เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ    

ถาม-ตอบ ว่าด้วยการจำแนกองค์ประกอบ เหตุเกิด และวิธีระงับอธิกรณ์ ทั้ง ๔ ประการ 2977
  19/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๘๔] -[๘๘๙]
 

(โดยย่อ)
ปริยายวารที่ ๖ว่าด้วยเรื่อง อธิกรณ์ ๔ และแนวทางระงับข้อพิพาท
1.การตั้งคำถามหลัก เป็นการเปิดประเด็นสอบถามองค์ประกอบของอธิกรณ์ทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ วิวาทาธิกรณ์ (การวิวาท), อนุวาทาธิกรณ์ (การโจทก์ฟ้องร้อง), อาปัตตาธิกรณ์ (การต้องอาบัติ) และกิจจาธิกรณ์ (กิจธุระของสงฆ์) ในแง่ประธาน ฐาน วัตถุ ภูมิ เหตุ มูล อาการเกิด และวิธีระงับ

2.วิวาทาธิกรณ์ และ อนุวาทาธิกรณ์ อธิบายว่าการทะเลาะวิวาท และการฟ้องร้อง มีกิเลส ๓ (โลภ โกรธ หลง) หรือความไม่มีกิเลส ๓ เป็นประธาน เกิดจากเรื่องทำความแตกร้าว ๑๘ ประการ และระงับได้ด้วยสมถะต่างกันไปตามกรณี

3.อาปัตตาธิกรณ์ กล่าวถึงการต้องอาบัติ มีกองอาบัติ ๗ เป็นประธาน มีอาการเกิด ๖ ทาง (เช่น แกล้งทำ หรือไม่รู้) และระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ สัมมุขาวินัย ปฏิญญาตกรณียะ และ ติณวัตถารกวินัย

4. กิจจาธิกรณ์ ว่าด้วยกิจของสงฆ์ มีความโลภ โกรธ หลง หรือไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เป็นประธาน มีฐานและวัตถุคือกรรม ๔ เกิดด้วยอาการ ๒ (ญัตติ หรือ อปโลกน์) และระงับด้วย สัมมุขาวินัยอย่างเดียว

5.สมถะ ๗ สรุปอธิกรณ์ทั้งหมดระงับด้วย สมถะ ๗ ประการ (วิธีระงับอธิกรณ์) ได้แก่ สัมมุขาวินัย, สติวินัย, อมูฬหวินัย, ปฏิญญาตกรณียะ, เยภุยยสิกา, ตัสสปาปิยสิกา และติณวัตถารกวินัย


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


19/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๘๔] -[๘๘๙]
ปริวาร

ปริยายวาร ที่ ๖

          [๘๘๔] วิวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไรมีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการเท่าไร? วิวาทาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะเท่าไร?

          อนุวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร? มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุโจทด้วยอาการเท่าไร? อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?

          อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร? มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร? อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?

          กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร? มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร? กิจจาธิกรณ์ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร?

          [๘๘๕] ถามว่า วิวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
          ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ เรื่องทำความแตกร้าวกัน ๑๘.

ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุทำความแตกร้าวกัน ๑๘.

ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ วัตถุทำความแตกร้าวกัน ๑๘.

ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.

ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล ๑๒.

ถ. ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการเท่าไร?
ต. ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการ ๒ คือ เห็นว่าเป็นธรรม ๑ เห็นว่าไม่เป็นธรรม ๑.

ถ. วิวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. วิวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๒ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยเยภุยยสิกา ๑

          [๘๘๖] ถามว่า อนุวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
          ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ วิบัติ ๔.

ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุ คือ วิบัติ ๔.

ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ วิบัติ ๔.

ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.

ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล ๑๔.

ถ. ภิกษุโจทด้วยอาการเท่าไร?
ต. ภิกษุโจทด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยวัตถุ ๑ ด้วยอาบัติ ๑.

ถ. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๔ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยสติวินัย ๑ ด้วยอมูฬหวินัย ๑ ด้วยตัสสปาปิยสิกา ๑.

          [๘๘๗] ถามว่า อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
          ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ กองอาบัติ ๗.

ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุ คือ กองอาบัติ ๗.

ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ กองอาบัติ ๗.

ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.

ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล คือ สมุฏฐานอาบัติ ๖.

ถ. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร?
ต. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๖ คือ ไม่ละอาย ๑ ไม่รู้ ๑ สงสัยแล้วขืนทำ ๑สำคัญว่าควรในของไม่ควร ๑ สำคัญว่าไม่ควรในของควร ๑ ลืมสติ ๑.

ถ. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๓ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ ด้วยติณวัตถารกะ ๑.

          [๘๘๘] ถามว่า กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
          ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ กรรม ๔.

ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุ คือ กรรม ๔.

ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ กรรม ๔.

ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.

ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล ๑ คือ สงฆ์.

ถ. กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร?
ต. กิจเกิดด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยญัตติ ๑ ด้วยอปโลกน์. ๑

ถ. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะอย่างหนึ่ง คือ ด้วยสัมมุขาวินัย.

          [๘๘๙] ถามว่า สมถะ มีเท่าไร?
          ตอบว่า สมถะมี ๗ คือ สัมมุขาวินัย สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ เยภุยยสิกา ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สมถะมี ๗ เหล่านี้.

          ถ. บางทีสมถะ ๗ เหล่านี้ เป็นสมถะ ๑๐ สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจวัตถุ โดยปริยาย หรือ?

          ต. บางทีเป็นได้ ก็บางทีเป็นได้อย่างไร? คือ วิวาทาธิกรณ์มีสมถะ ๒ อนุวาทาธิกรณ์มีสมถะ ๔ อาปัตตาธิกรณ์มีสมถะ ๓ กิจจาธิกรณ์มีสมถะ ๑ อย่างนี้ที่สมถะ ๗ เป็นสมถะ ๑๐สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจวัตถุโดยปริยาย.

 

 

 

 

 


 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
๑ ทีฆทิกาย ๒ มัชฌิมนิกาย ๓ สังยุตตนิกาย ๔ อังคุตตรนิกาย ๕ ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์