เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ว่าด้วยเรื่อง"การคว่ำบาตรเจ้าวัฑฒะลิจฉวี" ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของสังฆกรรมลงทัณฑ์อุบาสก 2778
  4/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๑๑๐] - [๑๑๙]
 


ภิกษุฉัพพัคคีย์ อิจฉาพระทัพพมัลลบุตร
จึงออกอุบายให้ เจ้าวัฑฒะ ใส่ร้ายว่าเสพเมถุนกับภรรยาตน

(โดยย่อ)

1. ต้นเหตุ: การวางอุบายใส่ร้ายพระอรหันต์เหตุการณ์
   -พระเมตติยะและพระภุมมชกะ (กลุ่มภิกษุฉัพพัคคีย์)ไม่พอใจพระทัพพมัลลบุตร(พระอรหันต์)
   -ออกอุบาย เมื่อเจ้าวัฑฒะลิจฉวี ซึ่งเป็นโยมอุปัฏฐาก และสหายเดินทางมาหา ภิกษุทั้งสองรูป ได้แสดงอาการโศกเศร้า อ้างว่าถูกพระทัพพมัลลบุตร กลั่นแกล้ง บีบคั้น
   -ข้อตกลง ภิกษุทั้งสองขอให้เจ้าวัฑฒะลิจฉวี ทำลายพระทัพพมัลลบุตร โดยเข้าไปกราบทูล พระพุทธเจ้า ว่า "พระทัพพมัลลบุตรเสพเมถุน (ทำชู้) กับภรรยาของตน"

2. การเข้าฟ้องร้องและการไต่สวนของพระพุทธองค์
   -การฟ้องร้อง เจ้าวัฑฒะลิจฉวี เข้าเฝ้าฯและกราบทูล ข้อกล่าวหาเท็จ ตามที่นัดแนะไว้
   -การประชุมสงฆ์ ทรงประชุมสงฆ์ทันที และทรงซักถาม พระทัพพมัลลบุตรทูลว่า “ตั้งแต่เกิดมา แม้ในฝันก็ไม่เคยรู้จักการเสพเมถุนธรรมเลย”
   -เมื่อทรงทราบความจริง จึงประกาศให้สงฆ์ทราบว่า เจ้าวัฑฒะลิจฉวี โจทก์ฟ้องพระภิกษุ ด้วยศีลวิบัติอันไม่มีมูล (ใส่ร้ายพระอรหันต์) จึงทรงให้พระสงฆ์ "คว่ำบาตร" แก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี

3. ข้อบัญญัติแห่งกรรม "คว่ำบาตร" (ปัตตนิคกุชชนกรรม)
   -ทรงกำหนด องค์ ๘ ประการของอุบาสก ที่สงฆ์พึงคว่ำบาตร (หากมีข้อใดข้อหนึ่งสงฆ์สามารถ คว่ำบาตรได้) คือ
     1.ขวนขวายเพื่อมิใช่ลาภแห่งภิกษุทั้งหลาย
     2.ขวนขวายเพื่อมิใช่ประโยชน์แห่งภิกษุทั้งหลาย
     3.ขวนขวายเพื่ออยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย
     4.ด่าว่าเปรียบเปรยภิกษุทั้งหลาย
     5.ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกกัน
     6.ล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า
     7.กล่าวติเตียนพระธรรม
     8.กล่าวติเตียนพระสงฆ์

ความหมายของการคว่ำบาตร พระองค์ทรงอธิบายว่า การคว่ำบาตรคือ "การห้ามสมโภคกับสงฆ์" (ตัดการติดต่อ ปฏิเสธไม่รับอาหารบิณฑบาต ไม่รับนิมนต์ และไม่ให้คบค้าสมาคมกับหมู่สงฆ์) โดยให้สงฆ์สวดประกาศด้วย ญัตติทุติยกรรมวาจา

4. ผลของการคว่ำบาตรและการกลับตัวผลลัพธ์:
    -พระอานนท์ ได้รับมอบให้ไปแจ้งการคว่ำบาตรแก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี เมื่อเจ้าวัฑฒะลิจฉวี ทราบว่า ตนถูกคว่ำบาตร ไม่อาจคบค้ากับสงฆ์ได้อีกต่อไป ถึงกับเป็นลมสลบล้มลง ณ ที่นั้น
    -การสำนึกผิด มิตรอำมาตย์และญาติพี่น้องแนะนำให้เข้าไปกราบขอขมาเจ้าวัฑฒะลิจฉวี จึงเข้าไปหมอบแทบพระบาทพระพุทธเจ้าเพื่อสารภาพบาป

