เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร ห้ามภิกษุเปิดเผยอาบัติ(ความผิด)ของภิกษุด้วยกันแก่คฤหัสถ์ 2539
 

(6) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๓๔๒]- [๓๔๘]

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร (มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙)

เหตุการณ์ (ต้นบัญญัติ)
พระอุปนันทศากยบุตรได้รับนิมนต์ ไปฉันภัตตาหาร ที่บ้านของสหายคนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ท่านก็ได้ตอบรับนิมนต์ของสหาย อีกคนหนึ่งไว้ก่อนแล้วด้วย เมื่อถึงเวลา ท่านกลับเข้าไปยังบ้าน ของ สหายคนหลังก่อน แล้วจึงค่อยไปบ้านของสหายคนแรก (หรือสลับลำดับการไป) ทำให้เกิด ความ สับสน และไม่เป็นไปตามลำดับนิมนต์ นอกจากนี้ ท่านยัง ได้ทำการ "บอกอาบัติชั่วหยาบ" (ทุพภาษิต/อาบัติหนัก) ของภิกษุอื่นแก่คฤหัสถ์ ซึ่งตามวินัยแล้ว ห้ามภิกษุเปิดเผยความผิดรุนแรง ของพวกเดียวกันให้ชาวบ้านรู้

สิกขาบท ภิกษุใดบอกอาบัติชั่วหยาบ ของภิกษุอื่นแก่คฤหัสถ์ (ผู้ไม่ใช่บรรพชิต) เว้นไว้แต่ได้รับ ความยินยอม จากสงฆ์ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ (หรือปาจิตตีย์ ตามกรณี)

ประเด็นสำคัญ
รักษาความลับของสงฆ์ ทรงห้ามไม่ให้เอาความผิดร้ายแรงของภิกษุไปโพนทะนาแก่ชาวบ้าน เพราะจะทำให้ศาสนามัวหมอง และชาวบ้านเสื่อมศรัทธา
การวินิจฉัย หากภิกษุพูดด้วยเจตนาให้ผู้อื่น คลายความเคารพในภิกษุรูปนั้น หรือพูดโดยไม่มี อำนาจหน้าที่ ถือว่ามีความผิด

พระอุปนันทฯ ถูกตำหนิเพราะนำเรื่องอาบัติหนัก ของเพื่อนภิกษุไปเล่าให้คฤหัสถ์ฟัง พระพุทธเจ้า จึงทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามภิกษุเปิดเผย อาบัติชั่วหยาบของกันและกันแก่คฤหัสถ์(แต่ไม่ห้ามเปิดเผยแก่ภิกษุด้วยกัน)


หัวข้อประจำเรื่อง
1) เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) สิกขาบทวิภังค์
6) บทภาชนีย์
7) ติกะปาจิตตีย์
8) ทุกกฏ
9) อนาปัตติวาร


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

(6) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๓๔๒]- [๓๔๘] หน้าที่ ๓๔๑-๓๔๓.
มหาวิภังค์ ภาค ๒
1)

๑. มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙
เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร

          [๓๔๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตร กำลังเป็นผู้ก่อการทะเลาะกับพระฉัพพัคคีย์ ท่านต้องอาบัติชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ แล้วได้ขอปริวาสเพื่ออาบัตินั้นต่อสงฆ์ๆ ได้ให้ปริวาสเพื่ออาบัตินั้นแก่ท่าน.

          ก็แลสมัยนั้น ในพระนครสาวัตถี มีสังฆภัตของประชาชนหมู่หนึ่ง ท่านกำลัง อยู่ปริวาส จึงนั่งท้ายอาสนะในโรงภัต พระฉัพพัคคีย์ได้กล่าวกะอุบาสกเหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลาย ท่านพระอุปนันทศากยบุตรนั่น เป็นพระประจำตระกูลที่พวกท่านสรรเสริญ ได้พยายามปล่อยอสุจิด้วยมือ บริโภคของที่เขาถวายด้วยศรัทธา ท่านต้องอาบัติชื่อ สัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิแล้ว ได้ขออยู่ปริวาสเพื่ออาบัตินั้นต่อสงฆ์ๆ ได้ให้ปริวาสเพื่อ อาบัตินั้น แก่ท่านแล้ว ท่านกำลังอยู่ปริวาส จึงนั่งท้ายอาสนะ.

          บรรดาภิกษุที่มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์จึงได้บอกอาบัติชั่วหยาบ ของภิกษุแก่อนุปสัมบันเล่า? แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

2) ทรงสอบถาม

          พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า

          พวกเธอบอกอาบัติชั่วหยาบ ของภิกษุแก่ อนุปสัมบัน(ไม่ใช่ภิกษุ)จริงหรือ?

          พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

          พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวกเธอจึง บอกอาบัติชั่วหยาบ ของภิกษุ แก่อนุปสัมบันเล่า?

          การกระทำของพวกเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้

4) พระบัญญัติ

          ๕๘. ๙. อนึ่ง ภิกษุใด บอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุ แก่อนุปสัมบัน เว้นไว้แต่ภิกษุได้รับสมมติ, เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร จบ.


5) สิกขาบทวิภังค์

          [๓๔๓] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ...
          บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.
          บทว่า ของภิกษุ คือ ของภิกษุรูปอื่น.
          อาบัติที่ชื่อว่า ชั่วหยาบ ได้แก่ ปาราชิก ๔ และสังฆาทิเสส ๑๓.
          ที่ชื่อว่า อนุปสัมบัน คือ เว้นภิกษุและภิกษุณี นอกนั้นชื่อว่าอนุปสัมบัน.
          บทว่า บอก คือ บอกแก่สตรี บุรุษ คฤหัสถ์ หรือบรรพชิต.
          บทว่า เว้นไว้แต่ภิกษุได้รับสมมติ คือ ยกเว้นแต่ภิกษุที่สงฆ์สมมติ.

6) บทภาชนีย์

          [๓๔๔] การสมมติภิกษุ กำหนดอาบัติ ไม่กำหนดสกุลก็มี, การสมมติภิกษุ กำหนดสกุล ไม่กำหนดอาบัติก็มี, การสมมติภิกษุ กำหนดอาบัติและกำหนดสกุลก็มี, การสมมติภิกษุไม่กำหนดอาบัติ ไม่กำหนดสกุลก็มี.
          ที่ชื่อว่า กำหนดอาบัติ คือ สงฆ์กำหนดอาบัติว่า พึงบอกตามจำนวนอาบัติเท่านี้.
          ที่ชื่อว่า กำหนดสกุล คือ สงฆ์กำหนดสกุลว่า พึงบอกในสกุลมีจำนวนเท่านี้.
          ที่ชื่อว่า กำหนดอาบัติและกำหนดสกุล คือ สงฆ์กำหนดอาบัติ และกำหนด สกุลไว้ว่า พึงบอกตามจำนวนอาบัติเท่านี้ ในสกุลมีจำนวนเท่านี้.
          ที่ชื่อว่า ไม่กำหนดอาบัติ ไม่กำหนดสกุล คือ สงฆ์ไม่ได้กำหนดอาบัติ และไม่ได้ กำหนดสกุลไว้ว่า พึงบอกตามจำนวนอาบัติเท่านี้ ในสกุลมีจำนวนเท่านี้.

          [๓๔๕] ในการกำหนดอาบัติ ภิกษุบอกอาบัติอื่น นอกจากอาบัติที่สงฆ์กำหนดไว้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
          ในการกำหนดสกุล ภิกษุบอกในสกุลอื่น นอกจากสกุล ที่สงฆ์กำหนดไว้ ต้อง อาบัติปาจิตตีย์.
          ในการกำหนดอาบัติและกำหนดสกุล ภิกษุบอกอาบัติ นอกจากอาบัติที่สงฆ์ กำหนด ให้ในสกุล นอกจากสกุลที่สงฆ์กำหนดให้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
          ในการไม่กำหนดอาบัติ ไม่กำหนดสกุล บอก ไม่ต้องอาบัติ.

7) ติกะปาจิตตีย์

          [๓๔๖] อาบัติชั่วหยาบ ภิกษุสำคัญว่าอาบัติชั่วหยาบ บอกแก่อนุปสัมบัน เว้นไว้แต่ภิกษุได้รับสมมติ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
          อาบัติชั่วหยาบ ภิกษุสงสัย บอกแก่อนุปสัมบัน เว้นไว้แต่ภิกษุได้รับสมมติ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
          อาบัติชั่วหยาบ ภิกษุสำคัญว่ามิใช่อาบัติชั่วหยาบ บอกแก่อนุปสัมบัน เว้นไว้แต่ ภิกษุได้รับสมมติ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

8) ทุกกฏ

          [๓๔๗] ภิกษุบอกอาบัติไม่ชั่วหยาบ ต้องอาบัติทุกกฏ.
          ภิกษุบอกอัชฌาจารที่ชั่วหยาบก็ตาม ไม่ชั่วหยาบก็ตาม แก่อนุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
          อาบัติไม่ชั่วหยาบ ภิกษุสำคัญว่า อาบัติชั่วหยาบ ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
          อาบัติไม่ชั่วหยาบ ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
          อาบัติไม่ชั่วหยาบ ภิกษุสำคัญว่า อาบัติไม่ชั่วหยาบ ... ต้องอาบัติทุกกฏ.

9) อนาปัตติวาร

          [๓๔๘]
๑.ภิกษุบอกวัตถุ ไม่บอกอาบัติ
๒.ภิกษุบอกอาบัติ ไม่บอกวัตถุ
๓.ภิกษุได้รับสมมติ
๔.ภิกษุวิกลจริต
๕.ภิกษุอาทิกัมมิกะ

ไม่ต้องอาบัติแล..

มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙ จบ.

 







 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์