ปรินิพพานสูตร (พระไตรปิฎฏ เล่มที่ ๑๐) พระผู้มีพระภาค ตรัสเรียกท่านพระอานนท์ มารับสั่งว่า ดูกรอานนท์ ถ้าเช่นนั้น เธอจงให้สุภัททปริพาชกบวชเถิด... กรณีนี้ถือเป็นข้อยกเว้นหรือไม่ เพราะสุภัททปริพาชก เป็นอัญญเดียรถีย์ หากจะเข้ามาเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ก็ต้องอยู่ปริวาสสี่เดือน
อ่าน
ปรินิพพานสูตร ข้อ [๑๓๘]
คำตอบจากAI
กรณีของ สุภัททปริพาชก ถือเป็น "ข้อยกเว้นพิเศษ" ที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ พระพุทธโองการ ประทานการอุปสมบทให้โดยตรง โดยไม่ต้องอยู่ ติตถิยปริวาส (การอยู่กรรม 4 เดือนสำหรับผู้เคยเป็นนักบวชนอกศาสนา) ครับ
เหตุผลสำคัญที่ปรากฏในอรรถกถาและพระไตรปิฎกมีดังนี้ครับ:
ความเลื่อมใสเป็นพิเศษ: พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณว่า สุภัททะมีความเลื่อมใสอย่างแรงกล้า และมีอินทรีย์แก่กล้า พร้อมจะบรรลุธรรมในทันที
เงื่อนไขเวลา: ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาใกล้ปรินิพพาน หากต้องรอให้ครบ 4 เดือน สุภัททะจะเสียโอกาสในการเป็น "ปัจฉิมสาวก" (สาวกองค์สุดท้าย) ที่ทันเห็นพระองค์
หลักการ "บุคคลพิเศษ" ในพระวินัยระบุว่า หากพระพุทธเจ้าทรงเห็นความ แตกต่างของบุคคล (เช่น มีความเลื่อมใสยิ่งยวดหรือมีภูมิธรรมสูง) พระองค์ทรงมีพระบรมพุทธานุญาตให้งดเว้นการอยู่ปริวาสได้เป็นรายบุคคล
สรุปคือ เป็นการใช้ พระพุทธปฏิภาณ พิจารณาเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้สุภัททะ ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานนั่นเองครับ
ความเห็น
ข้อยกเว้นสำหรับตถาคต (เท่านั้น)
เช่นเดียวกับที่พระองค์แสดงธรรมแก่พาหิยทารุจิริยะ ขณะกำลังบิณฑบาต ก็เพราะเห็นว่าพาหิยมีอินทรีย์แก่กล้ามาก หลังแสดงธรรม พระองค์ก็หลีกไป ไม่นานพาหิยจิตก็หลุดพ้นสำเร็จเป็นพระอรหันต์
นี่ก็เกี่ยวเนื่องกับ เงื่อนเวลา และเป็นข้อยกเว้นจากพระวินัยที่ทรงห้ามภิกษุแสดงธรรมขณะบิณฑบาต เพราะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม หรือกรณีที่พระองค์ใช้ฤทธิหลายครั้งมาก เช่นหาย(ตัว) ไปปรากฎที่นั่นที่นี่ ก็เป็นข้อยกเว้นเช่นเดียวกัน
|