เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม

ถาม-ตอบ กับ AI
 
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ถาม AI :
ทำไม พระวักกลิ นอนคอบิดอยู่บนเตียง และ ปรินิพพาน
หลังฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า
AI_093

 

1)
ทำไมพระวักกลินอนคอบิดอยู่บนเตียง และปรินิพพาน หลังฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า

(วักกลิสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗)

คำตอบจากAI

สาเหตุที่พระวักกลินอนคอบิดอยู่บนเตียงและปรินิพพานในลักษณะนั้น เป็นเพราะท่านได้ "ทำการฆ่าตัวตายด้วยศัสตรา" (มีด) เนื่องจากความทุกข์ทรมาน จากโรคภัยไข้เจ็บ ที่รุมเร้า โดยมีรายละเอียดจาก วักกลิสูตร (พระไตรปิฎก เล่มที่ 17) และอรรถกถาดังนี้ครับ:

อาการป่วยและทางเลือกสุดท้าย
ท่านป่วยหนักด้วยโรคลมเบียดเบียนจนร่างกายทรมานมาก ท่านจึงตัดสินใจใช้ ศัสตรา ปลิดชีพตนเองเพื่อพ้นจากทุกขเวทนาทางกาย

การฟังธรรมครั้งสุดท้าย
ก่อนที่ท่านจะกระทำอัตวินิบาตกรรม พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรด และทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับความไม่เที่ยงของขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ท่านได้รับฟังธรรมขณะที่กำลังอาพาธหนัก และมีความเสื่อมถอยของสังขารอย่างรุนแรง

ทำไมถึงนอนคอบิด
สภาพที่พระพุทธเจ้าและเหล่าภิกษุเห็นท่าน "นอนคอบิด" คือสภาพหลังจากที่ท่านได้ใช้ศัสตราเชือดคอตัวเองตายแล้วตามบันทึกในอรรถกถา

การบรรลุอรหันต์และปรินิพพาน
ท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์ในขณะที่กำลังจะสิ้นใจ (หรือสมสีสี) โดยพิจารณาธรรม ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน จนปล่อยวางความยึดมั่น ในขันธ์ได้สิ้นเชิง

มารหาไม่พบ
หลังจากท่านปรินิพพาน พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้ภิกษุเห็นกลุ่มควันหมอก ที่ลอยไปทั่วทิศ และตรัสว่านั่นคือ "พญามาร" ที่กำลังเที่ยวค้นหาวิญญาณของวักกลิว่า ไปเกิดที่ไหน แต่หาไม่พบเพราะท่าน "มีวิญญาณไม่ได้ตั้งอยู่" (ปรินิพพานแล้ว)

สรุปคือ
ท่านไม่ได้นอนคอบิดเพราะฟังธรรมแล้วเป็นเช่นนั้น แต่เกิดจากการที่ท่าน ตัดสินใจ จบชีวิตตนเอง เพื่อหนีความทุกข์ทางกายใน ขณะที่จิตหลุดพ้นจากกิเลส เป็นพระอรหันต์พอดีครับ


2)
สมสีสี คืออะไร

คำตอบจากAI

สมสีสี (อ่านว่า สะ-มะ-สี-สี) เป็นศัพท์ทางพระพุทธศาสนาที่ใช้เรียกพระอริยบุคคลผู้พิเศษ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ "การสิ้นไปของกิเลสและการสิ้นไปของชีวิตเกิดขึ้นพร้อมกันพอดี" ครับ

คำว่า "สม" แปลว่า เท่ากัน หรือ พร้อมกัน และ "สีสะ" แปลว่า หัว (ในที่นี้หมายถึงยอด หรือจุดสูงสุด) เมื่อรวมกันจึงหมายถึงผู้ที่บรรลุธรรมสูงสุด พร้อมกับความตาย โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามนัยของอรรถกถา:

1.อิริยาปถสมสีสี
บรรลุอรหันต์พร้อมกับการสิ้นสุดของอิริยาบถ (เช่น กำลังจะก้าวเท้า หรือกำลังจะเอนตัวลง แล้วสิ้นใจพร้อมบรรลุธรรม)

