7/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๔๕] - [๔๗]
มหาวรรค ภาค ๒
เภสัชชขันธกะ (หมวดว่าด้วยเรื่องยา)
1)
พระปิลินทวัจฉเถระซ่อมแปลงเงื้อมเขา
[๔๕] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระปิลินทวัจฉะ กำลังให้คนชำระเงื้อมเขา ในเขตพระนครราชคฤห์ ประสงค์จะทำให้เป็นสถานที่เร้น ขณะนั้นพระเจ้าพิมพิสาร จอมเสนามาคธราช เสด็จพระดำเนิน ไปหาท่านพระปิลินทวัจฉะถึงสำนัก ทรงอภิวาท แล้ว ประทับเหนือพระราชอาสน์ อันควรส่วนข้างหนึ่ง ได้ตรัสถามท่าน พระปิลินทวัจฉะ ว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า พระเถระกำลังให้เขาทำอะไรอยู่?
ท่านพระปิลินทวัจฉะถวายพระพรว่า อาตมภาพกำลังให้เขาชำระเงื้อมเขา ประสงค์ให้เป็นสถานที่เร้น ขอถวายพระพร
พิ. พระคุณเจ้าต้องการคนทำการวัดบ้างไหม?
ปิ. ขอถวายพระพร พระผู้มีพระภาคยังไม่ทรงอนุญาตคนทำการวัด
พิ. ถ้าเช่นนั้น โปรดทูลถามพระผู้มีพระภาค แล้วบอกให้ข้าพเจ้าทราบ
ท่านพระปิลินทวัจฉะ รับพระราชโองการว่า จะปฏิบัติอย่างนั้น ขอถวายพระพร แล้วชี้แจงให้พระเจ้าพิมพิสาร จอมเสนามาคธราชให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา ครั้นพระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช อันท่านพระปิลินทวัจฉะชี้แจง ให้เห็นแจ้ง ให้ทรงสมาทานอาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา แล้วเสด็จลุกจาก พระราชอาสน์ ทรงอภิวาทท่านพระปิลินทวัจฉะ ทรงทำประทักษิณแล้วเสด็จกลับ
หลังจากนั้น ท่านพระปิลินทวัจฉะ ส่งสมณทูตไปในสำนักพระผู้มีพระภาค กราบทูลว่าพระพุทธเจ้าข้า พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช มีพระราชประสงค์ จะถวายคนทำการวัดข้าพระพุทธเจ้า จะพึงปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า?
2)
พระพุทธานุญาตอารามิก
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้มีคนทำการวัด
พระเจ้าพิมพิสาร จอมเสนามาคธราช เสด็จพระราชดำเนินไปหา ท่าน พระปิลินทวัจฉะ ถึงสำนักเป็นคำรบสอง ทรงอภิวาท แล้วประทับเหนือพระราชอาสน์ อันควร ส่วนข้างหนึ่ง แล้วตรัสถามพระปิลินทวัจฉะว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า คนทำการวัด พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตหรือ?
ท่านพระปิลินทวัจฉะถวายพระพรว่า ขอถวายพระพร ทรงอนุญาตแล้ว
พระเจ้าพิมพิสารตรัสว่า ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าจักถวายคนทำการวัดแก่พระคุณเจ้า
ครั้งนั้น พระเจ้าพิมพิสารจ อมเสนามาคธราช ทรงรับปฏิญาณถวายคน ทำการวัด แก่ท่านพระปิลินทวัจฉะดังนั้นแล้ว ทรงลืมเสีย ต่อนานมาทรงระลึกได้ จึงตรัสถามมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชกิจทั้งปวงผู้หนึ่งว่า พนาย คนทำการวัดที่เรา ได้รับปฏิญาณ จะถวายแก่พระคุณเจ้านั้น เราได้ถวายไปแล้วหรือ?
มหาอำมาตย์กราบทูลว่า ขอเดชะ ยังไม่ได้พระราชทาน พระพุทธเจ้าข้า.
พระราชาตรัสถามว่า จากวันนั้นมานานกี่ราตรีแล้ว?
ท่านมหาอำมาตย์ นับราตรีแล้ว กราบทูลในทันใดนั้นแลว่า ขอเดชะ ๕๐๐ ราตรีพระพุทธเจ้าข้า.
