11/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๒๗๒] - [๒๗๖]
จุลวรรค ภาค ๒
1)
เรื่องให้ภิกษุกำลังฉันค้างอยู่ลุกขึ้น
[๒๗๒] สมัยนั้น มหาอำมาตย์ผู้หนึ่ง เป็นสาวกของอาชีวก ได้เลี้ยงอาหาร พระสงฆ์ ท่านพระอุปนนทศากยบุตร มาภายหลังได้ให้ภิกษุผู้นั่ง ในลำดับลุกขึ้น ทั้งที่กำลังฉันอาหารค้างอยู่ โรงอาหารได้เกิดโกลาหล จึงมหาอำมาตย์ผู้นั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณเชื้อสายพระศากยบุตรมาทีหลัง จึงได้ให้ภิกษุ ผู้นั่งในลำดับลุกขึ้นทั้งที่ยังฉันอาหารค้างอยู่เล่า โรงอาหารได้เกิดโกลาหลขึ้น ภิกษุผู้นั่งแม้ในที่อื่น จะพึงได้ฉันจนอิ่มอย่างไรเล่า
ภิกษุทั้งหลายได้ยินมหาอำมาตย์ ผู้นั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่ เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระอุปนนทศากยบุตร มาทีหลังจึงได้ให้ภิกษุผู้นั่งในลำดับลุกขึ้น ทั้งที่ยังฉันอาหารค้างอยู่เล่า โรงอาหาร ได้เกิดโกลาหลขึ้น แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคๆ ... ทรงสอบถามว่า ดูกรอุปนนท์ ข่าวว่าเธอมาทีหลัง ได้ให้ภิกษุผู้นั่งใน ลำดับลุกขึ้น ทั้งที่ยังฉันอาหาร ค้างอยู่ โรงอาหารได้เกิดโกลาหลขึ้น จริง หรือ
ท่านพระอุปนนทศากยบุตรกราบทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอมาทีหลัง จึงให้ภิกษุผู้นั่งในลำดับลุกขึ้น ทั้งที่ยังฉันอาหารค้างอยู่ โรงอาหารได้เกิดโกลาหลขึ้น การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส ...ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงให้ภิกษุผู้นั่งในลำดับลุกขึ้น ทั้งที่ยังฉันอาหาร ค้างอยู่ รูปใดให้ลุกขึ้น ต้องอาบัติทุกกฏ ถ้าให้ลุกขึ้นย่อมเป็นอันห้ามภัตรด้วย พึงกล่าวว่า ท่านจงไปหาน้ำมา ถ้าได้อย่างนี้ นั่นเป็นการดี ถ้าไม่ได้ พึงกลืนเมล็ดข้าว ให้เรียบร้อยแล้ว จึงให้อาสนะ แก่ภิกษุผู้แก่กว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง เรากล่าว มิได้หมายความว่า ภิกษุพึงหวงกันอาสนะ แก่ภิกษุผู้แก่กว่าโดยปริยายไรๆ รูปใดหวงกัน ต้องอาบัติทุกกฏ
2)
เรื่องพระฉัพพัคคีย์ไล่ภิกษุอาพาธให้ลุกขึ้น
[๒๗๓] สมัยนั้น พระฉัพพัคคีย์ ไล่ภิกษุอาพาธให้ลุกขึ้น ภิกษุอาพาธตอบ อย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย พวกผมไม่สามารถจะลุกขึ้นได้ เพราะเป็นผู้อาพาธ พระฉัพพัคคีย์ กล่าวว่า พวกผมจะพยุงพวกท่านให้ลุกขึ้น แล้วประคองให้ลุกขึ้น พอยืนแล้ว ก็ปล่อยเสีย ภิกษุอาพาธล้มสลบ ... ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงไล่ภิกษุอาพาธให้ลุกขึ้น รูปใดไล่ให้ลุกขึ้น ต้องอาบัติทุกกฏ
[๒๗๔] สมัยนั้น พระฉัพพัคคีย์พูดว่า พวกผมอาพาธ ลุกไม่ขึ้นแล้วยึดเอา ที่นอนดีๆ ไว้ ... ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ...ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ที่นอน เหมาะสมแก่ภิกษุอาพาธ
[๒๗๕] สมัยนั้น พระฉัพพัคคีย์อาพาธเล็กน้อย ก็หวงกันเสนาสนะไว้... ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุ มีอาพาธเล็กน้อย ไม่พึงหวงกันเสนาสนะไว้ รูปใดหวงกัน ต้องอาบัติทุกกฏ
3)
เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ซ่อมวิหาร
[๒๗๖] สมัยนั้น พระสัตตรสวัคคีย์ (กลุ่มภิกษุ ๑๗ รูป) ซ่อมวิหารใหญ่หลังหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่สุดเขต ด้วยหมายใจว่า พวกเราจักจำพรรษา ณ ที่นี้ พระฉัพพัคคีย์ได้เห็น พระสัตตรสวัคคีย์ กำลังซ่อมวิหาร ครั้นแล้วได้กล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย พระสัตตรสวัคคีย์เหล่านี้ กำลังซ่อมวิหาร พวกเราจงช่วยกันไล่พวกเธอไปเสียเถิด ภิกษุบางพวกกล่าวกัน อย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงรอไว้จนกว่าจะซ่อมเสร็จ เมื่อซ่อมเสร็จแล้ว จึงค่อยไล่ไป
ครั้นซ่อมเสร็จ พระฉัพพัคคีย์ได้กล่าวกะ พระสัตตรสวัคคีย์ว่า ท่านทั้งหลาย พวกท่านจงออกไป วิหารถึงแก่พวกผม
ส. ท่านทั้งหลาย ควรจะบอกไว้ก่อนมิใช่หรือ พวกผมจะได้ซ่อมที่อื่น
ฉ. ท่านทั้งหลาย วิหารของสงฆ์มิใช่หรือ
ส. ขอรับ วิหารของสงฆ์
ฉ. ท่านทั้งหลาย พวกท่านจงออกไป วิหารถึงแก่พวกผม
ส. ท่านทั้งหลาย วิหารใหญ่ แม้พวกท่านก็อยู่ได้ แม้พวกผมก็อยู่ได้
ฉ. จงออกไป วิหารถึงแก่พวกผม แล้วทำเป็นโกรธ ขัดเคือง จับคอลากออกมา พระสัตตรสวัคคีย์เหล่านั้น ถูกพระฉัพพัคคีย์ฉุดคร่าออกมา ก็ร้องไห้ภิกษุทั้งหลายถามว่า พวกท่านร้องไห้ทำไม พระสัตตรสวัคคีย์ตอบว่า ท่านทั้งหลายพระฉัพพัคคีย์เหล่านี้ โกรธ ขัดเคือง ฉุดคร่าพวกผมออกจากวิหารของสงฆ์
บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์ จึงโกรธ ขัดเขือง ฉุดคร่า ภิกษุทั้งหลาย ออกจากวิหารของสงฆ์ จึงภิกษุเหล่านั้นกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค ... พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุฉัพพัคคีย์ โกรธ ขัดเขือง ฉุดคร่าภิกษุทั้งหลายออกจาก วิหารของสงฆ์ จริงหรือ
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงโกรธ ขัดเคือง ฉุดคร่าภิกษุทั้งหลายออกจาก วิหารของสงฆ์ รูปใดฉุดคร่า พึงปรับตามธรรม เราอนุญาตให้ภิกษุถือเสนาสนะ
|