4/7) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ ข้อ [๗๘]-[๘๙]
จุลวรรค ภาค ๒
1)
เรื่องที่จงกรมและเรือนไฟ
[๗๘] สมัยนั้น ทายกทายิกา ในพระนครเวสาลี เริ่มจัดปรุงอาหารประณีต ขึ้นตามลำดับ ภิกษุทั้งหลาย ฉันอาหารอันประณีตแล้ว มีร่างกายอันโทษสั่งสม มีอาพาธมาก ครั้งนั้น หมอชีวกโกมารภัจ ได้ไปสู่เมืองเวสาลีด้วยกิจจำเป็นบางอย่าง ได้เห็นภิกษุทั้งหลาย มีร่างกายอันโทษสั่งสม มีอาพาธมาก
ครั้นแล้วเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า บัดนี้ ภิกษุทั้งหลาย มีร่างกาย อันโทษ สั่งสม มีอาพาธมาก ข้าพระพุทธเจ้า ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาค ได้โปรด ทรงอนุญาต ที่จงกรมและเรือนไฟแก่ภิกษุทั้งหลายเถิด พระพุทธเจ้าข้า เมื่อเป็นเช่นนี้ภิกษุทั้งหลาย จักมีอาพาธน้อย
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้หมอชีวกโกมารภัจเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา จึงหมอชีวกโกมารภัจลุกจากที่นั่ง ถวายบังคม พระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณกลับไป
2)
พุทธานุญาตที่จงกรมและเรือนไฟ
[๗๙] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ที่จงกรมและเรือนไฟ
[๘๐] สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายจงกรมในที่ขรุขระ เท้าเจ็บ จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำที่จงกรมให้เรียบ
[๘๑] สมัยต่อมา ที่จงกรมมีพื้นที่ต่ำ น้ำท่วม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำที่จงกรมให้สูง
ที่ถมพังลง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้ก่อมูลดินที่ถม ๓ ชนิด คือ ก่อด้วยอิฐ ๑ ก่อด้วยหิน ๑ ก่อด้วยไม้ ๑
ภิกษุทั้งหลาย ขึ้นลงลำบาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ ชนิดคือ บันไดอิฐ ๑ บันไดหิน ๑ บันไดไม้ ๑
ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงพลัดตก ... ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราว สำหรับยึด
[๘๒] สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลาย จงกรมอยู่ในที่จงกรม พลัดตกลงมา ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตรั้วรอบ ที่จงกรม
[๘๓] สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายจงกรมอยู่กลางแจ้งลำบาก ด้วยหนาวบ้าง ร้อนบ้าง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตโรงจงกรม
ผงหญ้าที่มุงหล่นเกลื่อนในโรงจงกรม ...ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้รื้อลงแล้วฉาบด้วยดิน ทั้งข้างนอกข้างในทำให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง จำหลักเป็นพวง ดอกไม้ เครือไม้ ฟันมังกรดอกจอกห้ากลีบ ราวจีวร สายระเดียงจีวร
[๘๔] สมัยนั้น เรือนไฟมีพื้นต่ำไป น้ำท่วมได้ ... ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถมพื้นให้สูง
พื้นที่ถมพังลงมา ...ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ก่อมูลดินที่ถม ๓ ชนิด คือ ก่อด้วยอิฐ ๑ ก่อด้วยหิน ๑ ก่อด้วยไม้ ๑
ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงลำบาก ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ ชนิด คือ บันไดอิฐ ๑ บันไดหิน ๑ บันไดไม้ ๑
ภิกษุทั้งหลายขึ้นลง พลัดตกลงมา ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราว สำหรับยึด
เรือนไฟไม่มีบานประตู ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบานประตู
กรอบเช็ดหน้า ครกรองเดือยประตู ห่วงข้างบน สายยู ไม้หัวลิงกลอน ลิ่ม ช่องดาน ช่องสำหรับชักเชือก เชือกสำหรับชัก เชิงฝาเรือนไฟชำรุด ภิกษุทั้งหลาย กราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ก่อให้ต่ำ
เรือนไฟไม่มีปล่องควัน ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตปล่องควัน
[๘๕] สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลาย ทำที่ตั้งเตาไฟไว้กลางเรือนไฟขนาดเล็ก ไม่มีอุปจาร ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำที่ตั้งเตาไฟไว้ส่วนข้างหนึ่ง เฉพาะเรือนไฟขนาดเล็ก เรือนไฟขนาดกว้าง ตั้งไว้ตรงกลางได้
ไฟในเรือนไฟลวกหน้า ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตดิน สำหรับ ทาหน้า
ภิกษุทั้งหลาย ละลายดิน ด้วยมือ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราง สำหรับละลายดิน
ดินมีกลิ่นเหม็น ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้อบกลิ่น
[๘๖] สมัยต่อมา ไฟในเรือนไฟลนกาย ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ตักน้ำมาไว้มากๆ
ภิกษุทั้งหลาย ใช้ถาดบ้าง บาตรบ้าง ตักน้ำ ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตที่ขังน้ำ ขันตักน้ำ
เรือนไฟที่มุงด้วยหญ้าไหม้เกรียม ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลงฉาบดิน ทั้งข้างบนข้างล่าง
เรือนไฟเป็นตม ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ปูเครื่องลาด ๓ อย่าง คือเครื่องลาดอิฐ ๑ เครื่องลาดหิน ๑ เครื่องลาดไม้ ๑
เรือนไฟก็ยังเป็นตมอยู่นั้นเอง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ ชำระล้าง
น้ำขัง ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตท่อระบายน้ำ
[๘๗] สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลาย นั่งบนพื้นดินในเรือนไฟ เนื้อตัวคัน ...ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งในเรือนไฟ
[๘๘] สมัยต่อมา เรือนไฟยังไม่มีเครื่องล้อม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ล้อมรั้ว ๓ อย่าง คือ รั้วอิฐ ๑ รั้วหิน ๑ รั้วไม้ ๑
ซุ้มไม่มี ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตซุ้ม
ซุ้มต่ำไป น้ำท่วมได้ ...ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำพื้นที่ให้สูง
พื้นที่ก่อพัง ... ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ก่อมูลดิน ๓ อย่าง คือ ก่อด้วยอิฐ ๑ ก่อด้วยหิน ๑ ก่อด้วยไม้ ๑
ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงลำบาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ อย่าง คือ บันไดอิฐ ๑ บันไดหิน ๑ บันไดไม้ ๑
ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงพลัดตกลงมา ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราว สำหรับยึด
ซุ้มยังไม่มีประตู ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบานประตูกรอบ เช็ดหน้า ครกรองรับเดือยบานประตู ห่วงข้างบน สายยู ไม้หัวลิง กลอนลิ่ม ช่องดาล ช่องเชือกชัก เชือกชัก
[๘๙] สมัยต่อมา ผงหญ้าหล่นเกลื่อนซุ้ม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลงฉาบดิน ทั้งข้างบนข้างล่าง ทำให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง
จำหลัก เป็นพวงดอกไม้ เครือไม้ ฟันมังกร ดอกจอกห้ากลีบ บริเวณเป็นตม ...ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้โรยกรวดแร่
กรวดแร่ยังไม่เต็ม ...ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้วางศิลาเรียบ
น้ำขัง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตท่อระบายน้ำ
|