พระราชารับสั่งว่า พนาย ถ้าเช่นนั้น จงถวายท่านไป ๕๐๐ คน ท่านมหา อำมาตย์ รับพระบรมราชโองการ ว่าเป็นดังโปรดเกล้า ขอเดชะ แล้วได้จัดคน ทำการวัดไปถวายท่านพระปิลินทวัจฉะ ๕๐๐ คน หมู่บ้านของคนทำการวัดพวกนั้น ได้ตั้งอยู่แผนกหนึ่ง คนทั้งหลายเรียก บ้านตำบลนั้นว่า ตำบลบ้านอารามิกบ้าง ตำบลบ้านปิลินทวัจฉะบ้าง.
3)
นิรมิตมาลัยทองคำ
[๔๖] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระปิลินทวัจฉะ ได้เป็นพระกุลุปกะ ในหมู่บ้าน ตำบลนั้นครั้นเช้าวันหนึ่ง ท่านครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวร เข้าไปบิณฑบาต ยังตำบลบ้านปิลินทวัจฉะสมัยนั้น ในตำบลบ้านนั้น มีมหรสพ พวกเด็กๆ ตกแต่งกาย ประดับดอกไม้ เล่นมหรสพอยู่ พอดีท่านพระปิลินทวัจฉะ เที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับ ตรอก ในตำบลบ้านปิลินทวัจฉะ ได้เข้าไปถึงเรือนคนทำการวัดผู้หนึ่ง ครั้นแล้วนั่ง บนอาสนะที่เขาจัดถวาย
ขณะนั้น ธิดาของสตรีผู้ทำการวัดนั้น เห็นเด็กๆ พวกอื่นตกแต่งกาย ประดับ ดอกไม้ แล้ว ร้องอ้อนว่า ขอจงให้ดอกไม้แก่ดิฉัน ขอจงให้เครื่องตกแต่ง กายแก่ดิฉัน
จึงท่านพระปิลินทวัจฉะ ถามสตรีผู้ทำการวัดคนนั้นว่า เด็กหญิงคนนี้ร้องอ้อน อยากได้
อะไร?
นางกราบเรียนว่า ท่านเจ้าข้า เด็กหญิงคนนี้เห็นเด็กๆ พวกอื่นตกแต่งกาย ประดับ ดอกไม้ จึงร้องอ้อนขอว่า ขอจงให้ดอกไม้แก่ดิฉัน ขอจงให้เครื่องตกแต่ง กายแก่ดิฉัน ดิฉันบอกว่าเราเป็นคนจนจะได้ดอกไม้มาจากไหน จะได้เครื่องตกแต่ง มาจากไหน
ขณะนั้น ท่านพระปิลินทวัจฉะ หยิบขดหญ้าพวงหนึ่ง ส่งให้แล้วกล่าวว่า เจ้าจงสวมขดหญ้าพวงนี้ ลงบนศีรษะเด็กหญิงนั้น ทันใดนั้นนางได้รับขดหญ้า สวมลง ที่ศีรษะเด็กหญิงนั้นขดหญ้านั้น ได้กลายเป็นระเบียบดอกไม้ทองคำ งามมาก น่าดู น่าชม ระเบียบดอกไม้ทองคำเช่นนั้น แม้ในพระราชฐานก็ไม่มี
คนทั้งหลายกราบทูล แด่พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช ว่า ขอเดชะ ระเบียบดอกไม้ทองคำที่เรือนของคนทำการวัด ชื่อโน้นงามมาก น่าดู น่าชม แม้ใน พระราชฐานก็ไม่มี เขาเป็นคนเข็ญใจ จะได้มาแต่ไหน เป็นต้องได้มาด้วย โจรกรรม แน่นอน
จึงท้าวเธอสั่งให้จองจำตระกูลคนทำการวัดนั้นแล้ว.
ครั้นเช้าวันที่ ๒ ท่านพระปิลินทวัจฉะ ครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไป บิณฑบาต ถึงตำบลบ้านปิลินทวัจฉะ เมื่อเที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับ ตรอกในตำบล บ้านปิลินทวัจฉะ ได้เดินผ่านไปทางเรือน คนทำการวัดผู้นั้น ครั้นแล้วได้ถามคนที่คุ้นเคย กันว่า ตระกูลคนทำการวัดนี้ไปไหนเสีย?
