(1)
จากเรื่องพระเทวทัต พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๗ วินัยปิฎก ข้อที่ [๓๙๔]
ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตร กล่าวสอนพร่ำสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา อันเป็น อนุศาสนี เจือด้วยอาเทสนาปาฏิหาริย์... ถามว่าพระสารีบุตร ไม่มีฤทธิ์ ทำไมจึงรู้ใจ ภิกษุทั้งหลาย (อาเทสนาปาฏิหาริย์ ) จำนวนถึง 500 รูป ได้
คำตอบจากAI
เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากครับ เพราะหลายท่านมักจดจำว่า พระโมคคัลลานะ ทรงความเป็นเลิศด้านฤทธิ์ ส่วน พระสารีบุตร ทรงความเป็นเลิศด้านปัญญา จนอาจทำให้เข้าใจผิดว่าท่านไม่มีฤทธิ์หรือไม่มีอภิญญา
ความจริงจากพระไตรปิฎกและอรรถกถา อธิบายเรื่องนี้ไว้ชัดเจน ดังนี้ครับ
1. พระสารีบุตรมี "อภิญญา 6" เต็มรูปแบบ แม้ท่านจะได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศด้านปัญญา แต่พระอัครสาวกทั้งสองรูปล้วนบรรลุ "ปฏิสัมภิทา 4" และ "อภิญญา 6" อย่างสูงสุด ซึ่งอภิญญาข้อที่ 3 คือ เจโตปริยญาณ (การกำหนดรู้ใจผู้อื่น หรือที่เรียกว่า อาเทสนาปาฏิหาริย์)
เหตุที่ดูเหมือนไม่มีฤทธิ์: เพราะท่านมักใช้ "ปัญญา" ในการแก้ปัญหาและสั่งสอน เป็นหลัก (ธรรมปาฏิหาริย์) ท่านจะไม่ใช้ฤทธิ์พร่ำเพรื่อหากไม่จำเป็นจริงๆ
เปรียบเทียบ: เหมือนคนที่ขับรถเป็นทุกประเภท แต่เลือกที่จะเดินหรือปั่นจักรยาน เพราะเหมาะสมกับงานตรงหน้ามากกว่า
2. อาเทสนาปาฏิหาริย์ในเหตุการณ์ "ภิกษุ 500 รูป"
ในเหตุการณ์ที่พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะไปพาภิกษุ 500 รูปกลับมาจาก พระเทวทัตนั้น ท่านต้องทำงานสอดประสานกัน:
-พระโมคคัลลานะ: ใช้ อิทธิปาฏิหาริย์ (แสดงฤทธิ์) เพื่อสยบความถือตัว หรือทำให้เกิด ความเลื่อมใสในเบื้องต้น
-พระสารีบุตร: ใช้ อาเทสนาปาฏิหาริย์ (ทายใจ) และ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (คำสอนที่อัศจรรย์)
การที่ท่านรู้ใจภิกษุทั้ง 500 รูปพร้อมกัน ไม่ใช่เรื่องเกินวิสัยของพระอัครสาวก เพราะท่านมี "จุตูปปาตญาณ" และ "เจโตปริยญาณ" ที่แคล่วคล่องมาก ท่านสามารถ กำหนดจิตรู้ได้ว่า ภิกษุรูปไหน กำลังติดขัดธรรมะข้อใด หรือมีนิวรณ์ตัวไหนกั้นอยู่ แล้วจึงเทศนาแก้ได้ตรงจุดครับ
3. ปัญญาที่ครอบคลุมถึงฤทธิ์
ในทางพุทธศาสนา "ปัญญา" ของพระสารีบุตรนั้นกว้างขวางมาก จนรวมเอาความรู้ ในเรื่องวิถีจิต และวาระจิตของผู้อื่นไว้ด้วย ท่านสามารถรู้จิตของผู้อื่นได้ทั้งด้วย กำลังอภิญญา (ฤทธิ์ทางใจ) และ การพิจารณาด้วยปัญญา (ความหยั่งรู้ในธรรม)
ข้อสังเกต ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 7 นี้ แสดงให้เห็นว่าท่านใช้ "ปัญญา" ควบคู่ไปกับ "พลังจิต" เพื่อดึงภิกษุเหล่านั้นกลับสู่ทางที่ถูกต้องนั่นเองครับ
สรุปคือ พระสารีบุตรมีฤทธิ์และทายใจคนได้เก่งมากครับ เพียงแต่ท่าน "เด่น" ด้านปัญญา จนกลบด้านอื่นไปในความรับรู้ของคนทั่วไปเท่านั้นเอง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(2)
พระสารีบุตรใช้ พลังจิต ได้ด้วยหรือ ยังไม่เคยพบในพุทธวจน
คำตอบจากAI
หากพิจารณาตาม พุทธวจน (คำสอนจากพระโอษฐ์) และพระไตรปิฎกส่วนที่บันทึก พุทธพจน์โดยตรง จะพบว่า พระสารีบุตร ทรงไว้ซึ่ง "อภิญญา 6" และ "ปฏิสัมภิทา 4" อย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึงความสามารถทางจิตที่เรียกว่า "ฤทธิ์" ด้วยครับ แม้ว่าภาพจำหลักของท่านจะเป็น "เลิศด้านปัญญา" ก็ตาม
ข้อพิสูจน์และคำอธิบายจากพระไตรปิฎกมีดังนี้