2.โรคมสมสีสี
บรรลุอรหันต์พร้อมกับการสิ้นสุดของโรค (คือหายจากโรคด้วยการตายไปพร้อมกับ การหมดกิเลส เช่น เคสของ พระวักกลิ)

3.ชีวิตสมสีสี
บรรลุอรหันต์พร้อมกับการสิ้นอายุขัยพอดี

สรุปง่ายๆ
คือ
ท่านเหล่านี้พิจารณาธรรม ในขณะที่ร่างกายกำลังจะแตกดับ (มรณกาล) จิตหลุดพ้นจากอาสวกิเลสเป็นพระอรหันต์ในขณะที่จุติจิต (จิตดวงสุดท้าย) กำลังจะดับลงพอดี ทำให้ไม่มีช่วงเวลาที่จะใช้ชีวิตในฐานะพระอรหันต์ผู้ยังมีชีวิตอยู่ (สอุปาทิเสสนิพพาน) แต่ก้าวข้ามเข้าสู่ อนุปาทิเสสนิพพาน (การดับกิเลสพร้อมดับ เบญจขันธ์) ทันทีครับ

ในกรณีของพระวักกลิ ท่านใช้ศัสตราเชือดคอตัวเอง เพราะทนพิษบาดแผลและโรค ไม่ไหว แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ท่านพิจารณาธรรม ตามที่พระพุทธเจ้าสอน จนบรรลุอรหันต์ และ นิพพานไป ในขณะที่ลมหายใจสุดท้ายหมดลงนั่นเอง


3)
เป็นอรรถกถาจารย์ที่บัญญัติขึ้นเอง แต่พระศาสดาไม่ได้บัญญัติ ใช่หรือไม่

คำตอบจากAI

คำถามนี้แหลมคมมากครับ และเป็นประเด็นที่นักวิชาการ พระไตรปิฎกถกเถียง กัน อยู่เสมอ ข้อสรุปแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้ครับ

1.คำศัพท์ "สมสีสี" (Terminology)

1.ใช่ครับ คำว่า "สมสีสี" (Samasīsi) ไม่ปรากฏในพระสูตร (พระไตรปิฎกเล่มหลัก) ที่เป็นพุทธพจน์โดยตรงจากพระโอษฐ์

2.คำนี้ถูกนำมาใช้อย่างชัดเจนและจัดหมวดหมู่โดย "อรรถกถาจารย์" (เช่น ใน อรรถกถาอังคุตตรนิกาย และคัมภีร์วิสุทธิมรรค) เพื่ออธิบายสภาวะของพระอริยบุคคล ที่บรรลุธรรมพร้อมกับสิ้นชีวิตครับ

2.ตัวสภาวะ (The Phenomenon)

1.แม้คำศัพท์จะถูกบัญญัติภายหลัง แต่ "ตัวสภาวะ" ของการบรรลุธรรมในขณะจิต สุดท้าย (มรณกาล) มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกหลายแห่ง

2.ใน วักกลิสูตร พระพุทธเจ้าตรัสยืนยันว่า "วักกลิภิกษุใช้ศัสตราแล้ว... มีวิญญาณ ไม่ได้ตั้งอยู่" ซึ่งหมายถึงการปรินิพพาน (เป็นพระอรหันต์แล้วจึงดับ)

3.ในพระสูตรอื่นๆ เช่น คิลานสูตร หรือ ฉนฺโนวาทสูตร ก็มีเรื่องราวของภิกษุที่ป่วยหนัก แล้วพิจารณาธรรมจนหลุดพ้นในขณะที่กายกำลังจะแตกดับ

สรุปคือ
-ชื่อเรียก "สมสีสี" เป็นการบัญญัติและจัดระเบียบข้อมูลโดย อรรถกถาจารย์ เพื่อให้ง่าย ต่อการศึกษา

-ปรากฏการณ์การบรรลุธรรมก่อนตาย เป็นสิ่งที่ พระพุทธเจ้า ทรงรับรองว่ามีอยู่จริง ในพระสูตรครับ


