เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

พระอุทายี พูดจาเสียดสีกระแนะกระแหน / พระฉัพพัคคีย์ แสดงธรรมมาตุคามเกิน ๕-๖ คำ 2536
 

(6) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๒๙๘]- [๓๐๓]

เรื่องพระอุทายี
มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๗

สิกขาบทนี้ห้ามภิกษุพูดจา "กระแนะกระแหน" หรือ "เสียดสี" ผู้อื่นให้ได้รับความอับอาย

ต้นเหตุ (พระอุทายี)
พระอุทายีเข้าไปในตระกูลหนึ่งบ่อยครั้งจนมีความคุ้นเคย วันหนึ่งท่านเห็นสามีภรรยาคู่นั้น นั่งอยู่ ด้วยกัน จึงแกล้งพูดเสียดสี (กระแนะกระแหน) เพื่อลองใจหรือเล่นสนุก โดยพูดในลักษณะว่า "คนอย่างนี้ทำอย่างนี้กับคนอย่างนั้น คนอย่างนั้นทำอย่างนี้กับคนอย่างนี้" ซึ่งเป็นการพูดนัยยะถึง เรื่องทางเพศหรือการครองคู่ในเชิงล้อเลียนเสียดสี

การร้องเรียน
เมื่อสามีภรรยาได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกอับอาย และไม่พอใจ จึงตำหนิว่าพระอุทายีพูดไม่เหมาะสม ไม่เป็นสมณะ เรื่องนี้ทราบไปถึงหมู่ภิกษุและพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตำหนิว่า การกระทำนั้น ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของคน ที่ยังไม่เลื่อมใส แล้วจึงทรง บัญญัติสิกขาบทว่า "ภิกษุใด พูดเสียดสี (ด่ากราดด้วยถ้อยคำ กระแนะกระแหน) ต้องอาบัติปาจิตตีย์"
---------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องพระฉัพพัคคีย์
พระฉัพพัคคีย์ทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาต ให้แสดงธรรมแก่มาตุคามได้เพียง ๕-๖ คำ จึงให้บุรุษผู้ไม่รู้เดียงสานั่งใกล้ๆ แล้วแสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕-๖ คำ. บรรดาภิกษุที่มักน้อย ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฯ
---------------------------------------------------------------------------------------------
หัวข้อเรื่อง
1) มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๗ (เรื่องพระอุทายี)
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) เรื่องอุบาสิกา
6) พระอนุบัญญัติ

7) เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (แสดงธรรมแก่มาตุคามเกินจำเป็น เป็นการเลี่ยงบาลี)
8) ทรงสอบถาม
9) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
10) พระอนุบัญญัติ
11) สิกขาบทวิภังค์
12) บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์
13) ติกทุกกฏ
14) ไม่ต้องอาบัติ
15) อนาปัตติวาร


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

(6) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๒๙๘]- [๓๐๓] หน้าที่ ๓๐๐-๓๐๔.
มหาวิภังค์ ภาค ๒

1)

๑. มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๗
เรื่องพระอุทายี

          [๒๙๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ท่านพระอุทายีเป็นพระกุลุปกะ ในพระนครสาวัตถีเข้าไปสู่สกุลเป็นอันมาก.

           ครั้งหนึ่งเวลาเช้า ท่านพระอุทายีครอง อันตรวาสก แล้วถือบาตรจีวรเข้าไปสู่ สกุลแห่งหนึ่ง.
          เวลานั้นหญิงแม่เรือนนั่งอยู่ที่ประตูเรือน.           หญิงสะใภ้ในเรือนนั่งอยู่ที่ประตูห้องนอน.           จึงท่านพระอุทายีเดินผ่านไปทางหญิงแม่เรือน แล้วแสดงธรรม ณ ที่ใกล้หูหญิง แม่เรือน.

