เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

อาณัตติกประโยค พระวินัยเรื่องการลักทรัพย์ ต้องอาบัติปาราชิก และข้อยกเว้น 2512
 

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ ข้อที่ [๑๒๑] - [๑๒๕]

หัวข้อ
1) อาณัตติกประโยค
2) อาการแห่งอวหาร /อาการ ๕ อย่าง
3) อาการ ๖ อย่าง
4) อาการ ๕ อย่าง
5) อนาปัตติวาร (ข้อยกเว้น)

(ตัวอย่าง) อาการ ๕ อย่าง ที่ ต้องอาบัติปาราชิก
๑. ทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน
๒. มีความสำคัญว่าทรัพย์ อันผู้อื่นหวงแหน
๓. ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก
๔. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๕. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน

อนาปัตติวาร (ข้อยกเว้นไม่ต้องอาบัติ)
๑. ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นของตน
๒. ถือเอาด้วยวิสาสะ
๓. ขอยืม
๔. ทรัพย์อันเปรตหวงแหน (พวกอมุษย์หวงแหน)
๕. ทรัพย์อันสัตว์ดิรัจฉานหวงแหน
๖. ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นของบังสุกุล
๗. ภิกษุวิกลจริต
๘. ภิกษุอาทิกัมมิกะ

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


1)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ ข้อที่ [๑๒๑]
มหาวิภังค์ ภาค ๑

อาณัตติกประโยค

            [๑๒๑] ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก เข้าใจทรัพย์นั้นแน่ จึงลักทรัพย์นั้นมา ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป

            ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักเข้าใจ ทรัพย์นั้น แน่แต่ลักทรัพย์อย่างอื่นมา ภิกษุผู้สั่ง ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลัก ต้อง อาบัติปาราชิก

            ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักเข้าใจ ทรัพย์อย่างอื่นแต่ลักทรัพย์นั้นมา ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป

            ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักเข้าใจ ทรัพย์อย่างอื่นจึงลักทรัพย์อย่างอื่นมา ภิกษุผู้สั่งไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติปาราชิก

            ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงบอกแก่ภิกษุชื่อนี้ว่า ภิกษุชื่อนี้จงไปบอกแก่ภิกษุ ผู้มีชื่ออย่างนี้ว่า ภิกษุผู้มีชื่ออย่างนี้จงไปลักทรัพย์ชื่อนี้มา ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับสั่งบอกแก่ภิกษุนอกนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักรับคำภิกษุผู้สั่งเดิม ต้อง อาบัติถุลลัจจัย ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์มาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทุกรูป

            ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงบอกแก่ภิกษุชื่อนี้ว่า ภิกษุชื่อนี้จงไปบอกแก่ภิกษุ ผู้มีชื่ออย่างนี้ว่า ภิกษุผู้มีชื่ออย่างนี้จงไปลักทรัพย์ชื่อสิ่งนี้มา ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับสั่ง ๆ ภิกษุอื่นต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก รับคำ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์นั้นมาได้ ภิกษุผู้สั่งเดิมไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้สั่งต่อและภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติปาราชิก

            ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับสั่งนั้นไปแล้ว กลับมาบอกอีกว่า ผมไม่อาจลักทรัพย์นั้นได้ ภิกษุผู้สั่งนั้นสั่งใหม่ว่า ท่านสามารถเมื่อใด จงลักทรัพย์นั้นเมื่อนั้น ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์นั้นมาได้ ต้องอาบัติ ปาราชิก ทั้ง ๒ รูป

            ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้สั่งนั้น ครั้นสั่ง ภิกษุนั้นแล้ว เกิดความร้อนใจ แต่ไม่พูดให้ได้ยินดีว่า อย่าลักเลย ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์ นั้นมาได้ต้องอาบัติปาราชิก ๒ รูป

            ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้สั่งนั้น ครั้นสั่ง ภิกษุนั้นแล้ว เกิดความร้อนใจ จึงพูดให้ได้ยินว่า อย่าลักเลย ภิกษุผู้ลักนั้นตอบว่า ท่านสั่งผมแล้วผมลักทรัพย์นั้นมาได้ ภิกษุผู้สั่งไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติ ปาราชิก

            ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้สั่งนั้น ครั้นสั่ง ภิกษุนั้นแล้ว เกิดความร้อนใจ จึงพูดให้ได้ยินว่า อย่าลักเลย ภิกษุผู้รับสั่งนั้น รับคำว่า ดีละ แล้วงดเสียไม่ต้องอาบัติทั้ง ๒ รูป.