5. พุทธานุญาตให้ "หงายบาตร" (ปัตตุตตานกุชชนกรรม)
    -การให้อภัย ทรงตักเตือน และทรงเห็นความตั้งใจจริงในการกลับตัว จึงทรงอนุญาตให้สงฆ์ ทำกรรมวิธี "หงายบาตร" แก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี เพื่อรับเขากลับเข้าสู่การเป็นอุบาสก
   -การหงายบาตร ทรงกำหนดองค์อุบาสก ๘ ประการสำหรับการหงายบาตร (คืออุบาสกเลิก พฤติกรรมไม่ดีทั้ง ๘ ข้อข้างต้นแล้ว) และทรงวางบทบัญญัติญัตติทุติยกรรมวาจา ให้สงฆ์สวด ประกาศคืนสิทธิ์ ให้แก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี อย่างเป็นทางการ

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


4/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๑๑๐] - [๑๑๙]
จุลวรรค ภาค ๒

1)
เรื่องเจ้าวัฑฒะลิจฉวี

          [๑๑๐] สมัยนั้น เจ้าวัฑฒะลิจฉวีเป็นสหายของพระเมตติยะ และพระภุมมชกะ จึงเจ้าวัฑฒะลิจฉวี เข้าไปหาพระเมตติยะและพระภุมมชกะ แล้วกล่าวว่า ผมไหว้ขอรับ เมื่อเธอกล่าวอย่างนั้น ภิกษุทั้งสองรูปก็มิได้ทักทายปราศรัย แม้ครั้งที่สอง เจ้าวัฑฒะลิจฉวี ได้กล่าวว่า ผมไหว้ขอรับ แม้ครั้งที่สองภิกษุทั้งสองรูป ก็มิได้ทักทาย ปราศรัย แม้ครั้งที่สาม เจ้าวัฑฒะลิจฉวีได้กล่าวว่าผมไหว้ขอรับ แม้ครั้งที่สาม ภิกษุ ทั้งสองรูปก็มิได้ทักทายปราศรัย

          ว. ผมผิดอะไรต่อพระคุณเจ้าอย่างไร ทำไม พระคุณเจ้าจึงไม่ทักทาย ปราศรัย กับผม
          ภิกษุทั้งสองตอบว่า ก็จริงอย่างนั้นแหละ ท่านวัฑฒะ พวกอาตมาถูกพวก พระทัพพมัลลบุตรเบียดเบียนอยู่ ท่านยังเพิกเฉยได้

          ว. ผมจะช่วยเหลืออย่างไร ขอรับ
          ภิ. ท่านวัฑฒะ ถ้าท่านเต็มใจช่วย วันนี้พระผู้มีพระภาค ต้องให้พระทัพพมัลลบุตรสึก

          ว. ผมจะทำอย่างไร ผมสามารถจะช่วยได้ด้วยวิธีไหน
          ภิ. มาเถิด ท่านวัฑฒะ ท่านจงเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้ว กราบทูลอย่างนี้ว่า กรรมนี้ไม่แนบเนียน ไม่สมควร ทิศที่ไม่มีภัย ไม่มีจัญไร ไม่มีอันตราย บัดนี้กลับมามีภัย มีจัญไร มีอันตราย ณ สถานที่ไม่มีลม บัดนี้กลับมีลมแรงขึ้น ประชาบดีของหม่อมฉัน ถูกพระทัพพมัลลบุตรประทุษร้าย คล้ายน้ำถูกไฟเผาพระพุทธเจ้าข้า

          เจ้าวัฑฒะลิจฉวีรับคำของพระเมตติยะ และพระภุมมชกะ แล้วเข้าเฝ้า พระผู้มีพระภาค ถวายบังคม แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง กราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า กรรมนี้ไม่แนบเนียน ไม่สมควร ทิศที่ไม่มีภัย ไม่มีจัญไร ไม่มีอันตรายบัดนี้ กลับมามีภัย มีจัญไร มีอันตราย ณ สถานที่ไม่มีลม บัดนี้กลับมีลมแรงขึ้น ประชาบดีของหม่อมฉัน ถูกพระทัพพมัลลบุตรประทุษร้าย คล้ายน้ำถูกไฟเผาพระพุทธเจ้าข้า

