เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ    

วิธีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในคดีความ จากพยาน 3 ทาง (ตาเห็น หูฟัง รู้สึก) และการใช้คำถามเชิงลึก 4 มิติ 3009
  45/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๑๑๑๗]- [๑๑๒๓]
 

(โดยย่อ)
หลักการสอบหาข้อเท็จจริง ๓ ทาง การสืบสวนหาความจริงเกี่ยวกับตัวจำเลยและอธิกรณ์ (ข้อพิพาท) นั้น ให้พิจารณาและเปรียบเทียบจากพยานหลักฐาน ๓ ส่วนหลัก คือ เรื่องที่เห็น (ทิฏฐะ), เรื่องที่ได้ยินได้ฟัง (สุตะ) และ เรื่องที่ได้ทราบ (มุตะ)

วิธีจัดการเมื่อผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธและไม่มีมูลความจริง หากเรื่องที่เห็น ได้ยิน หรือได้ทราบ นั้นเทียบเคียงกันได้ แต่จำเลยไม่ยอมรับ และเป็นการถูกรังเกียจ (สงสัย) โดยไม่มีมูลความจริง ให้ตัดสินปรับอาบัติตามคำรับสารภาพ (ปฏิญญา) และให้ทำปวารณาร่วมกัน

การซักถามอย่างเป็นระบบ ๔ มิติ การซักซ้อมพยานหรือตัวจำเลยในกรณีเรื่องที่เห็น ให้ใช้ชุด คำถามอย่างรอบด้าน ๔ ประการ เพื่อไล่เลียงความจริง ได้แก่ "ท่านเห็นอะไร", "ท่านเห็นว่า อย่างไร", "ท่านเห็นเมื่อไร" และ "ท่านเห็นที่ไหน"

การเจาะลึกตัวคดี (ถามวัตถุ/วิบัติ/อาบัติ) คำว่า "เห็นอะไร" หมายถึง การสืบลงไปในรายละเอียด ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นวัตถุแห่งความผิดระดับใด (เช่น ปาราชิก สังฆาทิเสส ปาจิตตีย์) ความวิบัติ ในด้านใด (ศีล อาจาระ ทิฏฐิ อาชีวะ) และเป็นการประพฤติอนาจารลักษณะใด

การตรวจสอบสภาพแวดล้อมและพิกัดสถานที่ คำว่า "เห็นที่ไหน" หมายถึง การสอบเค้น ความจริงเชิงพิกัดเพื่อยืนยันพยานหลักฐาน โดยไล่ถามถึงสถานที่ พื้นผิว แผ่นดิน ภูเขา ทางเดิน ทิศทาง รวมถึงอาณาบริเวณทางภูมิศาสตร์ เพื่อตรวจสอบความสอดคล้อง


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


45/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๑๑๑๗]- [๑๑๒๓]
ปริวาร
1)

เปรียบเทียบอธิกรณ์

          [๑๑๑๗] เรื่องที่เห็นสมด้วยเรื่องที่เห็น เรื่องที่เห็นเทียบกันได้กับเรื่องที่เห็น แต่บุคคลนั้นไม่ยอมรับ เพราะอาศัยการเห็น บุคคลนั้นถูกรังเกียจโดยไม่มีมูล พึงปรับอาบัติ ตามปฏิญญา พึงทำปวารณากับบุคคลนั้น.

          เรื่องที่ได้ยินได้ฟังสมด้วยเรื่องที่ได้ยินได้ฟัง เรื่องที่ได้ยินได้ฟังเทียบกันได้ กับเรื่องที่ได้ยินได้ฟัง แต่บุคคลนั้นไม่ยอมรับ เพราะอาศัยการได้ยินได้ฟัง บุคคลนั้น ถูกรังเกียจโดยไม่มีมูล พึงปรับอาบัติตามปฏิญญาพึงทำปวารณากับบุคคลนั้น เรื่องที่ได้ทราบสมด้วยเรื่องที่ได้ทราบ.

          เรื่องที่ได้ทราบเทียบกันได้กับเรื่องที่ได้ทราบ แต่บุคคลนั้นไม่ยอมรับ เพราะอาศัย การได้ทราบ บุคคลนั้นถูกรังเกียจโดยไม่มีมูล พึงปรับอาบัติตามปฏิญญา พึงทำปวารณากับบุคคลนั้นเถิด.


45/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘

2)
จำแนกการเห็น

          [๑๑๑๘] คำว่า ท่านเห็นอะไร นั้น ถามถึงอะไร?
          คำว่า ท่านเห็นว่าอย่างไร นั้น ถามถึงอะไร?
          คำว่า ท่านเห็นเมื่อไร นั้น ถามถึงอะไร?
          คำว่า ท่านเห็นที่ไหน นั้น ถามถึงอะไร?