ความเห็น

วักกลิสูตร ดูออกแนวดรามา ต่างจากพระสูตรอื่นๆ เช่น มีเทวดา 2 องค์ เข้ามาเกี่ยวข้อง (แต่คิดไม่เหมือนกัน), พระวักกลิเตรียมศาสตราจะฆ่าตัวตาย, มีมารเข้ามาร่วมแจม , มีปรากฏเป็นกลุ่มหมอกควันลอยไปทางทิศต่างๆ ตอนท้ายพระสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่า มารใจหยาบช้า ค้นหาวิญญาณของวักกลิกุล ด้วยคิดว่าวิญญาณของวักกลิกุล ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งไหนหนอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย วักกลิกุลบุตรมีวิญญาณไม่ได้ตั้งอยู่ ปรินิพพานแล้ว

เรื่องแปลกที่ชวนให้สงสัยก็คือ

1.พระพุทธเจ้าบัญญัติห้ามภิกษุฆ่าตัวตาย (ฆ่ามนุษย์) เป็นอาบัติปาราชิก แต่ทำไม วักกลิ จึงเตรียมอาวุธเพื่อปลิดชีพตนเอง

2.วักกลิปรินิพพานโดยนอนคอบิดด้วยหรือ เพราะนั่นเป็นอาการของคนใกล้ตายที่ดูจะ ทุรนทุราย เป็นทุกขเวทนาอย่างหนัก และก่อนที่วักกลิจะปรินิพพาน ก็ได้ฟังเทศนา ของพระศาสดา ทำไมกายจึงออกอาการแบบนั้น เวลานั้นจิตควรสงบควรนิ่ง และเมื่อ จิตสงบกายก็ควรสงบตามด้วย ไม่ใช่หรือ (ตามที่พระองค์เคยตรัส)

3.มารเป็นผู้ตามล่าวิญญาณ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก หากตามเจอแล้วจะทำอย่างไร จะเอาไปไหน มารมีอำนาจที่จะบังคับวิญญาณใครต่อใครได้หรือ

4.มีกลุ่มควัน กลุ่มหมอก ลอยไปทางทิศทางทิศต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มหมอกควันของมาร ที่กำลังตามหาวิญญาณ ซึ่งมีพระสูตรเดียวที่มีเรื่องราวแปลกๆแบบนี้

ความจริงว่าจะถาม ai ไม่มากนัก แต่ ai กลับประเคนคำของอรรถกถาจารย์ มาให้ หลายคำ เช่น สมสีสี อ้างว่า เป็นสภาวะของจิต บัญญํติเพื่อความเข้าใจในการศึกษา เรื่องนี้ก็ต้องตัดออก ไม่สนใจศึกษา เพราะพระองค์ไม่ให้สนใจคำกล่าวของคนอื่น จะมีเหตุผลอะไรก็ตาม เพราะคำสอนของพระองค์ สมบูรณ์ บริสุทธิ์ สิ้นเชิงดีแล้ว สาวกทั้งหลายก็ไม่ควรทำให้ ความสมบูรณ์บริสุทธิ์นั้นต้องถูกแปดเปื้อน เพราะคำสอนของพระศาสดา เป็นไปเพื่อ การหลุดพ้น ไม่ใช่เป็นทฤษฎีแบบทางโลก ที่ต้องมีการขยายความ พร้อมกับบัญญํติคำใหม่ๆ

(วักกลิสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗)

 

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
รวมพระสูตรบุคคลสำคัญ
พระโมคคัลลานะ
พระสารีบุตร
พระเทวทัต
นิครนถ์ปริพาชก
พระมหากัปปินะ
พระอนุรุทธะ
พระอุบาลี
 
โครงสร้างสุตตันตปิฎก ๒๕ เล่ม
พระไตรปิฎกแบ่งเป็น ๕ นิกาย
๕ นิกาย สาระโดยย่อ
     ๕ นิกาย แยกแบบตาราง
  ทีฆทิกาย เล่มที่ ๙-๑๑
  ๒ มัชฌิมนิกาย เล่มที่ ๑๒-๑๔
  ๓ สังยุตตนิกาย เล่มที่ ๑๕-๑๙
  ๔ อังคุตตรนิกาย เล่มที่ ๒๐-๒๔
  ๕ ขุททกนิกาย เล่มที่ ๒๕-๓๓

๕ นิกาย แบบลัดสั้นใน ๑ หน้า
พระไตรปิฎก ๒๕ เล่ม (๙-๓๓)

  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           



หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์