          [๑๑๑] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค รับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุ เป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระทัพพมัลลบุตรว่า ดูกรทัพพะ เธอยังระลึกได้หรือว่า เป็นผู้ทำกรรมตามที่เจ้าวัฑฒะลิจฉวีนี้กล่าวหา ท่านพระทัพพมัลลบุตร กราบทูลว่า พระองค์ ย่อมทรงทราบว่า ข้าพระพุทธเจ้า เป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า

          แม้ครั้งที่สอง พระผู้มีพระภาค ...
          แม้ครั้งที่สาม พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามท่านพระทัพพมัลลบุตรว่า ดูกรทัพพะ เธอยังระลึกได้หรือว่า เป็นผู้ทำกรรมตามที่เจ้าวัฑฒะลิจฉวีนี้กล่าวหา ท่านพระทัพพ มัลลบุตร กราบทูลว่า พระองค์ย่อมทรงทราบว่า ข้าพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า

          ภ. ดูกรทัพพะ บัณฑิตย่อมไม่กล่าวแก้คำกล่าวหาอย่างนี้ ถ้าเธอทำจงบอกว่าทำ ถ้าไม่ได้ทำ จงบอกว่าไม่ได้ทำ

          ท. ตั้งแต่ข้าพระพุทธเจ้าเกิดมาแล้ว แม้โดยความฝัน ก็ยังไม่รู้จักเสพเมถุนธรรม จะกล่าวไยถึงเมื่อตื่นอยู่เล่า พระพุทธเจ้าข้า

          [๑๑๒] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงคว่ำบาตรเจ้าวัฑฒะลิจฉวี คือ อย่าให้คบกับสงฆ์

2)
องค์แห่งการคว่ำบาตร

          [๑๑๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงคว่ำบาตร แก่อุบาสก ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ:-
๑. ขวนขวายเพื่อมิใช่ลาภแห่งภิกษุทั้งหลาย
๒. ขวนขวายเพื่อมิใช่ประโยชน์แห่งภิกษุทั้งหลาย
๓. ขวนขวายเพื่ออยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย
๔. ด่าว่าเปรียบเปรยภิกษุทั้งหลาย
๕. ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกกัน
๖. กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า
๗. กล่าวติเตียนพระธรรม
๘. กล่าวติเตียนพระสงฆ์

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้คว่ำบาตรแก่ อุบาสก ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้

          [๑๑๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงคว่ำบาตรอย่างนี้ ภิกษุผู้ฉลาดผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-

3)
กรรมวาจาคว่ำบาตร

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า เจ้าวัฑฒะลิจฉวี โจทท่านพระทัพพมัลลบุตร ด้วยศีลวิบัติอันไม่มีมูล ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงคว่ำบาตรแก่เจ้า วัฑฒะลิจฉวี คือ อย่าให้คบกับสงฆ์ นี้เป็นญัตติ

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า เจ้าวัฑฒะลิจฉวี โจทท่านพระทัพพมัลลบุตร ด้วยศีลวิบัติอันไม่มีมูล สงฆ์คว่ำบาตรแก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี คือ ไม่ให้คบกับสงฆ์ การคว่ำบาตร แก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี คือไม่ให้คบกับสงฆ์ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด

          บาตรอันสงฆ์คว่ำแล้ว แก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี คือ ไม่ให้คบกับสงฆ์ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้

          [๑๑๕] ครั้นเวลาเช้า ท่านพระอานนท์ ครองอันตรวาสกแล้วถือบาตรจีวร เข้าไปยังนิเวศน์ของเจ้าวัฑฒะลิจฉวี ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้กะเจ้าวัฑฒะลิจฉวี ว่าท่านวัฑฒะ สงฆ์คว่ำบาตรแก่ท่านแล้ว ท่านคบกับสงฆ์ไม่ได้ พอเจ้าวัฑฒะลิจฉวี ทราบข่าวว่า สงฆ์คว่ำบาตรแก่เราแล้ว เราคบกับสงฆ์ไม่ได้แล้ว ก็สลบล้มลงณ ที่นั้นเอง