          [๑๑๑๙] คำว่า ท่านเห็นอะไร นั้น ถามถึงวัตถุ ถามถึงวิบัติ ถามถึงอาบัติ ถามถึงอัธยาจาร.
          ข้อว่า ถามถึงวัตถุ นั้น คือ ถามถึงวัตถุปาราชิก ๘ ถามถึงวัตถุสังฆาทิเสส ๒๓ ถามถึงวัตถุอนิยต ๒ ถามถึงวัตถุนิสสัคคิยะ ๔๒ ถามถึงวัตถุปาจิตตีย์ ๑๘๘ ถามถึงวัตถุ ปาฏิเทสนียะ๑๒ ถามถึงวัตถุทุกกฏทั้งหลาย  ถามถึงวัตถุทุพภาสิตทั้งหลาย.

          ข้อว่า ถามถึงวิบัติ นั้น คือ ถามถึงศีลวิบัติ ถามถึงอาจารวิบัติ  ถามถึงทิฏฐิวิบัติ ถามถึงอาชีววิบัติ.

          ข้อว่า ถามถึงอาบัติ นั้น คือ ถามถึงอาบัติปาราชิก ถามถึงอาบัติสังฆาทิเสส ถามถึงอาบัติถุลลัจจัย ถามถึงอาบัติปาจิตตีย์ ถามถึงอาบัติปาฏิเทสนียะ ถามถึงอาบัติ ทุกกฏถามถึงอาบัติทุพภาสิต.
          ข้อว่า ถามถึงอัธยาจาร นั้น คือ ถามถึงการร่วมกันเป็นคู่ๆ

          [๑๑๒๐] คำว่า ท่านเห็นว่าอย่างไร นั้น ได้แก่ถามถึงเพศ ถามถึงอิริยาบถ ถามถึงอาการ ถามถึงประการอันแปลก.
          ข้อว่า ถามถึงเพศ นั้น หมายถึงว่า สูงหรือต่ำ ดำหรือขาว.
          ข้อว่า ถามถึงอิริยาบถ นั้น หมายถึงว่า เดินหรือยืน นั่งหรือนอน.
          ข้อว่า ถามถึงอาการ นั้น หมายถึงเพศคฤหัสถ์ เพศเดียรถีย์ หรือเพศบรรพชิต.
          ข้อว่า ถามถึงประการอันแปลก นั้น หมายถึงเดินไปหรือยืนอยู่นั่งหรือนอน.

          [๑๑๒๑] ถามว่า ท่านเห็นเมื่อไร นั้น คือ ถามถึงกาล ถามถึงสมัย ถามถึงวัน ถามถึงฤดู.
          ข้อว่า ถามถึงกาล นั้น หมายถึงเวลาเช้า เวลาเที่ยง หรือเวลาเย็น.
          ข้อว่า ถามถึงสมัย นั้น หมายถึงสมัยเช้า สมัยเที่ยง หรือสมัยเย็น.
          ข้อว่า ถามถึงวัน นั้น หมายถึงก่อนอาหาร หรือหลังอาหาร กลางคืนหรือกลางวัน ข้างแรมหรือข้างขึ้น.
          ข้อว่า ถามถึงฤดู นั้น หมายถึงฤดูหนาว ฤดูร้อน หรือฤดูฝน.

          [๑๑๒๒] คำว่า ท่านเห็นที่ไหน นั้น คือ ถามถึงสถานที่ ถามถึงพื้นที่ ถามถึง โอกาส ถามถึงประเทศ.
          ข้อว่า ถามถึงสถานที่ นั้น หมายถึงพื้นที่หรือแผ่นดิน ธรณี หรือทางเดิน.
          ข้อว่า ถามถึงพื้นที่ นั้น หมายถึงแผ่นดินหรือภูเขา หินหรือปราสาท.
          ข้อว่า ถามถึงโอกาส นั้น หมายถึงในโอกาสด้านตะวันออก หรือโอกาสด้าน ตะวันตก โอกาสด้านเหนือ หรือโอกาสด้านใต้.
          ข้อว่า ถามถึงประเทศ นั้น หมายถึงในประเทศด้านตะวันออก หรือประเทศด้าน ตะวันตก ในประเทศด้านเหนือ หรือประเทศด้านใต้.

มหาสงคราม จบ


45/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘

3)
หัวข้อประจำเรื่อง

          [๑๑๒๓] วัตถุ นิทาน อาการ คำต้น คำหลัง สิ่งที่ทำแล้ว สิ่งที่ยังไม่ได้ทำกรรม อธิกรณ์ และสมถะ และลำเอียง เพราะชอบ เพราะชัง เพราะหลง และเพราะกลัว ให้เข้าใจ และพินิจ เพ่งเล็ง เลื่อมใส มีพรรคพวกมีสุตะ แก่กว่า เรื่องที่ยังไม่มาถึง เรื่องที่มาถึงแล้ว โดยธรรม โดยวินัย และแม้โดยสัตถุศาสน์ ชื่อว่า มหาสงคราม แล.

 

 

 

 

 


 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
๑ ทีฆทิกาย ๒ มัชฌิมนิกาย ๓ สังยุตตนิกาย ๔ อังคุตตรนิกาย ๕ ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์