เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เรื่องไม้เท้า ทรงอนุญาตให้ภิกษุใช้ไม้เท้า และสาแหรกได้ เฉพาะเมื่ออาพาธ 2780
  5/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๑๓๕] -[๑๔๓]
 


(โดยย่อ)

เรื่องไม้เท้า

-ทรงห้ามใช้ไม้เท้าคอนสาแหรก
มีภิกษุใช้ไม้เท้าคอนสาแหรกใส่บาตร เดินเข้าหมู่บ้านในเวลาวิกาล ชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโจร ถือดาบวิ่งไล่จับ พระพุทธองค์จึงทรงตำหนิ และปรับอาบัติทุกกฏแก่ผู้ฝ่าฝืน

-พระราชทานทัณฑสมมติ
ทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้เป็นไข้ ไม่สามารถเดินเองได้ สามารถใช้ไม้เท้าและสาแหรกได้ โดยต้อง ได้รับการสมมติ (สวดประกาศขออนุมัติ) จากสงฆ์อย่างถูกต้องตามพระวินัย

-ข้อปฏิบัติในการขอทัณฑสมมติ
ภิกษุผู้ไข้ต้องห่มผ้าเฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่ง ประณมมือ แล้วกล่าวคำขอ ต่อสงฆ์ รวม 3 ครั้ง จากนั้นพระสงฆ์จึงสวดญัตติทุติยกรรมวาจา เพื่อมอบสิทธิ์ให้

-ข้อกำหนดเกี่ยวกับไม้เท้า
ทรงห้ามภิกษุ ผู้ไม่มีอาการไข้ละเมิดใช้ไม้เท้า และสาแหรกโดยไม่มีทัณฑสมมติ หากดื้อดึงใช้ จะต้องอาบัติทุกกฏทุกครั้ง

-การระงับสิทธิ์เมื่อหายไข้
เมื่อภิกษุนั้นหายจากอาการไข้แล้ว ทัณฑสมมติหรือสิทธิ์ ในการใช้ไม้เท้านั้น ถือเป็นอันสิ้นสุดลง ทันที

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


5/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๑๓๕] -[๑๔๓]
จุลวรรค ภาค ๒

1)
เรื่องไม้เท้า

          [๑๓๕] สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งวางบาตรไว้ในสาแหรก (ภาชนะใส่ของ) แล้วห้อยไว้ ที่ไม้เท้า เดินผ่านไปทางประตูบ้านแห่งหนึ่ง ในเวลาพลบค่ำ ชาวบ้านบอกกันว่า พวกเรา นั่นโจรกำลังเดินไป ดาบของมันส่องแสงวาว แล้วตามไล่ไปจับตัวได้รู้แล้ว ปล่อยไป ครั้นภิกษุนั้นไปถึงวัดแล้ว แจ้งเรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลายๆ ถามว่า ก็คุณถือไม้เท้า กับ สาแหรกหรือ ภิกษุนั้นรับว่า ถูกแล้ว ขอรับ

           บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุจึงได้ถือไม้เท้ากับสาแหรกเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุไม่พึงถือไม้เท้ากับสาแหรก รูปใดถือ ต้องอาบัติทุกกฏ

          [๑๓๖] สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ปราศจากไม้เท้า ไม่สามารถจะเดินไป ไหนได้ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติไม้เท้าแก่ภิกษุอาพาธ

          [๑๓๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงให้สมมติไม้เท้าอย่างนี้:-
ภิกษุอาพาธนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่งประคองอัญชลี แล้วกล่าวคำขออย่างนี้ ว่าดังนี้:-

          ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าอาพาธ ไม่ใช้ไม้เท้าไม่สามารถไปไหนได้ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้น ขอทัณฑสมมติ กะสงฆ์

          พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม

          [๑๓๘] ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ ทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-

2)
กรรมวาจาให้ทัณฑสมมติ

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้อาพาธไม่ใช้ไม้เท้า ไม่สามารถจะไปไหนได้ เธอขอทัณฑสมมติกะสงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้ทัณฑสมมติแก่ภิกษุมีชื่อนี้นี้เป็นญัตติ

