เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ    

กระบวนการพิจารณาอธิกรณ์ โดยจัดหมวดหมู่หลักวินัยเป็น ๙ ประเภท 3030
  60/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๑๓๖๑] - [๑๓๖๕]
 

(โดยย่อ)
การรวบรวมหลักการ (สังคหะ ๙ อย่าง)
แสดงการจัดหมวดหมู่ข้อวินัย และคดีความออกเป็น ๙ ประเภท (เช่น วัตถุ วิบัติ อาบัตินิทาน บุคคลขันธ์ สมุฏฐาน อธิกรณ์ และสมถะ) เพื่อเป็นคู่มือในการตรวจสอบ

วิธีจัดการกับอธิกรณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่าเมื่อมีเรื่องราว ข้อพิพาทเกิดขึ้น สงฆ์พึง ให้คู่ความ ทั้งสองฝ่ายบอกเล่าเรื่องราว ฟังคำรับสารภาพ (ปฏิญญา) และถามความยินยอมก่อนเริ่มกระบวน การตัดสิน

การพิจารณาเลือกผู้พิพากษา และวิธีระงับ กำหนดว่าหากสงฆ์ในที่นั้นมีภิกษุผู้ทุศีล หรือ คนเลวมาก สงฆ์ต้อง ใช้วิธีอุพพาหิกะ (ตั้งคณะกรรมการ) และ แสวงหาพระวินัยธร มาช่วยวินิจฉัยคดี

หลักการสอบสวนเชิงลึก บัญญัติให้คณะสงฆ์ต้อง ตรวจสอบให้รู้ชัดเจนใน ๔ สิ่ง คือ วัตถุ (เรื่องราว), โคตร (ประเภทความผิด) ชื่อ (ชื่อเรียกความผิด) และอาบัติ (โทษที่ปรับ) เช่น การเสพเมถุนธรรมที่เป็นปาราชิก

ความถูกต้องตามหลักธรรมวินัย มุ่งเน้นให้การระงับอธิกรณ์ทุกประเภท ดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และ ถูกต้องตรงตามพระดำรัสและสัตถุศาสน์ (คำสอนของพระศาสดา) อย่างแท้จริง

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


60/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๑๓๖๑] - [๑๓๖๕]
ปริวาร
นวสังคหวรรค ที่ ๕
1)
สังคหะ ๙ อย่าง

          [๑๓๖๒] สังคหะมี ๙ อย่าง คือ วัตถุสังคหะ ๑ วิบัติสังคหะ ๑ อาบัติสังคหะ ๑ นิทานสังคหะ ๑ บุคคลสังคหะ ๑ ขันธสังคหะ ๑ สมุฏฐานสังคหะ ๑ อธิกรณสังคหะ ๑สมถสังคหะ ๑

ให้บอกเรื่อง
          [๑๓๖๓] เมื่ออธิกรณ์เกิดขึ้นแล้ว ถ้าคู่ความทั้งสองมาถึง สงฆ์พึงให้ทั้งสอง บอกเรื่อง ครั้นแล้วพึงฟังปฏิญญาทั้งสอง แล้วพึงพูดกะคู่ความทั้งสองว่า เมื่อพวกเราร ะงับ อธิกรณ์นี้แล้วท่านทั้งสองจักยินดี หรือ ถ้าทั้งสองรับว่า ข้าพเจ้าทั้งสองจักยินดี สงฆ์พึงรับอธิกรณ์นั้นไว้. ถ้าบริษัทมีอลัชชีมาก สงฆ์พึงระงับด้วยอุพพาหิกา.

          ถ้าบริษัทมีคนพาลมาก สงฆ์พึงแสวงหาพระวินัยธร. อธิกรณ์นั้นจะระงับ โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ใด สงฆ์พึงระงับอธิกรณ์นั้นโดยอย่างนั้น.


60/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๑๓๖๑] - [๑๓๖๕]