          ขณะนั้น หญิงสะใภ้ในเรือนมีความสงสัยว่า พระสมณะนั้นเป็นชายชู้ของแม่ผัว หรือพูดเกี้ยว, ครั้นท่านพระอุทายีแสดงธรรม ณ ที่ใกล้หูหญิงแม่เรือนแล้ว, เดินผ่านไป ทางหญิงสะใภ้ในเรือนแล้วแสดงธรรมในที่ใกล้หูหญิงสะใภ้ในเรือน.           ฝ่ายหญิงแม่เรือนมีความสงสัยว่าพระสมณะนั้นเป็นชายชู้ของหญิงสะใภ้ในเรือน หรือพูดเกี้ยว, เมื่อท่านพระอุทายีแสดงธรรมในที่ใกล้หูหญิงสะใภ้ในเรือนกลับไปแล้ว.           จึงหญิงแม่เรือนได้ถามหญิงสะใภ้ในเรือนว่า นี่ นางหนูพระสมณะนั้นได้พูดอะไร แก่เจ้า.

          หญิงสะใภ้ตอบว่า ท่านแสดงธรรมแก่ดิฉัน เจ้าค่ะ แล้วถามว่า ก็ท่านได้พูดอะไร แก่คุณแม่ เจ้าคะ.
          แม่ผัวตอบว่า แม้แก่เรา ท่านก็แสดงธรรม.
          สตรีทั้งสองนั้นต่างเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าอุทายี จึงได้แสดงธรรมในที่ใกล้หูมาตุคามเล่า ธรรมดาพระธรรมกถึก ควรแสดงธรรมด้วยเสียง ชัดเจนเปิดเผยมิใช่หรือ.

          ภิกษุทั้งหลายได้ยินสตรีทั้งสองนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้ มักน้อยสันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่าไฉนท่านพระอุทายีจึงได้แสดงธรรม แก่มาตุคามเล่า แล้วกราบทูล เนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ...

2) ทรงสอบถาม

          พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามท่านพระอุทายีว่า ดูกรอุทายี ข่าวว่า เธอแสดงธรรม แก่ มาตุคาม จริงหรือ?
          ท่านพระอุทายีรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

          พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงได้แสดงธรรมแก่ มาตุคามเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยัง ไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4) พระบัญญัติ

          ๕๖. ๗. ก. อนึ่ง ภิกษุใด แสดงธรรมแก่มาตุคาม เป็นปาจิตตีย์.
          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.

เรื่องพระอุทายี จบ.

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

5) เรื่องอุบาสิกา

          [๒๙๙] ก็โดยสมัยนั้นแล พวกอุบาสิกาพบภิกษุทั้งหลาย แล้วได้กล่าวนิมนต์ว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาพระคุณเจ้าแสดงธรรม.
          ภิกษุเหล่านั้นตอบปฏิเสธว่า ดูกรน้องหญิง การแสดงธรรมแก่มาตุคามไม่ควร.

          พวกอุบาสิกาอ้อนวอนว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาแสดงธรรม เพียง ๕-๖ คำ พวกข้าพเจ้าก็สามารถจะรู้ทั่วถึงธรรม แม้ด้วยถ้อยคำเพียงเท่านี้.
          ภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า ดูกรน้องหญิง การแสดงธรรมแก่มาตุคามไม่ควรดังนี้ แล้วรังเกียจ ไม่แสดงธรรม.

          พวกอุบาสิกาต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าทั้งหลาย อันเราอาราธนาอยู่ จึงไม่แสดงธรรมเล่า.
          ภิกษุทั้งหลายได้ยินอุบาสิกาพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ จึงกราบทูล เนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

          ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้แสดงธรรมแก่มาตุคามได้เพียง ๕-๖ คำ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่าดังนี้:-

6) พระอนุบัญญัติ

          ๕๖. ๗. ข. อนึ่ง ภิกษุใดแสดงธรรมแก่มาตุคาม ยิ่งกว่า ๕-๖ คำ เป็นปาจิตตีย์.

          ก็สิกขาบทนี้ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.

เรื่องอุบาสิกา จบ.

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

7) เรื่องพระฉัพพัคคีย์

          [๓๐๐] ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาต ให้แสดงธรรม แก่มาตุคามได้เพียง ๕-๖ คำ จึงให้บุรุษผู้ไม่รู้เดียงสานั่งใกล้ๆ แล้วแสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕-๖ คำ.

           บรรดาภิกษุที่มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์ จึงได้ให้บุรุษผู้ไม่รู้เดียงสา นั่งใกล้ๆ แล้วแสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕-๖ คำเล่า แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค ...

