21/2) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๘๒๐] - [๘๒๙]
มหาวิภังค์ ภาค ๒
วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๘๒๐] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ เดินค้ำกาย ไปในละแวกบ้าน ...
พระบัญญัติ
๑๖๖. ๒๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ทำความค้ำ ไปในละแวกบ้าน.
สิกขาบทวิภังค์
อันภิกษุไม่พึงเดินค้ำกายไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินค้ำกายข้างเดียว ก็ตาม ทั้งสองข้างก็ตาม ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑ จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๒
[๘๒๑] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ นั่งค้ำกาย ในละแวกบ้าน ...
พระบัญญัติ
๑๖๗. ๒๒. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ทำความค้ำ นั่งในละแวกบ้าน.
สิกขาบทวิภังค์
อันภิกษุไม่พึงนั่งค้ำกายไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งค้ำกายข้างเดียวก็ตาม ทั้งสองข้างก็ตาม ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๒ จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๓
[๘๒๒] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ เดินคลุมศีรษะ ไปในละแวกบ้าน ...
พระบัญญัติ
๑๖๘. ๒๓. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่คลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน.
สิกขาบทวิภังค์
อันภิกษุไม่พึงคลุมศีรษะเดินไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๓ จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๔
[๘๒๓] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ นั่งคลุมศีรษะ นั่งในละแวกบ้าน ...
พระบัญญัติ
๑๖๙. ๒๔. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่คลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน.
สิกขาบทวิภังค์
อันภิกษุไม่พึงคลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ คลุมศีรษะ นั่งในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๔ จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๕
[๘๒๔] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ กระหย่งเท้าเดิน ไปในละแวกบ้าน ...
พระบัญญัติ
๑๗๐. ๒๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ไปในละแวกบ้าน ด้วยทั้งความ กระหย่ง.
สิกขาบทวิภังค์
อันภิกษุไม่พึงมีการกระหย่งเท้าเดินไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความ ไม่เอื้อเฟื้อ เดินกระหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๕ จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๖
[๘๒๕] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ รัดเข่านั่ง ในละแวกบ้าน ...
พระบัญญัติ
๑๗๑. ๒๖. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่นั่งในละแวกบ้านด้วยทั้งความรัด.
สิกขาบทวิภังค์
อันภิกษุไม่พึงมีการรัดเข่านั่งในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งรัดเข่า ด้วยมือก็ดี รัดเข่าด้วยผ้าก็ดี ในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๖ จบ.
สารูป ๒๖ สิกขาบท จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------
โภชนปฏิสังยุต ๓๐ สิกขาบท
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๗
[๘๒๖] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ รับบิณฑบาต โดยไม่เอาใจใส่ ทำอาการดุจทิ้งเสีย ...
พระบัญญัติ
๑๗๒. ๒๗. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตโดยเอื้อเฟื้อ.
สิกขาบทวิภังค์
อันภิกษุพึงรับบิณฑบาต โดยเคารพ ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาต โดยไม่เคารพ ทำอาการดุจทิ้งเสีย ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ไม่ต้องอาบัติแล.
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๗ จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๘
[๘๒๗] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ รับบิณฑบาต พลางแลไป ในที่นั้นๆ เมื่อเขากำลังเกลี่ยบิณฑบาตลงก็ดี เมื่อเกลี่ยเสร็จแล้วก็ดี หารู้สึกตัวไม่ ...
พระบัญญัติ
๑๗๓. ๒๘. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักจ้องในบาตรรับบิณฑบาต.
สิกขาบทวิภังค์
อันภิกษุพึงแลดูบาตรรับบิณฑบาต ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาต พลางเหลียวแล ไปในที่นั้นๆ ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ไม่ต้องอาบัติแล.
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๘ จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๙
[๘๒๘] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์รับ บิณฑบาต รับแต่สูปะ เป็นส่วนมาก ...
พระบัญญัติ
๑๗๔. ๒๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจัก รับบิณฑบาตมีสูปะเสมอกัน.
สิกขาบทวิภังค์
ที่ชื่อว่า สูปะ มีสองชนิด คือ สูปะทำด้วยถั่วเขียว ๑ สูปะทำด้วยถั่วเหลือง ๑ ที่จับได้ด้วยมือ.
อันภิกษุพึงรับบิณฑบาตมีสูปะพอสมกัน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับแต่สูปะ อย่างเดียวเป็นส่วนมาก ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ รับกับข้าวต่างอย่าง ๑ รับของญาติ ๑ รับของผู้ปวารณา ๑ รับเพื่อประโยชน์แก่ภิกษุอื่น ๑ จ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๙ จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐
[๘๒๙] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ รับบิณฑบาตถึงล้นบาตร ...
พระบัญญัติ
๑๗๕. ๓๐. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตจดเสมอขอบบาตร.
สิกขาบทวิภังค์
อันภิกษุพึงรับบิณฑบาตเสมอขอบปากบาตร ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตจนล้น ต้องอาบัติทุกกฏ.
อนาปัตติวาร
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
|