17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
1)
ย่อหัวข้อสมุฏฐาน
[๘๒๖] สังขารทั้งปวงที่ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระนิพพาน และบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่า เป็นอนัตตา. เมื่อดวงจันทร์ คือ พระพุทธเจ้า ยังไม่เกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์ คือ พระพุทธเจ้า ยังไม่อุทัย ขึ้นมา เพียงแต่ชื่อของ สภาคธรรมเหล่านั้น ก็ยังไม่มีใครรู้จัก
พระมหา วีรเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีพระจักษุ ทรงทำทุกกรกิริยามีอย่างต่างๆ ทรง บำเพ็ญบารมีแล้วเสด็จอุบัติในโลกเป็นไปกับพรหมโลก พระองค์ทรง แสดงพระสัทธรรม อันดับเสียซึ่งทุกข์ นำมาซึ่งความสุข.
พระอังคีรส- ศากยมุนี ผู้อนุเคราะห์แก่ประชาทุกถ้วนหน้า อุดมกว่าสรรพสัตว์ ดุจราชสีห์ ทรงแสดงพระไตรปิฎก คือ พระวินัย ๑ พระสุตตันตะ ๑ พระอภิธรรม ๑ ซึ่งมีคุณมาก อย่างนี้ พระสัทธรรมจะเป็นไปได้ ผิว่า พระวินัย คือ อุภโตวิภังค์ ขันธกะ และมาติกา ที่ร้อยกรองด้วยคัมภีร์ บริวาร เหมือนดอกไม้ร้อยด้วยเส้นด้าย ยังดำรงอยู่.
ในคัมภีร์บริวารนั้นแล สมุฏฐานท่านจัดไว้แน่นอน ความเจือปนกัน และนิทานอื่น ย่อมเห็นได้ ในพระสูตรข้างหน้า เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักด้วยดี ใคร่ต่อ ธรรม พึงศึกษาคัมภีร์บริวารเถิด.
ในวันอุโบสถ ภิกษุและภิกษุณีย่อม
สวดสิกขาบท อันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติ ไว้ในวิภังค์ทั้ง ๒ ข้าพเจ้าจัก กล่าวสมุฏฐานตามที่รู้ ขอท่านทั้งหลาย จงฟังข้าพเจ้า.
ปฐมปราชิกสิกขาบท ๑
ทุติยปาราชิกสิกขาบท ๑
ต่อแต่นั้น สัญจริต สิกขาบท ๑
สมนุภาสน สิกขาบท ๑
อติเรกจีวรสิกขาบท ๑
เอฬกโลมสิกขาบททั้งหลาย ๑
ปทโสธัมมสิกขาบท ๑
ภูตาโรจนสิกขาบท ๑
สังวิธานสิกขาบท ๑
เถยยสัตถสิกขาบท ๑
เทสนาสิกขาบท ๑
โจรีวุฏฐาปนสิกขาบท ๑
รวม กับการบวชสตรีที่มารดาบิดา หรือสามีไม่อนุญาต จึงเป็นสมุฏฐาน ๑๓. ในอุภโตวิภังค์นี้ นัยแห่งสมุฏฐาน ๑๓ นี้ วิญญูชนทั้งหลาย คิดกันแล้ว ที่คล้ายคลึงกัน ย่อมปรากฏในสมุฏฐานอันหนึ่งๆ.