1. ท่านยอมรับว่ามี "เจโตปริยญาณ" (การรู้จิตผู้อื่น)
ใน สัมปสาทนียสูตร 84000.org พระสารีบุตรได้กล่าวบันลือสีหนาทต่อพระพุทธเจ้าว่า ท่านมีความเลื่อมใสว่าไม่มีใครจะรู้ยิ่งไปกว่าพระองค์ แม้พระพุทธเจ้าจะทรงถามหยั่งเชิง ว่าท่านมี เจโตปริยญาณ เพื่อรู้ใจพระพุทธเจ้าในอดีต อนาคต หรือปัจจุบันหรือไม่ ท่านได้กราบทูลว่า
ท่านไม่มีเจโตปริยญาณที่จะรู้ใจพระพุทธเจ้าได้ทั้งหมด แต่ท่านใช้ "ธรรมธาตุ" (หลักธรรม) ในการเปรียบเทียบ และหยั่งรู้ว่าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องละนิวรณ์ 5 และบำเพ็ญโพธิปักขิยธรรมเหมือนกัน Anakame.com
จุดสำคัญ การที่ท่านกล่าวเช่นนี้ แสดงว่าท่านมี "เจโตปริยญาณ" (หนึ่งในอภิญญา) เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่อาจไม่ครอบคลุมถึงพระวิสัยของพระพุทธเจ้า
2. พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่าท่านมี "อภิญญา"
ในหลายพระสูตร เช่น อนุปทสูตร (มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์) พระพุทธเจ้าทรง สรรเสริญ พระสารีบุตรว่า มีความเชี่ยวชาญในวิโมกข์ 8 และได้บรรลุ ถึงความสำเร็จ ในธรรมทั้งปวง Dhammahome.comซึ่งในทางปฏิบัติของผู้บรรลุอรหันตปฏิสัมภิทา ย่อมต้องมีพลังจิตหรืออภิญญาเป็นปกติวิสัย
3. เหตุผลที่ท่าน "ดูเหมือน" ไม่ใช้ฤทธิ์
ในหมู่สาวกของพระพุทธเจ้า จะมีการแบ่งความถนัด (เอตทัคคะ) เพื่อความหลากหลาย ในการเผยแผ่ศาสนา:
-พระโมคคัลลานะ: ทรงความเป็นเลิศด้านฤทธิ์ จึงใช้ฤทธิ์เป็นหลักในการปราบทิฐิ
-พระสารีบุตร: ทรงความเป็นเลิศด้านปัญญา จึงใช้ "อนุสาสนีปาฏิหาริย์" (การสอนที่อัศจรรย์) และ "อาเทสนาปาฏิหาริย์" (การทายใจหรือรู้จิตผู้อื่น) เพื่อเทศนา ได้ตรงจุด Wikipedia
-อาเทสนาปาฏิหาริย์: คือหนึ่งในพลังจิตที่ใช้เพื่อการสอน หากพระสารีบุตรรู้ใจภิกษุ 500 รูปได้ นั่นคือการใช้พลังจิตประเภทหนึ่งที่เรียกว่า "เจโตปริยญาณ" นั่นเองครับ
สรุป: แม้ในพุทธวจนจะเน้นย้ำเรื่อง "ปัญญา" ของท่านเป็นหลัก แต่ท่านก็มีอภิญญา ครบถ้วน Facebook Group เพียงแต่ท่านเลือกใช้ "ฤทธิ์ทางปัญญา" ในการสื่อสารธรรม มากกว่าการแสดงอิทธิฤทธิ์ทางกายครับ.
--------------------------------------------------------------------------------------------
ความเห็น
อ่านพระสูตรนี้ครั้งแรกก็ยังงง ว่า พระไตรปิฎก(ฉบับหลวง) แปลถูกหรือไม่ กับประโยคที่ว่า พระสารีบุตรกล่าวสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถาอันเป็นอนุศาสนี เจือด้วยอาเทสนาปาฏิหาริย์ ... เพราะคำว่า อาเทสนาปาฏิหาริย์ เป็นญาณรู้ใจผู้อื่น ผู้ที่ทำได้จะต้องเป็นภิกษุที่มีอภิญญาสูง แต่พระสารีบุตรไม่สามารถทำปาฏิหาริย์ได้ เพราะไม่มีฤทธิ์เหมือนพระโมคคัลลานะ ครั้นไปอ่านฉบับมหาจุฬา ใช้คำว่า ประกอบด้วยอาเทสนาปาฏิหาริย์ ซึ่งความหมายเดียวกัน
แม้ ai จะยกเหตุผลตามพระไตรปิฎก ว่าพระสารีบุตรมีความสามารถ
ในการแสดงธรรมีกถา อันเป็นอนุศาสนี เจือด้วยอาเทสนาปาฏิหาริย์ ก็ยังไม่ค่อยเชื่อนัก เพราะเป็นการวิเคราะห์ของ ai และหลักฐานที่นำมาอ้างอิง ทั้ง Dhammahome/ Wikipedia /Facebook Group ก็เป็นคำกล่าวในอรรถกถา และที่ ai อ้างอิงพระสูตรที่เป็นพุทธวจน ก็ไม่ได้กล่าวถึงโดยตรงว่าพระสารีบุตร มีญาณหยั่งรู้ใจ หรือรู้ความคิดผู้อื่น เป็นการกล่าวชมของพระศาสดาว่าพระสารีบุตร มีปัญญามาก มีความชำนาญในการเข้าถึงวิมุตติ (เป็นรองจากพระพุทธเจ้าเท่านั้น)
สรุปว่าเรื่องนี้ก็ยังค้างคาใจต่อไป โดยที่ยังหาคำตอบที่ถูกใจไม่ได้
|