เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
  AI กับพระไตรปิฎก
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ถาม AI :
ผู้ถูกรู้ เป็นคำกล่าวของพระศาสดาหรือคำกล่าวของสาวก

AI_061

 

ผู้ถูกรู้ เป็นคำกล่าวของพระศาสดาหรือคำกล่าวของสาวก หากเป็นคำกล่าวของสาวก แล้วพระพุทธเจ้าใช้คำว่าอะไร .. ต้องการคำตอบที่เป็นพุทธวจน ไม่ต้องการคำตอบ ที่เป็นคำกล่าวของสาวก

คำตอบจากAI

หากพิจารณาตามหลัก พุทธวจน (คำจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า) โดยตรวจสอบ จากพระไตรปิฎกฉบับเถรวาท คำว่า "ผู้ถูกรู้" เป็นภาษาไทยสมัยใหม่ ที่มักใช้ใน แวดวงการปฏิบัติธรรมเพื่ออธิบายสภาวะทางจิต แต่ไม่ใช่คำศัพท์ที่มีปรากฏโดยตรง ในรูปพยัญชนะจากพระโอษฐ์

1. คำว่า "ผู้ถูกรู้" มาจากไหน?
คำว่า "ผู้ถูกรู้" เป็นการแปลหรือการอธิบายขยายความจากสภาวะ ที่จิตไปรับรู้อารมณ์ (สิ่งที่ถูกจิตรู้) ส่วนใหญ่เป็นการสรุปใจความจากคำสอนของ ครูบาอาจารย์ (สาวก) เพื่อให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจง่ายขึ้น โดยคู่กับคำว่า "ผู้รู้" (หมายถึง ตัวจิต หรือ วิญญาณ)

2. พระพุทธเจ้าทรงใช้คำว่าอะไร?
ในพุทธวจน พระพุทธเจ้าจะทรงใช้คำที่เป็นระบบและระบุสภาวะชัดเจนตามหลัก อายตนะ หรือ ขันธ์ 5 ดังนี้:
-ธัมมารมณ์ (Dhammaramma): สิ่งที่ใจรู้ หรือ อารมณ์ที่เกิดกับใจ
-วิญเญยยธรรม (Viññeyya Dhamma): ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยวิญญาณ หรือ "สิ่งที่ถูกรู้" ในเชิงระบบการทำงานของผัสสะ
-รูป (Rupa) / เวทนา / สัญญา / สังขาร: ทรงระบุชื่อสิ่งที่ถูกรู้ลงไปตรงๆ ตามสภาวะ นั้นๆ เช่น เมื่อเห็นรูป ท่านจะตรัสว่า "รูป" คือสิ่งที่ถูกรู้ด้วย "จักษุวิญญาณ" (การรู้แจ้งทางตา)

3. พุทธวจนที่ใกล้เคียงกับแนวคิด "ผู้ถูกรู้"
หากต้องการพุทธวจนที่อธิบายถึงการแยก "ตัวรู้" ออกจาก "สิ่งที่ถูกรู้" พระองค์ทรงใช้ คำอธิบายในเรื่อง ผัสสะ 6 หรือ วิญญาณ 6 เช่นใน ฉฉักกสูตร หรือ อุปาทานปริวัฏฏสูตร:

"วิญญาณเกิดขึ้น เพราะอาศัยปัจจัยหาได้มีไม่ หากปราศจากปัจจัยแล้ว วิญญาณ ย่อม เกิดขึ้นไม่ได้" (วิญญาณ คือ ตัวรู้ / ปัจจัย หรือ อารมณ์ คือ สิ่งที่ถูกรู้) และหลักการ ที่สำคัญที่สุดที่ครอบคลุมเรื่องนี้คือ "ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น" (สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ) ซึ่งรวมทั้งตัวรู้ (วิญญาณ) และสิ่งที่ถูกรู้ (อารมณ์)

ตารางเปรียบเทียบคำศัพท์

ภาษาปฏิบัติ
(สาวก/สมัยใหม่)
พุทธวจน
(คำพระศาสดา)
ความหมายตามพุทธวจน
ผู้รู้ วิญญาณ ธาตุที่ทำหน้าที่รู้แจ้งอารมณ์
ผู้ถูกรู้ /สิ่งที่ถูกรู้ อารมณ์/วิญเญยยธรรม สิ่งที่เป็นปัจจัยให้วิญญาณเข้าไปตั้งอยู่
ตัวเราที่เป็นผู้รู้ อัสมิมานะ ความถือตัวว่า "เราเป็นผู้รู้" (ซึ่งพระองค์ให้ละ)

สรุป
พระพุทธเจ้าไม่เคยใช้คำว่า "ผู้ถูกรู้" แต่ทรงใช้คำว่า "อารมณ์" (Arammana) หรือ ระบุชื่อสภาวะธรรมนั้นๆ เช่น "รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์" โดยทรงเน้นย้ำ ว่าทั้ง "ตัวรู้" และ "สิ่งที่ถูกรู้" ต่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย และมีความดับไป เป็นธรรมดา