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘
ปริวาร
2)
ปฐมปาราชิกสมุฏฐาน
[๘๒๗] สิกขาบทว่าด้วยเสพเมถุน ๑
สิกขาบทว่าด้วยปล่อยน้ำสุกกะ ๑
สิกขาบทว่า
ด้วยเคล้าคลึงกาย ๑
อนิยตสิกขาบทที่หนึ่ง ๑
สิกขาบทว่าด้วยนอน แทรกภิกษุผู้เข้าไปอยู่ก่อน ๑
สิกขาบทว่าด้วยฉันบิณฑบาตที่ภิกษุณีแนะให้เขาถวาย ๑
สิกขาบทว่าด้วยนั่งในที่ลับกับภิกษุณี ๑
สิกขาบทว่าด้วยแทรกแซงในสโภชนสกุล ๑
สิกขาบทว่าด้วยนั่งในที่ลับ ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบท
ว่าด้วยจี้ด้วยนิ้วมือ ๑
สิกขาบทว่าด้วยหัวเราะในน้ำ ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้ประหาร ๑
สิกขาบท
ว่าด้วยเงือดเงื้อหอกคือฝ่ามือ ๑
เสขิยวัตร ๕๓
สิกขาบท ๑
อธักขกสิกขาบทของภิกษุณี ๑
คามันตรคมนสิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพอใจรับของฉันจากมือบุรุษ ๑
สิกขาบทว่าด้วย
ใช้ของลับกระทบกัน ๑
สิกขาบทว่าด้วยยินดีท่อนยางกลม ๑
สิกขาบทว่าด้วยยินดีชำระด้วยน้ำ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้วไม่หลีกไปสู่จาริก ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ไปรับโอวาท
๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินี ๑
สิกขาบทเหล่านี้
รวม ๗๖ สิกขาบท ท่านจัดไว้
เป็นสิกขาบทมีกายกับจิตเป็นสมุฏฐาน ทุกๆ สิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่งเหมือนปฐมปาราชิก
สิกขาบท ฉะนั้น.
ปฐมปาราชิกสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
3)
ทุติยปาราชิกสมุฏฐาน
[๘๒๘] สิกขาบทว่าด้วยถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ ๑
สิกขาบทว่าด้วยพรากกาย
มนุษย์ ๑
สิกขาบทว่าด้วยกล่าวอวดธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ๑
สิกขาบทว่าด้วยพูดเคาะด้วยวาจา
ชั่วหยาบ ๑
สิกขาบทว่าด้วยกล่าวบำเรอตนด้วยกาม ๑
สิกขาบทว่าด้วยตามกำจัดด้วยปาราชิก
ธรรมไม่มีมูล ๑
สิกขาบทว่าด้วยถือเอาเลศแห่งอธิกรณ์เรื่องอื่น ๑
อนิยตสิกขาบทที่สอง ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้จีวรแล้วชิงเอาคืนมา ๑
สิกขาบทว่าด้วยน้อมลาภของสงฆ์มาเพื่อตน ๑
สิกขาบทว่าด้วยพูดเท็จ ๑
สิกขาบทว่าด้วยด่า ๑
สิกขาบทว่าด้วยพูดส่อเสียดภิกษุ ๑
สิกขาบท
ว่าด้วยบอกอาบัติชั่วหยาบ ๑
สิกขาบทว่าด้วยขุดแผ่นดิน ๑
สิกขาบทว่าด้วยพรากภูตคาม ๑
สิกขาบทว่าด้วยพูดกลบเกลื่อน ๑
สิกขาบทว่าด้วยโพนทะนา ๑
สิกขาบทว่าด้วยฉุดคร่าออกจาก
วิหาร ๑
สิกขาบทว่าด้วยเอาน้ำรด ๑
สิกขาบทว่าด้วยสอนภิกษุณีเพราะเห็นแก่อามิส ๑
สิกขาบท
ว่าด้วยภิกษุฉันเสร็จแล้ว ๑
สิกขาบทว่าด้วยการชวนภิกษุเข้าไปบิณฑบาตในบ้าน ๑
สิกขาบทว่า
ด้วยการไม่เอื้อเฟื้อ ๑
สิกขาบทว่าด้วยการหลอกภิกษุให้กลัวผี ๑
สิกขาบทว่าด้วยการซ่อนบริขาร
๑
สิกขาบทว่าด้วยการแกล้งพรากสัตว์จากชีวิต ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุรู้อยู่ใช้น้ำมีตัวสัตว์ ๑
สิกขาบทว่าด้วยฟื้นอธิกรณ์เพื่อทำใหม่ ๑
สิกขาบทว่าด้วยบวชคนมีอายุหย่อน ๒๐ ปี ๑
สิกขาบท
ว่าด้วยการอยู่ร่วมกับภิกษุที่สงฆ์ยกวัตร ๑
สิกขาบทว่าด้วยการสมโภคกับสามเณรที่ถูกนาสนะ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุผู้อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวโดยชอบธรรม ๑