2)
พึงรู้วัตถุเป็นต้น

          [๑๓๖๔] พึงรู้วัตถุ พึงรู้โคตร พึงรู้ชื่อ พึงรู้อาบัติ.
          คำว่า เมถุนธรรม เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า ปาราชิก เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า อทินนาทาน เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า ปาราชิก เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า มนุสสวิคคหะ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า ปาราชิก เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า อุตตริมนุสสธรรม เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า ปาราชิก เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า สุกกวิสัฏฐิ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า กายสังสัคคะ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า ทุฏฐุลลวาจา เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า อัตตกาม เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า สัญจริตตะ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า ให้ทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า ให้ทำวิหารใหญ่ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า ตามกำจัดภิกษุด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิกไม่มีมูล เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้ง โคตร
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า ถือเอาเอกเทศบางอย่างแห่งอธิกรณ์ อันเป็นเรื่องอื่นให้เป็นเพียงเลศแล้ว ตามกำจัดภิกษุ ด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิก เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า การที่ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า การที่ภิกษุทั้งหลาย ผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่สละกรรม เพราะ สวดสมนุภาสน์ ครบ ๓ จบ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า การที่ภิกษุผู้ว่ายากไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ เป็นทั้ง วัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ.
          คำว่า การที่ภิกษุผู้ประทุษร้ายสกุลไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓จบ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ ...
          คำว่า การอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อถ่ายอุจจาระปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในน้ำ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร.
          คำว่า ทุกกฏ เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติแล.

นวสังคหวรรคที่ ๕ จบ.


60/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๑๓๖๑] - [๑๓๖๕]

3
หัวข้อประจำวรรค

          [๑๓๖๕] อปโลกนกรรม ๑ ญัตติกรรม ๑ ญัตติทุติยกรรม ๑ ญัตติจตุตถกรรม ๑ วัตถุ ๑ ญัตติ ๑ อนุสาวนา ๑ สีมา ๑ บริษัท ๑ พร้อมหน้า ๑ สอบถาม ๑ ปฏิญญา ๑ ควรสติวินัย ๑ วัตถุ ๑ สงฆ์ ๑ บุคคล ๑ ญัตติ ๑ ตั้งญัตติภายหลัง ๑ วัตถุ ๑ สงฆ์ ๑ บุคคล ๑ สวดประกาศ ๑ สวดในกาลไม่ควร ๑ สีมาเล็กเกิน ๑ สีมาใหญ่เกิน ๑ สีมามีนิมิตขาด ๑ สีมาใช้เงาเป็นนิมิต ๑ สีมาไม่มีนิมิต ๑ อยู่นอกสีมาสมมติสีมา ๑ สมมติสีมาในนที ๑ ในสมุทร ๑ ในชาตสระ ๑ คาบเกี่ยวสีมา ๑ ทับสีมาด้วยสีมา ๑

          กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ๑ กรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ๑ กรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ๑ กรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ๑ ไม่นำฉันทะมา ๑ นำฉันทะมา ๑ บุคคลผู้เข้ากรรม ๑ ผู้ควรฉันทะ ๑ ผู้ควรกรรม ๑ อปโลกนกรรม ๕ สถาน ๑ ญัตติกรรม ๙ สถาน ๑ ญัตติทุติยกรรม ๗ สถาน ๑ ญัตติจตุตถกรรม ๗ สถาน ๑ ความรับว่าดี ๑ ความผาสุก ๑ บุคคลผู้เก้อยาก ๑ ภิกษุมีศีลเป็นที่รัก ๑ อาสวะ ๑ เวร ๑ โทษ ๑ ภัย ๑ อกุศลธรรม ๑ คฤหัสถ์ ๑ บุคคลผู้ปรารถนาลามก ๑ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ ชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ ความตั้งอยู่แห่งพระสัทธรรม ๑ อนุเคราะห์พระวินัย ๑

          ปาติโมกขุทเทศ ๑ งดปาติโมกข์ ๑ งดปวารณา ๑ ตัชชนียกรรม ๑ นิยสกรรม ๑ ปัพพาชนียกรรม ๑ ปฏิสารณียกรรม ๑ อุกเขปนียกรรม ๑ ปริวาส ๑ อาบัติเดิม ๑ มานัต ๑ อัพภาน ๑ โอสารณา ๑ นิสสารณา ๑ อุปสมบท ๑ อปโลกนกรรม ๑ ญัตติกรรม ๑ ญัตติทุติยกรรม ๑ ญัตติจตุตถกรรม ๑ ยังมิได้ทรงบัญญัติ ๑ ทรงบัญญัติซ้ำ ๑ สัมมุขาวินัย ๑ สติวินัย ๑ อมูฬหวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑ เยภุยยสิกา ๑ ตัสสปาปิยสิกา ๑ ติณวัตถารกะ ๑ วัตถุ ๑ วิบัติ ๑ อาบัติ ๑ นิทาน ๑ บุคคล ๑ ขันธ์ ๑ สมุฏฐาน ๑ อธิกรณ์ ๑ สมถะ ๑ สังคหะ ๑ ชื่อ ๑ และอาบัติ ๑ ดังนี้แล.


 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
๑ ทีฆทิกาย ๒ มัชฌิมนิกาย ๓ สังยุตตนิกาย ๔ อังคุตตรนิกาย ๕ ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์