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้อาพาธ ไม่ใช้ไม้เท้า ไม่สามารถจะไปไหนได้ เธอขอทัณฑสมมติกะสงฆ์ สงฆ์ให้ทัณฑสมมติแก่ภิกษุมีชื่อนี้ การให้ทัณฑสมมติแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบ แก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด

          ทัณฑสมมติ อันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้า ทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้

          [๑๓๙] สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ไม่ใช้สาแหรก ไม่สามารถจะนำบาตร ไปได้ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติสาแหรกแก่ภิกษุอาพาธ

          [๑๔๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงให้สมมติอย่างนี้

          ภิกษุอาพาธนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุุ ผู้แก่กว่า นั่งกระโหย่งประคองอัญชลี แล้วกล่าวคำขออย่างนี้ ว่าดังนี้:-

3)
คำขอสิกกาสมมติ

          ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าอาพาธ ไม่มีสาแหรก ไม่สามารถจะนำบาตรไปได้ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอสิกกาสมมติกะสงฆ์
          พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม

          [๑๔๑] ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ด้วยญัตติทุติยกรรม วาจา ว่าดังนี้:-

4)
กรรมวาจาให้สิกกาสมมติ

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้อาพาธไม่ใช้สาแหรก ไม่สามารถจะนำบาตรไปได้ เธอขอสิกกาสมมติกะสงฆ์ถ้าความพร้อมพรั่ง ของสงฆ์ ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้สิกกา สมมติแก่ภิกษุมีชื่อนี้ นี้เป็นญัตติ

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้อาพาธ ไม่ใช้สาแหรก ไม่สามารถจะนำบาตรไปได้ เธอขอสิกกาสมมติกะสงฆ์สงฆ์ให้สิกกา สมมติแก่ภิกษุ มีชื่อนี้ การให้สิกกาสมมติแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด

          สิกกาสมมติ อันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้า ทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้

          [๑๔๒] สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ไม่ใช้ไม้เท้าไม่สามารถจะไปไหนได้ และไม่ใช้สาแหรกไม่สามารถนำบาตรไปได้ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่ พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติไม้เท้า และ สาแหรกแก่ภิกษุอาพาธ

          ก็แล สงฆ์พึงให้สมมติอย่างนี้ ภิกษุอาพาธนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์ เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่งประคองอัญชลี แล้วกล่าวคำขออย่างนี้ ว่าดังนี้:-

5)
คำขอทัณฑสิกกาสมมติ

          ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าอาพาธ ไม่ใช้ไม้เท้า ไม่สามารถจะไปไหนได้ และไม่ใช้ สาแหรก ไม่สามารถจะนำบาตรไปได้ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอทัณฑสิกกา สมมติกะสงฆ์

          พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม

          [๑๔๓] ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ด้วยญัตติทุติยกรรม วาจา ว่าดังนี้:-

6)
กรรมวาจาให้ทัณฑสิกกาสมมติ

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้อาพาธ ไม่ใช้ไม้เท้า ไม่สามารถ จะเดินไปไหนได้ และไม่ใช้สาแหรก ไม่สามารถจะนำบาตรไปได้ เธอขอทัณฑสิกกาสมมติกะสงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้ ทัณฑสิกกา สมมติ แก่ภิกษุมีชื่อนี้นี้เป็นญัตติ

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้อาพาธ ไม่ใช้ไม้เท้า ไม่สามารถเดินไปไหนได้ และไม่ใช้สาแหรก ไม่สามารถจะนำบาตรไปได้ เธอขอ ทัณฑสิกกาสมมติกะสงฆ์ สงฆ์ให้ทัณฑสิกกาสมมติ แก่ภิกษุมีชื่อนี้ การให้ ทัณฑสิกกาสมมติ แก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบ แก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด

          ทัณฑสิกกาสมมติ อันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่สงฆ์เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้


 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์