเองแล้ว แต่เมื่อพระอานนท์ไม่สามารถรับรู้ได้ เนื่องจากนิวรณ์ (มาร) ครอบงำ พระองค์จึงทรงถือว่า "วาระได้สิ้นสุดลงแล้ว"

กฎแห่งพระพุทธเจ้า (พุทธประเพณี): เมื่อพระองค์ทรงทำนิมิตโอภาสแล้ว ไม่มีผู้ทูลอาราธนา และมารได้เข้ามาทูลเชิญตามเงื่อนไขที่เคยตกลงกันไว้ พระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็น "สัจจวาที" (พูดจริงทำจริง) จึงทรงตัดสินพระทัยปลงอายุสังขาร เพราะพุทธบริษัทเข้มแข็งพอที่จะสืบทอดธรรมได้แล้ว

พูดง่ายๆ คือ: พระองค์ทรงช่วยด้วยการ "แนะทาง" อย่างเต็มที่แล้วถึง 16 ครั้ง แต่พระองค์จะไม่ทรง "บังคับ" หรือใช้ฤทธิ์ฝืนวิถีจิตของใคร เพราะนั่นขัดกับหลักการ ให้สัตว์โลกเรียนรู้และตื่นรู้ด้วยตนเองครับ


3)
มารร้องขอให้ตถาคตปรินิพาน พระองค์ตรัสว่าภิกษุผู้เป็นสาวกของเรา จักยังไม่เฉียบแหลม ไม่ได้รับแนะนำ ไม่แกล้วกล้า ไม่เป็นพหูสูต... จากนั้นมารทูลว่า ก็บัดนี้ ภิกษุผู้เป็นสาวกของพระองค์เป็นผู้เฉียบแหลมแล้ว ได้รับแนะนำแล้ว แกล้วกล้าแล้ว ..

เหตุที่มารทูลเช่นนี้ แสดงว่ามารรู้ใจพระพุทธเจ้าแล้วว่า ภิกษุสาวกของพระองค์ เฉียบแหลมแล้ว เพียงแต่ว่าพระองค์ไม่ทรงตอบ และทรงกล่าวว่า อุบาสิกาผู้เป็นสาวิกา (ภิกษุณี) ไปจนถึง อุบาสก อุบาสิกา ยังไม่เฉียบแหลม ซึ่งมารก็ทูลเหมือนเดิมว่า (เวลานี้) เฉียบแหลมแล้ว ทรงธรรมแล้วเช่นเดิม

หากพิจารณาเหตุการณ์นี้ให้ละเอียด เหมือนกับว่า มารย่อมอ่านใจพระพุทธเจ้าได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของเทวดา และขณะที่พระตถาคตพิจารณาด้วยญาณแล้ว ก็อาจเกิดเหตุการณ์ที่ว่า สาวกของพระองค์ ต่างรู้ธรรม แกล้วกล้าตามลำดับ อย่าง รวดเร็วในเวลาไล่เรี่ยกัน พระองค์จึงไม่ปฎิเสธมารที่ร้องของถึง 4 ครั้ง หากปฏิเสธ ก็เท่ากับพระองค์มุสา ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ต่อจากนั้นพระองค์ จึงทรงปลงอายุสังขาร ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าพุทธบริษัท4 ทรงธรรมแล้ว พรหมจรรย์นี้สมบูรณ์แล้ว


คำตอบจากAI

การวิเคราะห์ของคุณ แหลมคมและลึกซึ้งมาก ครับ คุณกำลังชี้ให้เห็นถึง "เงื่อนไขแห่ง สัจจะ" และ "สภาวะที่เป็นจริง" ในขณะนั้น ซึ่งสามารถขยายความสนับสนุน เหตุผล ที่คุณยกมาได้ดังนี้ครับ:

1. การอ่านใจและสภาวะธรรมที่เป็นจริง: มาร (ในฐานะปรนิมมิตวสวัตตีมาร) มีเจโตปริยญาณ (การรู้วาระจิตผู้อื่น) เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ "ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์" ในตอนนั้นพระธรรมวินัยแพร่หลายไปทั่วชมพูทวีป มีพระอรหันต์สาวกจำนวนมาก ที่สามารถแสดงธรรมและปราบวาทะเดียรถีย์ได้จริง มารจึงหยิบยก "ความจริง" นี้มาเป็นเครื่องต่อรองที่พระองค์ทรงปฏิเสธไม่ได้

2. พระพุทธเจ้าทรงเป็น "สัจจวาที": อย่างที่คุณวิเคราะห์ไว้ หากพระองค์ทรงปฏิเสธ ทั้งที่พุทธบริษัท 4 พร้อมแล้วจริงๆ ก็จะขัดต่อความเป็นสัจจะของพระพุทธองค์ การที่พระองค์ทรงนิ่งและยอมรับการกราบทูลของมารในครั้งที่ 4 (หลังจากไล่เรียง ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จนครบ) คือการยืนยันว่า "ภารกิจทางพระศาสนาบรรลุผล สัมบูรณ์แล้ว"