คนพวกนั้นกราบเรียนว่า เขาถูกรับสั่งให้จองจำ เพราะเรื่องระเบียบดอกไม้ ทองคำ เจ้าข้า.
ทันใดนั้น ท่านพระปิลินทวัจฉะได้เข้าไปสู่พระราชนิเวศน์ นั่งเหนืออาสนะ ที่เขาจัดถวาย
ขณะนั้น พระเจ้าพิมพิสาร จอมเสนามาคธราช เสด็จเข้าไปหาท่าน พระปิลินทวัจฉะ ทรงอภิวาทแล้ว ประทับเหนือพระราชอาสน์ อันควรส่วนข้างหนึ่ง
ท่านพระปิลินทวัจฉะได้ทูลถาม พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช ผู้ประทับ เรียบร้อยแล้วดังนี้ว่า ขอถวายพระพร ตระกูลคนทำการวัดถูกรับสั่งให้จองจำ ด้วยเรื่องอะไร?
พระเจ้าพิมพิสาร ตรัสตอบว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า เพราะที่เรือนของเขา มีระเบียบ ดอกไม้ทองคำ อย่างงามมาก น่าดู น่าชม แม้ที่ในวังก็ยังไม่มี เขาเป็นคนจน จะได้มาแต่ไหน เป็นต้องได้มาด้วยโจรกรรมอย่างแน่นอน
ขณะนั้น ท่านพระปิลินทวัจฉะ ได้อธิษฐานปราสาทของพระเจ้าพิมพิสาร จอมเสนามาคธราชว่า จงเป็นทอง ปราสาทนั้น ได้กลายเป็นทองไปทั้งหมด แล้วได้ถวายพระพรถามว่า ขอถวายพระพร ก็นี่ทองมากมายเท่านั้น มหาบพิตร ได้มาแต่ไหน?
พระเจ้าพิมพิสารตรัสว่า ข้าพเจ้าทราบแล้ว นี้เป็นอิทธานุภาพ ของพระคุณเจ้า ดังนี้แล้วรับสั่งให้ปล่อยตระกูล คนทำการวัดนั้นพ้นพระราชอาญาไป.
4)
พระพุทธานุญาตเภสัช ๕
[๔๗] ประชาชนทราบข่าวว่า ท่านพระปิลินทวัจฉะ แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ อันเป็นธรรมยวดยิ่งของมนุษย์ ในบริษัทพร้อมทั้งพระราชา ต่างพากันยินดี เลื่อมใสยิ่ง นำเภสัช ๕ คือเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย มาถวายท่านพระปิลินทวัจฉะ แม้ตามปกติท่านก็ได้เภสัช ๕ อยู่เสมอ ท่านจึงแบ่งเภสัชที่ได้มาถวายแก่บริษัท แต่บริษัทของท่านเป็นผู้มักมากเก็บเภสัชที่ได้ๆ มาไว้ในกระถางบ้าง ในหม้อน้ำบ้าง จนเต็ม บรรจุลงในหม้อกรองน้ำบ้าง ในถุงย่ามบ้าง จนเต็มแล้ว แขวนไว้ที่หน้าต่าง เภสัชเหล่านั้นก็เยิ้มซึม แม้สัตว์จำพวกหนู ก็เกลื่อนกล่นไปทั่ววิหาร คนทั้งหลายเดิน เที่ยวชม ไปตามวิหารพบเข้า ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า สมณะเชื้อสาย พระศากยบุตร เหล่านี้ มีเรือนคลังในภายใน เหมือนพระเจ้าพิมพิสาร จอมเสนามาคธราช ฉะนั้น
ภิกษุทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็น ผู้มักน้อย ....ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุทั้งหลายจึงได้พอใจ ในความมักมากเช่นนี้ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุทั้งหลาย พอใจในความมักมากเช่นนี้ จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า .... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะ ภิกษุทั้งหลายว่า อนึ่ง มีเภสัชอันควรลิ้ม ของภิกษุผู้อาพาธ คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อยภิกษุรับประเคน ของนั้นแล้ว พึงเก็บไว้ฉันได้ ๗ วันเป็นอย่างยิ่ง ภิกษุให้ล่วง กำหนดนั้นไป พึงปรับอาบัติตามธรรม.
|