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(2)
คำว่าอารมณ์ หรือระบุชื่อสภาวะธรรมนั้นๆ คือที่ตั้งของวิญญาณตามที่พระองค์กล่าว ใช่หรือไม่

คำตอบจากAI

ใช่ครับ ข้อมูลที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้องตรงตามหลัก พุทธวจน อย่างยิ่ง พระพุทธเจ้า ทรงอธิบายว่า อารมณ์ (สิ่งที่ถูกรู้) หรือสภาวะธรรมต่างๆ นั้น คือ "ที่ตั้ง" หรือ "ที่ประดิษฐาน" ของวิญญาณ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ วิญญาณก็ไม่สามารถ ปรากฏตัวขึ้นได้

พุทธวจนที่ยืนยันเรื่อง "ที่ตั้งของวิญญาณ"
ในพระสูตรที่ชื่อว่า "วิญญาณฐิติ" (ที่ตั้งแห่งวิญญาณ) หรือในหลายพระสูตรเกี่ยวกับ อุปยสูตร พระองค์ทรงตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า วิญญาณจะตั้งอยู่ได้ต้องอาศัย "รูป เวทนา สัญญา สังขาร" เป็นที่ตั้ง ดังนี้:

"รูป... เวทนา... สัญญา... สังขาร... เป็น ที่ตั้งของวิญญาณ (วิญญาณฐิติ) วิญญาณ เมื่อจะตั้งอยู่ ก็ตั้งอยู่ในการก (เกี่ยวข้อง) กับรูป/เวทนา/สัญญา/สังขาร มีรูป /เวทนา /สัญญา /สังขาร เป็นอารมณ์ มีรูป/เวทนา/สัญญา/สังขาร เป็นที่ประดิษฐาน ย่อมถึงความเจริญ งอกงาม ไพบูลย์ได้"
(อ้างอิงจาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ หน้าที่ ๕๔)

จุดที่ต้องระวังตามพุทธวจน
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เห็นว่า วิญญาณ (ผู้รู้) กับ อารมณ์ (สิ่งที่ถูกรู้) นั้นแยกกันไม่ได้และเป็นปัจจัยแก่กัน:

วิญญาณไม่ใช่ตัวตนที่ลอยไปลอยมา: วิญญาณจะเกิดขึ้นได้ต้องมี "ที่ตั้ง" (อารมณ์) เสมอ เปรียบเหมือน แสง ที่ต้องกระทบ ฉาก จึงจะปรากฏปรากฏการณ์ของแสงขึ้นได้

นันทิ (ความเพลิน) คือตัวเชื่อม: พระองค์ตรัสว่า ความเพลิน (นันทิ) ในอารมณ์นั่นแหละ คือตัวที่ทำให้วิญญาณเข้าไป "ตั้ง" หรือ "ฝังตัว" ลงในอารมณ์นั้นๆ อุปมาเรื่อง "แสงกับฉาก"

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด พระองค์ทรงอุปมาไว้ว่า
แสง เปรียบเหมือน วิญญาณ
ฉาก/ฝาผนัง/พื้นดิน เปรียบเหมือน อารมณ์ หรือ ที่ตั้งของวิญญาณ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร)หากไม่มีฉาก แสงก็ไม่ปรากฏที่ตั้ง ฉันใดก็ฉันนั้น หากไม่มีอารมณ์ วิญญาณก็ไม่ปรากฏที่ตั้ง และไม่สามารถเจริญงอกงามจนเกิดเป็น "ภพ" ต่อไปได้ครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเห็น

ผู้รู้ คือคำแต่งใหม่ของภิกษุไทยสายพระป่า
วิญญาณ คือคำที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ

ผู้ถูกรู้ คือคำแต่งใหม่ของภิกษุไทยสายพระป่า
อารมณ์ คือคำของพระพุทธเจ้า

พระศาสดาบัญญัติไว้ดีแล้ว สมบูรณ์บริสุทธิ์ทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ และทรงห้ามการบัญญัติเพิ่ม ดังนั้นสาวกจึงไม่ควรบัญญัติคำใหม่ๆออกมา ที่ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ชาวพุทธ


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
รวมพระสูตรบุคคลสำคัญ
พระโมคคัลลานะ
พระสารีบุตร
พระเทวทัต
นิครนถ์ปริพาชก
พระมหากัปปินะ
พระอนุรุทธะ
พระอุบาลี
 
โครงสร้างสุตตันตปิฎก ๒๕ เล่ม
พระไตรปิฎกแบ่งเป็น ๕ นิกาย
๕ นิกาย สาระโดยย่อ
     ๕ นิกาย แยกแบบตาราง
  ทีฆทิกาย เล่มที่ ๙-๑๑
  ๒ มัชฌิมนิกาย เล่มที่ ๑๒-๑๔
  ๓ สังยุตตนิกาย เล่มที่ ๑๕-๑๙
  ๔ อังคุตตรนิกาย เล่มที่ ๒๐-๒๔
  ๕ ขุททกนิกาย เล่มที่ ๒๕-๓๓

๕ นิกาย แบบลัดสั้นใน ๑ หน้า
พระไตรปิฎก ๒๕ เล่ม (๙-๓๓)

  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           



หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์