3. จุดตัดของ "มหากรุณา" และ "กฎไตรลักษณ์": แม้พระองค์จะมีอานุภาพเหนือกฎใดๆ แต่พระองค์ทรงเคารพใน "เหตุปัจจัย" เมื่อเหตุ (ปณิธานที่จะตั้งศาสนาให้มั่นคง) สำเร็จลงแล้ว ผล (การดำรงอยู่ของกายสังขาร) ก็ไม่มีความจำเป็นต้องฝืนธรรมชาติอีกต่อไป การปลงอายุสังขารจึงเป็นการยืนยันความ "สำเร็จ" มากกว่าความ "พ่ายแพ้" ต่อมารครับ

4. ชัยชนะของมารที่เป็นความพ่ายแพ้ในตัว: มารอาจคิดว่าตนชนะที่ทำให้พระพุทธเจ้าปรินิพพานได้ แต่ในทางกลับกัน

การที่พระองค์ ยอมรับคำมาร เป็นการประกาศว่า "ธรรมะของพระองค์ได้หยั่งรากลึกลง ในโลกจนมารไม่สามารถทำลายได้อีกต่อไปแล้ว" แม้ไม่มีพระองค์อยู่ พุทธบริษัท 4 ก็จะรักษาศาสนาไว้ได้เอง



ความเห็น

เรื่องมารขอร้องให้พระศาสดาปรินิพพาน และมารดลใจพระอานนท์ หากอ่านผ่านๆ โดยไม่ได้ใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง อาจไม่พบเห็นความแปลก ความน่าอัศจรรย์ แต่ถ้าใคร่ครวญให้ดีๆ ก็จะเห็นแง่มุมที่ลึกซึ้ง โดยเฉพาะการตอบโต้ระหว่างมาร กับพระศาสดา ที่มารขอให้ พระองค์จงปรินิพพาน(เสียเดี๋ยวนี้) แต่พระองค์ก็ตอบมารว่า ภิกษุสาวกยังไม่เฉียบแหลม ยังไม่แจ้งในธรรม(ยังต้องพึ่งพระองค์อยู่) แต่มารก็ไม่ลดละ สวนมาเลยว่า ภิกษุสาวก มีความเฉียบแหลมแล้ว แกล้วกล้าแล้ว ตรงนี้เองที่ทำให้รู้ว่า มาร ก็อ่านใจพระศาสดา ออกว่า พระองค์ก็รู้แล้ว ทราบแล้วว่า ภิกษุสาวกแกล้วกล้าแล้ว (เอาตัวรอดแล้ว) มารจึงขอให้พระองค์ ปรินิพพานเป็นครั้งที่สองว่า ภิกษุณีเฉียบแหลม แกล้วกล้าแล้ว และขอให้พระองค์ทรงปรินิพพานอีกเป็นครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4 สำหรับอุบาสก และอุบาสิกา

ความมหัศจรรย์ของเรื่องนี้ก็คือว่า พุทธบริษัท 4 คือ ภิกษุ ภิกษณี อุบาสก อุบาสิกา มีความเฉียบแหลมแกล้วกล้า เป็นพหูสูตร ในเวลาไล่เรี่ยกัน (นับเป็นวินาที) ทำให้ ไม่เป็นภาระแก่พระองค์ที่ต้องรอปลงสังขารจนเนิ่นช้า เมื่อพระองค์ตรวจสอบด้วย พระญาณ ว่า สาวกของพระองค์ 4 ประเภท หมดห่วงแล้ว สามารถพึ่งตนเองได้แล้ว จึงตรัสตอบมารว่า

" ดูกรมารผู้มีบาป...ความปรินิพพานแห่งตถาคต จักมีไม่ช้า โดยล่วงไปอีก สามเดือนแต่นี้ ตถาคตก็จักปรินิพพาน"

จากนั้นพระผู้มีพระภาค ทรงมีพระสติสัมปชัญญะ ทรงปลงอายุสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ และขนพอง สยองเกล้า น่าพึงกลัว ทั้งกลองทิพย์ ก็บันลือลั่น

มหาปรินิพพานสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๐ (P629)

 

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
รวมพระสูตรบุคคลสำคัญ
พระโมคคัลลานะ
พระสารีบุตร
พระเทวทัต
นิครนถ์ปริพาชก
พระมหากัปปินะ
พระอนุรุทธะ
พระอุบาลี
 
โครงสร้างสุตตันตปิฎก ๒๕ เล่ม
พระไตรปิฎกแบ่งเป็น ๕ นิกาย
๕ นิกาย สาระโดยย่อ
     ๕ นิกาย แยกแบบตาราง
  ทีฆทิกาย เล่มที่ ๙-๑๑
  ๒ มัชฌิมนิกาย เล่มที่ ๑๒-๑๔
  ๓ สังยุตตนิกาย เล่มที่ ๑๕-๑๙
  ๔ อังคุตตรนิกาย เล่มที่ ๒๐-๒๔
  ๕ ขุททกนิกาย เล่มที่ ๒๕-๓๓

๕ นิกาย แบบลัดสั้นใน ๑ หน้า
พระไตรปิฎก ๒๕ เล่ม (๙-๓๓)

  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           



หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์