8) ทรงสอบถาม

          พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอให้บุรุษผู้ไม่รู้เดียงสานั่งใกล้ๆ แล้วแสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕-๖ คำ จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

9) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

          พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้ ให้บุรุษผู้ไม่รู้เดียงสานั่งใกล้ๆ แล้วแสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕-๖ คำเล่า การกระทำ ของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือ เพื่อความ เลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

10) พระอนุบัญญัติ

          ๕๖. ๗. ค. อนึ่ง ภิกษุใดแสดงธรรมแก่มาตุคามยิ่งกว่า ๕-๖ คำ เว้นไว้แต่มีบุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่ เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ.

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

11)
สิกขาบทวิภังค

          [๓๐๑] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือผู้เช่นใด ...
          บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.

          ที่ชื่อว่า มาตุคาม ได้แก่หญิงมนุษย์ ไม่ใช่หญิงยักษ์ ไม่ใช่หญิงเปรต ไม่ใช่สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย เป็นผู้รู้เดียงสา สามารถทราบถ้อยคำที่เป็นสุภาษิต ทุพภาษิตชั่วหยาบและสุภาพ.

          บทว่า ยิ่งกว่า ๕-๖ คำ คือ เกินกว่า ๕-๖ คำ.
          ที่ชื่อว่า ธรรม ได้แก่ถ้อยคำที่เป็นพุทธภาษิต สาวกภาษิต อิสิภาษิต เทวตาภาษิตซึ่งประกอบด้วยอรรถ ประกอบด้วยธรรม.

          บทว่า แสดง คือ แสดงโดยบท ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท.
          แสดงโดยอักขระ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ อักขระ.

          คำว่า เว้นไว้แต่มีบุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่ คือ ยกไว้แต่บุรุษผู้รู้ความอยู่ด้วย.
          บุรุษที่ชื่อว่า ผู้รู้เดียงสา คือเป็นผู้สามารถทราบถ้อยคำที่เป็นสุภาษิต ทุพภาษิตชั่วหยาบและสุภาพ.

12) บทภาชนีย์
ติกปาจิตตีย์

          [๓๐๒] มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่ามาตุคาม แสดงธรรมยิ่งกว่า ๕-๖ คำ เว้นไว้แต่มี บุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

          มาตุคาม ภิกษุสงสัย แสดงธรรมยิ่งกว่า ๕-๖ คำ เว้นไว้แต่มีบุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

          มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่า มิใช่มาตุคาม แสดงธรรมยิ่งกว่า ๕-๖ คำ เว้นไว้แต่มี บุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

13) ติกทุกกฏ

          ภิกษุแสดงธรรมแก่หญิงยักษ์ หญิงเปรต บัณเฑาะก์ หรือสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย มีกายคล้ายมนุษย์ ยิ่งกว่า ๕-๖ คำ เว้นไว้แต่มีบุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่ ต้องอาบัติทุกกฏ.

          มิใช่มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่ามาตุคาม, ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
          มิใช่มาตุคาม ภิกษุสงสัย, ... ต้องอาบัติทุกกฏ.

14) ไม่ต้องอาบัติ

          มิใช่มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่ามิใช่มาตุคาม, ... ไม่ต้องอาบัติ.

15) อนาปัตติวาร

          [๓๐๓] ๑. มีบุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่ด้วย
๒.ภิกษุแสดงธรรมเพียง ๕-๖ คำ
๓.ภิกษุแสดงธรรมหย่อนกว่า ๕-๖ คำ
๔.ภิกษุลุกขึ้นแล้วนั่งแสดงธรรมต่อไป
๕.มาตุคามลุกขึ้นแล้วนั่งลงอีก ภิกษุแสดงแก่มาตุคามนั้น
๖.ภิกษุแสดงแก่มาตุคามอื่น
๗. มาตุคามถามปัญหา ภิกษุถูกถามปัญหาแล้วกล่าวแก้
๘.ภิกษุแสดงธรรมเพื่อประโยชน์แก่คนอื่นอยู่ มาตุคามฟังอยู่ด้วย
๙.ภิกษุวิกลจริต
๑๐.ภิกษุอาทิกัมมิกะ
ไม่ต้องอาบัติแล.

มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๗ จบ.







 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์