          ขณะนั้น มิตรอำมาตย์ญาติสาโลหิต ของเจ้าวัฑฒะลิจฉวี ได้กล่าวคำนี้ กะเจ้า วัฑฒะลิจฉวีว่า ไม่ควร ท่านวัฑฒะ อย่าเศร้าโศก อย่าคร่ำครวญไปนักเลยพวกเรา จักให้พระผู้มีพระภาค และภิกษุสงฆ์เลื่อมใส จึงเจ้าวัฑฒะลิจฉวี พร้อมด้วยบุตรภรรยา พร้อมด้วยมิตรอำมาตย์ พร้อมด้วยญาติสาโลหิต มีผ้าเปียก มีผมเปียกเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาค ซบศีรษะลงแทบพระบาทของพระผู้มีพระภาค แล้วกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า โทษได้มาถึงหม่อมฉันแล้ว ตามความโง่ ตามความเขลา ตามอกุศล ขอพระองค์ทรงพระกรุณารับโทษของหม่อมฉัน ที่ได้โจทพระคุณเจ้าทัพพมัลลบุตร ด้วยศีลวิบัติอันไม่มีมูล โดยความเป็นโทษ เพื่อความสำรวมต่อไปเถิด พระพุทธเจ้าข้า

          พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เชิญเถิด เจ้าวัฑฒะ โทษได้มาถึงท่านแล้วตามความโง่ ตามความเขลา ตามอกุศล ท่านได้เห็นโทษที่ได้โจททัพพมัลลบุตร ด้วยศีลวิบัติ อันไม่มีมูล โดยความเป็นโทษแล้วทำคืนตามธรรม เราขอรับโทษนั้นของท่าน การที่ท่านเห็นโทษ โดยความเป็นโทษ แล้วทำคืนตามธรรม ถึงความสำรวมต่อไป นี้เป็นความเจริญในอริยวินัย

          [๑๑๖] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงหงายบาตร แก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี คือ ทำให้คบกับสงฆ์ได้

4)
องค์แห่งการหงายบาตร

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงหงายบาตรแก่อุบาสก ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ:-
๑. ไม่ขวนขวายเพื่อมิใช่ลาภแห่งภิกษุทั้งหลาย
๒. ไม่ขวนขวายเพื่อไม่เป็นประโยชน์แห่งภิกษุทั้งหลาย
๓. ไม่ขวนขวายเพื่ออยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย
๔. ไม่ด่าว่าเปรียบเปรยภิกษุทั้งหลาย
๕. ไม่ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกร้าวกัน
๖. ไม่กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า
๗. ไม่กล่าวติเตียนพระธรรม
๘. ไม่กล่าวติเตียนพระสงฆ์

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้หงายบาตร แก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้

          [๑๑๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงหงายบาตรอย่างนี้ เจ้าวัฑฒะลิจฉวีนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าเฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุทั้งหลาย นั่งกระหย่งประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า สงฆ์คว่ำบาตรแก่ข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าคบกับสงฆ์ไม่ได้ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ ขอการหงาย บาตรกะสงฆ์

          พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม

          [๑๑๘] ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ด้วยญัตติ ทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-

5)
กรรมวาจาหงายบาตร

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์คว่ำบาตรแก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวีแล้ว คือ ไม่ให้คบกับสงฆ์ เธอประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่งประพฤติแก้ตัวได้ ขอการหงายบาตร กะสงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงหงายบาตรแก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี คือ ทำให้คบกับสงฆ์ได้ นี้เป็นญัตติ

          ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์คว่ำบาตรแก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวีแล้ว คือ ไม่ให้คบกับสงฆ์ เธอประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่งประพฤติแก้ตัวได้ ขอการหงายบาตร กะสงฆ์ สงฆ์หงายบาตรแก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี คือ ทำให้คบกับสงฆ์ได้ การหงายบาตร แก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี คือ ทำให้คบกับสงฆ์ได้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด

          บาตรอันสงฆ์หงายแล้วแก่เจ้าวัฑฒะลิจฉวี คือ ทำให้คบกับสงฆ์ได้ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้

          [๑๑๙] ครั้นพระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ในเขตพระนครเวสาลี ตาม พระพุทธาภิรมย์แล้ว เสด็จจาริกทางภัคคะชนบท เสด็จจาริกโดยลำดับ ถึงภัคคะ ชนบทแล้ว ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ที่ เภสกฬามฤคทายวัน เขตเมืองสุงสุมารคิระ ในแคว้นภัคคะชนบทนั้น


 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์