สิกขาบทว่าด้วยธรรมอันเป็นไป
เพื่อความยุ่งเหยิง ๑
สิกขาบทว่าด้วยการแกล้งทำหลง ๑
สิกขาบทว่าด้วยการโจทด้วยอาบัติสังฆาทิเสสไม่มีมูล ๑
สิกขาบทว่าด้วยการแกล้งก่อความรำคาญ ๑
สิกขาบทว่าด้วยการให้ฉันทะเพื่อ
กรรมที่เป็นธรรมแล้วกลับบ่นว่า ๑
สิกขาบทว่าด้วยการให้จีวร แล้วกลับบ่นว่า ๑
สิกขาบทว่า
ด้วยการน้อมลาภสงฆ์ไปเพื่อบุคคล ๑
สิกขาบทว่าด้วยคำที่ว่าบุรุษบุคคลนั่นจักทำอะไรแก่ท่านได้ ๑
สิกขาบทว่าด้วยอธิษฐานอกาลจีวรเป็นกาลจีวรแล้วให้แจก ๑
สิกขาบทว่าด้วยแลกจีวรกับภิกษุณี
แล้วชิงคืนมา ๑
สิกขาบทว่าด้วยการยกโทษผู้อื่นด้วยความถือผิดเข้าใจผิด ๑
สิกขาบทว่าด้วยแช่งด้วยนรก ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงทำอันตรายแก่จีวรลาภของคณะ ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใด
พึงห้ามการแจกจีวรอันเป็นธรรม ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงยังสมัยจีวรกาลให้ล่วงไปด้วยหวังจะได้จีวรอัน ไม่แน่นอน ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงห้ามการเดาะกฐินที่เป็นธรรม ๑
สิกขาบทที่
ว่าภิกษุณีใดพึงแกล้งก่อความไม่ผาสุกแก่ภิกษุณี ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดให้ที่อยู่แล้ว ไม่พอใจ
ฉุดคร่าภิกษุณีออก ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดด่าหรือกล่าวขู่ภิกษุ ๑
สิกขาบทที่ว่า ภิกษุณีใดดุร้ายกล่าวขู่คณะ ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดหวงสกุล ๑
สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชสตรีมีครรภ์ ๑
สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชสตรีแม่ลูกอ่อน ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดบวชสิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษา
ในธรรม ๖ ครบ ๒ ปี ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดบวชสิกขมานาผู้ศึกษาเสร็จในธรรม ๖ ครบ ๒ ปีแต่สงฆ์ยังไม่ได้ สมมติ ๑
สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชสตรีคฤหัสถ์ ๓ สิกขาบท ๑
สิกขาบทที่ว่า
ด้วยการบวชเด็กหญิงรวม ๓ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาหย่อน ๑๒ ให้อุปสมบท
๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ แล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติให้อุปสมบท ๑
สิกขาบท
ว่าด้วยภิกษุณีอันภิกษุณีทั้งหลายอย่าเพ่อก่อน ท่านอย่ายังสิกขมานา ให้อุปสมบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียังสิกขมานาผู้มีใจร้ายยังชายให้ระทมโศกให้อุปสมบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้อุปสมบท
ด้วยมอบฉันทะที่ค้างคราว ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้อุปสมบททุกๆ ปี ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้สิกขมานาบวชปีละ ๒ รูป ๑
สิกขาบทเหล่านี้รวม ๗๐ สิกขาบท จัดเป็นสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดแต่กายกับ
จิต มิใช่วาจา เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย และเกิดแต่ทวาร ๓ เหมือนทุติย ปาราชิกสิกขาบท
ฉะนั้น.
ทุติยปาราชิกสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
4)
สัญจริตตสมุฏฐาน
[๘๒๙] สิกขาบทว่าด้วยชักสื่อ ๑
สิกขาบทว่าด้วยสร้างกุฏิ ๑
สิกขาบทว่าด้วยสร้างวิหาร ๑
สิกขาบทว่าด้วยใช้ภิกษุณีซักจีวรเก่า ๑
สิกขาบทว่าด้วยรับจีวร ๑
สิกขาบทว่าด้วยใช้ภิกษุณีขอจีวร ๑
สิกขาบทว่าด้วยยินดีเฉพาะผ้าอุตราสงค์และอันตรวาสก ๑
สิกขาบทว่าด้วยถึงความกำหนดในจีวร ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยส่งทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรด้วยทูต ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้ทำสันถัตเจือไหม ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้ทำสันถัตขนเจียมดำล้วน ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้ทำสันถัตถือเอาขนเจียมดำ ๒ ส่วน ๑
สิกขาบทว่าด้วยใช้สันถัตใหม่ให้ได้ ๖ ปี ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้ทำสันถัตสำหรับนั่ง ๑
สิกขาบทว่าด้วยการทอดทิ้งอุเทศ ๑
สิกขาบทว่าด้วยรับรูปิยะ ๑
สิกขาบทว่าด้วยแลกเปลี่ยนและซื้อขายมีประการต่างๆ รวม ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยบาตรมีรอยร้าวหย่อน ๕ แห่ง ๑
สิกขาบทว่าด้วยแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน ๑
สิกขาบทว่าด้วยขอด้าย ๑
สิกขาบทว่าด้วยเข้าไปหาช่างหูกถึงความกำหนดในจีวร ๑
สิกขาบทว่าด้วยวางเช็ดหน้าจนถึงกรอบประตู ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้จีวรแก่ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ๑
สิกขาบทว่าด้วยเย็บจีวรของภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ๑
สิกขาบทว่าด้วยปวารณาด้วยขนม ๑
สิกขาบทว่าด้วยปวารณาด้วยปัจจัยสี่ ๑
สิกขาบทว่าด้วยการติดไฟผิง ๑
สิกขาบทว่าด้วยการเก็บรตนะ ๑
สิกขาบทว่าด้วยกล่องเข็ม ๑
สิกขาบทว่าด้วยทำเตียง ๑
สิกขาบทว่าด้วยทำเตียงตั่งหุ้มนุ่น ๑
สิกขาบทว่าด้วยทำผ้าปูนั่ง ๑
สิกขาบทว่าด้วยทำผ้าปิดฝี ๑
สิกขาบทว่าด้วยทำผ้าอาบน้ำฝน ๑
สิกขาบทว่าด้วยทำจีวรขนาดสุคตจีวร ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีขอของอื่นแล้วขอของอื่นอีก ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นแล้วให้จ่ายของอื่นอีก ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นด้วยบริขารของสงฆ์ ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นด้วยบริขารของคนหมู่มาก ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นด้วยบริขารส่วนบุคคล ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายผ้าห่มบาง ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายผ้าห่มหนา ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีทิ้งอาหารเป็นเดน ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้ทำผ้าอาบน้ำเกินประมาณ ๑
สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้สมณจีวร ๑
ธรรมคือสิกขาบทเหล่านี้ ๕๐ ถ้วน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ เกิดแต่กาย มิใช่วาจา แลจิต เกิดแต่วาจา มิใช่กายแลจิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย และเกิดด้วยทวาร ๓ อนึ่ง สิกขาบทเหล่านี้ มีสมุฏฐาน ๖ เช่นกับสัญจริตตสิกขาบท.
สัญจริตตสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
5)
สมนุภาสนสมุฏฐาน
[๘๓๐] สิกขาบทว่าด้วยทำลายสงฆ์ ๑
สิกขาบทว่าด้วยประพฤติตามภิกษุ ผู้ทำลายสงฆ์ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุว่ายาก ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุประทุษร้ายสกุล ๑
สิกขาบทว่าด้วยปิดอาบัติชั่วหยาบ ๑
สิกขาบทว่าด้วยไม่สละทิฏฐิ ๑
สิกขาบทว่าด้วยไม่มอบฉันทะ ๑
สิกขาบทว่าด้วยหัวเราะ ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยพูดเสียงดัง ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยมีคำข้าวอยู่ในปากจักไม่พูด ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุนั่งบนแผ่นดินแสดงธรรม ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุนั่งบนอาสนะต่ำแสดงธรรม ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุยืนอยู่แสดงธรรม ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุไปข้างหลังแสดงธรรม ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุเดินนอกทางแสดงธรรม ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีปิดโทษ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุประพฤติตามภิกษุผู้ถูกยกวัตร ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียินดีการจับต้อง ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับภิกษุณีเข้าหมู่ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีบอกคืนพระพุทธเจ้าเป็นต้น ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีถูกตัดสินให้แพ้อธิกรณ์เรื่องหนึ่ง ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอยู่คลุกคลี ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีประหารตนแล้วร้องไห้ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเลาะจีวรของภิกษุณี ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่บำรุงสหชีวินีผู้ตกระกำลำบาก ๑
สิกขาบทที่ตรัสซ้ำถึงภิกษุณีอยู่คลุกคลีกัน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ระงับอธิกรณ์ ๑
สิกขาบทที่ว่าด้วยภิกษุณีไม่บอกก่อนเข้าไปสู่อาราม ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ปวารณาโดย ๓ สถาน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพึงหวังธรรม๒ อย่างจากภิกษุสงฆ์ทุกกึ่งเดือน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่อนุเคราะห์และไม่พาสหชีวินีไปจาริก๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพูดให้สิกขมานาถวายจีวรแล้วจักบวชให้ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพูดให้สิกขมานาติดตาม ๑
ธรรม คือ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๓๗ สิกขาบท เกิดแต่กายวาจาและจิต ทุกๆ สิกขาบท มีสมุฏฐานอันหนึ่ง เหมือนสมนุภาสนสิกขาบท.
สมนุภาสนสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
6)
กฐินสมุฏฐาน
[๘๓๑] สิกขาบทว่าด้วยกฐินอันภิกษุเดาะแล้ว ๓ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยใช้อติเรกบาตรสิกขาบทที่หนึ่ง ๑
สิกขาบทว่าด้วยเภสัช ๑
สิกขาบทว่าด้วยรับอัจเจกจีวร ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่ามีความรังเกียจเก็บไตรจีวรไว้ในละแวกบ้านได้ ๑
สิกขาบทว่าด้วยเมื่อหลีกไป ไม่เก็บเตียงหรือตั่ง ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยเข้าไปสู่ที่อยู่ภิกษุณีแล้วสอน ๑
สิกขาบทว่าด้วยฉันโภชนะทีหลัง ๑
สิกขาบทว่าด้วยห้ามภัตรแล้วฉันภัตตาหารไม่เป็นเดน ๑
สิกขาบทว่าด้วยรับนิมนต์ ๑
สิกขาบทว่าด้วยวิกัปจีวร ๑
สิกขาบทว่าด้วยไม่ได้รับบอกก่อน เข้าไปในพระราชมณเฑียร ๑
สิกขาบทว่าด้วยเข้าบ้านในเวลาวิกาล ๑
สิกขาบทว่าด้วยฉันภัตตาหารที่ภิกษุณียืนสั่งเสียอยู่ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอยู่เสนาสนะป่ารับของเคี้ยวเป็นต้น ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพูดให้ร้าย ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีทำการสั่งสมบาตร ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาก่อนอาหาร ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาหลังอาหาร ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาวิกาล ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีผลัดเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิเกินกำหนด๕ วัน ๑
สิกขาบทว่าด้วย ภิกษุณีใช้จีวรผลัดเปลี่ยน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่มอบหมายจีวรสับเปลี่ยนและที่พัก ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีให้ผ่าฝีอันเกิดที่แง้มขา ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่บอกก่อนนั่งบนอาสนะข้างหน้าภิกษุ ๑
ธรรม คือ สิกขาบทเหล่านี้มี ๒๙ สิกขาบท เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต และ เกิดแต่
ทวารทั้ง ๓ ทุกๆ สิกขาบทรวมทั้งกฐินสิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ เสมอกัน.
กฐินสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
7)
เอฬกโลมสมุฏฐาน
[๘๓๒] สิกขาบทว่าด้วยขนเจียม ๑
สิกขาบทว่าด้วยนอนร่วมกัน ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยเตียงเท้าเสียบ ๑
สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารในโรงทาน ๑
สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารเป็นหมู่ ๑
สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารในเวลาวิกาล ๑
สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารที่ทำการสั่งสม ๑
สิกขาบทว่าด้วยรับประเคนไม้ชำระฟัน ๑
สิกขาบทว่าด้วยให้อาหารแก่อเจลก ๑
สิกขาบทว่าด้วยไปดูเสนาอันยกออกไปแล้ว ๑
สิกขาบทว่าด้วยอยู่ในกองทัพ ๑
สิกขาบทว่าด้วยไปสู่สนามรบ ๑
สิกขาบทว่าด้วยดื่มสุรา ๑
สิกขาบทว่าด้วยยังไม่ถึงกึ่งเดือนอาบน้ำ ๑
สิกขาบทว่าด้วยทำจีวรใหม่ให้เสียสี ๑
ปาฏิเทสนียะ ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีฉันกระเทียม ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปปฏิบัติภิกษุผู้กำลังฉัน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไปดูฟ้อนรำ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณี ๒ รูปใช้ผ้าปูนอนและผ้าห่มผืนเดียวกันนอนด้วยกัน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณี ๒ รูป นอนเตียงเดียวกัน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่มีพวกเที่ยวจาริกภายในแว่นแคว้น ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่มีพวกเที่ยวจาริกภายนอกแว่นแคว้น ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีหลีกไปสู่จาริกภายในพรรษา ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไปดูโรงละคร ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สอยเก้าอี้นอน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีกรอด้าย ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีช่วยทำธุระของคฤหัสถ์ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีให้ของเคี้ยวด้วยมือของตนแก่ชาวบ้านเป็นต้น ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้ร่ม๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไปด้วยยาน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้เครื่องประดับสำหรับสตรี ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอาบน้ำ ปรุงเครื่องประเทืองผิว ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอาบน้ำปรุงกำยานเป็นเครื่องอบ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้ภิกษุณีนวด ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สิกขมานานวด ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สามเณรีนวด ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สตรีคฤหัสถ์นวด ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีผู้เข้าบ้านไม่มีผ้ารัดถันต้องอาบัติ ๑
รวมเป็น ๔๔ สิกขาบท เกิดแต่กาย มิใช่วาจากับจิต เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ทุกๆ สิกขาบท รวมทั้งเอฬกโลมสิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ เสมอกัน.
เอฬกโลมสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
8)
ปทโสธัมมสมุฏฐาน
[๘๓๓] สิกขาบทว่าด้วยสอนธรรมแก่อนุปสัมบันว่าพร้อมกัน ๑
สิกขาบทว่าด้วย แสดงธรรมแก่มาตุคาม ยิ่งกว่า ๕-๖ คำ เว้นแต่มีบุรุษผู้รู้เดียงสา ๑
สิกขาบทว่าด้วย ยังไม่ได้ รับสมมติสั่งสอนภิกษุณี ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุได้รับสมมติ แล้วสอนภิกษุณี เมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเรียนและบอกติรัจฉานวิชา ๒ สิกขาบท ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ขอโอกาสก่อนถามปัญหา ๑
สิกขาบทเหล่านี้รวม ๗ สิกขาบท เกิดแต่วาจา มิใช่กายและจิต เกิดแต่วาจา กับจิต แต่มิใช่เกิดแต่กาย ทุกๆ สิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ เหมือนปทโสธัมมสมุฏฐาน ฉะนั้น.
ปทโสธัมมสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
9)
อัทธานสมุฏฐาน
[๘๓๔] สิกขาบทว่าด้วยชักชวนภิกษุณีเดินทางไกล ๑
สิกขาบทว่าด้วยชักชวน ภิกษุณีลงเรือลำเดียวกัน ๑
สิกขาบทว่าด้วยขอโภชนะอันประณีต ๑
สิกขาบทว่าด้วย ชักชวนมาตุคามเดินทางด้วยกัน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีถอนขนในที่แคบ ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีขอข้าวเปลือก ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับนิมนต์แล้ว ฉัน ภัตตาหาร ๑
ปาฏิเทสนียะของภิกษุณี ๘ สิกขาบท ๑
สิกขาบทเหล่านี้ร่วม ๑๕ สิกขาบท เกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กายกับจิต มิใช่เกิดแต่วาจา เกิดแต่กายวาจาและจิต เป็น ๔ สมุฏฐาน พระพุทธเจ้าผู้มีพระญาณ ทรงบัญญัติว่า มีวินัยเสมอกับอัทธานสมุฏฐาน.
อัทธานสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
10)
เถยยสัตถสมุฏฐาน
[๘๓๕] สิกขาบทว่าด้วยชักชวนพวกเกวียนผู้เป็นโจรเดินทางร่วม ๑
สิกขาบทว่าด้วยยืนแอบฟัง ๑
สิกขาบทว่าด้วยขอแกงและข้าวสุก ๑
สิกขาบทว่าด้วย ภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในเวลาค่ำคืน ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียืนร่วมกับ บุรุษ ในโอกาสกำบัง ๑
สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในที่กลางแจ้ง ๑
สิกขาบทว่า ด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในตรอกตัน ๑
รวมสิกขาบทเหล่านี้ ๗ สิกขาบทเกิดแต่กาย กับจิต มิใช่เกิดแต่วาจา เกิดแต่ ทวาร ๓ สิกขาบทเหล่านี้ มีสมุฏฐาน ๒ พระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชา ผู้สูงศักดิ์ ได้ทรงแสดงแล้วว่า เหมือนเถยยสัตถสมุฏฐาน.
เถยยสัตถสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
11)
ธัมมเทสนาสมุฏฐาน
[๘๓๖] พระตถาคตทั้งหลาย ย่อมไม่แสดงธรรมแก่คนมีร่มในมือ ๑
มีไม้พลอง ในมือ ๑
มีศาตราในมือ ๑
มีอาวุธในมือ ๑
สวมเขียงเท้า ๑
สวมรองเท้า ๑
ไปในยาน ๑
อยู่บนที่นอน ๑
นั่งรัดเข่า ๑
โพกศีรษะ ๑
คลุมศีรษะ ๑
รวมเป็น ๑๑ สิกขาบท พอดี เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่เกิดแต่กาย ทุกๆ สิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่ง เสมอกับ ธัมมเทสนาสมุฏฐาน.
ธัมมเทสนาสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
12)
ภูตาโรจนสมุฏฐาน
[๘๓๗] สิกขาบทว่าด้วยบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง เกิดแต่กาย มิใช่เกิด แต่วาจามิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่วาจา มิใช่เกิดแต่กาย และมิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กาย กับวาจา มิใช่เกิดแต่จิต ชื่อว่าภูตาโรจนสมุฏฐาน ย่อมเกิดแต่สมุฏฐาน ๓.
ภูตาโรจนสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
13)
โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน
[๘๓๘] สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับหญิงโจรให้บวช เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่เกิด แต่กาย และเกิดโดยทวารทั้ง ๓ โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐานนี้ พระพุทธเจ้า ผู้ธรรมราชา ทรงตั้งไว้ว่า มีสมุฏฐาน ๒ ไม่ซ้ำกัน.
โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน จบ
17/8) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ข้อ [๘๒๖]-[๘๔๐]
ปริวาร
14)
อนนุญาตสมุฏฐาน
[๘๓๙] สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีบวชสตรีที่มารดาบิดา หรือสามีมิได้อนุญาต เกิดแต่วาจา มิใช่เกิดแต่กาย และมิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่วาจากับจิตมิใช่เกิดแต่กาย เกิดแต่กายวาจาจิต ๓ สถาน จึงมีสมุฏฐาน ๔ ไม่ซ้ำกัน.
อนนุญาตสมุฏฐาน จบ
[๘๔๐] ก็สมุฏฐาน ๑๓ ทรงแสดงไว้ดีแล้วโดยย่อๆ เป็นเหตุทำความไม่หลง อนุโลมแก่ธรรมที่เป็นแบบ วิญญูชนเมื่อทรงจำสมุฏฐานนี้ไว้ได้ ย่อมไม่หลงใน สมุฏฐานแล.
|