2)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ ข้อที่ [๑๒๒] - [๑๒๔]
อาการแห่งอวหาร
อาการ ๕ อย่าง

            [๑๒๒] ปาราชิกอาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๕ อย่างคือ
๑. ทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน
๒. มีความสำคัญว่าทรัพย์ อันผู้อื่นหวงแหน
๓. ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก
๔. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๕. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก

            ถุลลัจจยาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้
ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ
๑. ทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน
๒. มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน
๓. ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคาเกินกว่า ๑ มาสก หรือหย่อนกว่า ๕ มาสก
๔. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๕. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติถุลลัจจัย

            ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้
ด้วยอาการ ๕ อย่าง
คือ
๑. ทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน
๒. มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน
๓. ทรัพย์มีค่าน้อย ได้ราคา ๑ มาสกหรือหย่อนกว่า ๑ มาสก
๔. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๕. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ


3)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ ข้อที่ [๑๒๑] - [๑๒๕]
อาการ ๖ อย่าง

            [๑๒๓] ปาราชิกอาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๖ อย่างคือ
๑. มิใช่มีความสำคัญว่าเป็นของตน
๒. มิใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ
๓. มิใช่ขอยืม
๔. ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก
๕. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๖. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก

            ถุลลัจจยาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้
ด้วยอาการ ๖ อย่าง
คือ
๑. มิใช่มีความสำคัญว่าเป็นของตน
๒. มิใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ
๓. มิใช่ขอยืม
๔. ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคาเกินกว่า ๑ มาสก หรือหย่อนกว่า ๕ มาสก
๕. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๖. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติถุลลัจจัย

            ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้
ด้วยอาการ ๖ อย่าง คือ
๑. มิใช่มีความสำคัญว่าเป็นของตน
๒. มิใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ
๓. มิใช่ขอยืม
๔. ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคา ๑ มาสก หรือหย่อนกว่า ๑ มาสก
๕. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๖. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ


4)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ ข้อที่ [๑๒๑] - [๑๒๔]
อาการ ๕ อย่าง

            [๑๒๔] ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้
ด้วยอาการ ๕ อย่างคือ

๑. ทรัพย์มิใช่ของอันผู้อื่นหวงแหน
๒. มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน
๓. ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก
๔. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๕. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ

            ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้
ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ

๑. ทรัพย์มิใช่ของอันผู้อื่นหวงแหน
๒. มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน
๓. ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคาเกิน ๑ มาสก หรือหย่อน ๕ มาสก
๔. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๕. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ

            ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้
ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ

๑. ทรัพย์มิใช่ของอันผู้อื่นหวงแหน
๒. มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน
๓. ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคา ๑ มาสก หรือหย่อนกว่า ๑ มาสก
๔. ไถยจิตปรากฏขึ้น
๕. ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ


5)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ ข้อที่ [๑๒๕]
อนาปัตติวาร (ข้อยกเว้น)

            [๑๒๕]
๑. ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นของตน
๒. ถือเอาด้วยวิสาสะ
๓.ขอยืม
๔.ทรัพย์อัน เปรตหวงแหน
๕.ทรัพย์อันสัตว์ดิรัจฉานหวงแหน
๖.ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นของบังสุกุล
๗.ภิกษุวิกลจริต
๘.ภิกษุอาทิกัมมิกะ
เหล่านี้ ไม่ต้องอาบัติ

ปฐมภาณวาร ในอทินนาทานสิกขาบท จบ.

 






 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์