เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ    

แนวทางปฏิบัติเมื่อภิกษุเจ้าถิ่น และภิกษุอาคันตุกะ นับวันปวารณาแตกต่างกัน 2908
  25/4) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ ข้อ  [๒๓๙] -  [๒๔๑]
 

(โดยย่อ)
1.เกณฑ์นับจำนวนฝ่ายในการอนุวัตตาม (ข้อ ๒๓๙)
หากวันปวารณาของฝ่ายเจ้าถิ่น และอาคันตุกะต่างกัน (เช่น ฝ่ายหนึ่งนับ ๑๔ ค่ำ อีกฝ่ายนับ ๑๕ ค่ำ) ให้ถือเกณฑ์จำนวนภิกษุเป็นหลัก

2. การให้ความสามัคคีและการแยกสีมา (ข้อ ๒๓๙)
หากฝ่ายอาคันตุกะ มีจำนวนมากกว่า และไม่ปรารถนาจะร่วมปวารณาตามวันของเจ้าถิ่น เจ้าถิ่นไม่ต้องร่วมทำสังฆกรรมด้วย และฝ่ายที่มีจำนวนน้อยกว่า หลีกไปปวารณานอกเขตสีมา

3.เรื่องทิฏฐิเกี่ยวกับสังวาส (ข้อ ๒๔๑)
ปรับอาบัติ เกี่ยวกับความเข้าใจเรื่อง "สมานสังวาส" (นิกายเดียวกัน/ ร่วมสังฆกรรม กันได้) และ "นานาสังวาส" (ต่างนิกาย/ร่วมสังฆกรรมกันไม่ได้) ระหว่างภิกษุทั้งสองฝ่าย

4.ข้อยกเว้นและอาบัติ (ข้อ ๒๔๑)
หากภิกษุอาคันตุกะ เห็นเจ้าถิ่นเป็นนานาสังวาส แต่เข้าใจผิดว่าเป็นสมานสังวาส โดยไม่ได้ไต่ถาม แล้วร่วมปวารณาด้วย ไม่ต้องอาบัติ

5. การจงใจร่วมสังฆกรรมทั้งที่รังเกียจ (ข้อ ๒๔๑)
หากอาคันตุกะรู้ว่าเป็นนานาสังวาส แต่ยังฝืนร่วมปวารณากัน หรือเจ้าถิ่นเป็นสมานสังวาส แต่ เข้าใจผิดว่าเป็นนานาสังวาส แล้วแกล้งแยกกันปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


25/4) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ ข้อ  [๒๓๙] -  [๒๔๑]
มหาวรรค ภาค ๑

ภิกษุเจ้าถิ่นกับภิกษุอาคันตุกะนับวันปวารณาต่างกัน

         [๒๓๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็วันปวารณาของพวกภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้เป็น ๑๔ ค่ำของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็น ๑๕ ค่ำ. ถ้าพวกเจ้าถิ่น มีจำนวนมากกว่าพวกภิกษุ อาคันตุกะ พึงอนุวัตรพวกภิกษุเจ้าถิ่น. ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงอนุวัตร พวกภิกษุเจ้าถิ่น. ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะ มีจำนวนมากกว่า. พวกภิกษุเจ้าถิ่น พึงอนุวัตรพวกภิกษุอาคันตุกะ.

         ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็วันปวารณาของพวกภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้เป็น ๑๕ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็น ๑๔ ค่ำ.

         ถ้าพวกเจ้าถิ่นมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุ อาคันตุกะ พึงอนุวัตรพวกภิกษุเจ้าถิ่น.

         ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงอนุวัตร พวกภิกษุเจ้าถิ่น.

         ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะมีจำนวนมากกว่า. พวกภิกษุเจ้าถิ่น พึงอนุวัตร พวกภิกษุอาคันตุกะ.

         ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง วันปวารณา ของพวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้เป็นวัน ๑ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็น ๑๕ ค่ำ.

         ถ้าพวกภิกษุเจ้าถิ่นมีจำนวนมากกว่า. พวกภิกษุเจ้าถิ่น ไม่ปรารถนาก็ไม่ให้ความ สามัคคี แก่พวกภิกษุอาคันตุกะ. พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงไปปวารณานอกสีมาเถิด.

         ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุเจ้าถิ่นไม่ปรารถนา ก็ไม่ต้องให้ความสามัคคี แก่พวกภิกษุอาคันตุกะ พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงไปปวารณานอกสีมาเถิด.

          ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุเจ้าถิ่นพึงให้ความสามัคคี แก่พวกภิกษุอาคันตุกะ หรือพึงไปเสียนอกสีมา.

         ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง วันปวารณาของพวกภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้เป็น ๑๕ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็น ๑ ค่ำ.

         ถ้าพวกภิกษุเจ้าถิ่น มีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงให้ความสามัคคี แก่พวกภิกษุเจ้าถิ่น หรือพึงไปเสียนอกสีมา.

         ถ้ามีจำนวนเท่ากัน. พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงให้ความสามัคคีแก่พวกภิกษุเจ้าถิ่น หรือพึงไปเสียนอกสีมา.

         ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะ มีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะไม่ปรารถนา ก็ไม่ต้องให้ความสามัคคี แก่พวกภิกษุเจ้าถิ่น พวกภิกษุเจ้าถิ่นพึงไปปวารณา นอกสีมาเถิด.


25/4) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ ข้อ  [๒๓๙] -  [๒๔๑]
มหาวรรค ภาค ๑

ปวารณาของภิกษุที่สงสัยเป็นต้น

         [๒๔๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็พวกภิกษุอาคันตุกะ ในศาสนานี้ได้เห็นอาการเจ้าถิ่น ลักษณะเจ้าถิ่น เครื่องหมายเจ้าถิ่น สิ่งที่แสดงเจ้าถิ่น ของพวกภิกษุเจ้าถิ่น เตียง ตั่ง ฟูก หมอนจัดไว้ได้ระเบียบ น้ำฉัน น้ำใช้ จัดหาไว้เป็นอันดี บริเวณกวาดสะอาดสะอ้าน ครั้นแล้ว มีความสงสัยว่า พวกภิกษุเจ้าถิ่นมีหรือไม่มีหนอ? พวกเธอมีความสงสัย แต่ไม่เที่ยวค้นหา ครั้นแล้วขืนปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ.

         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหาแล้วแต่ไม่พบ จึงปวารณา ไม่ต้องอาบัติ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหาแล้วพบ จึงปวารณาร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหาแล้วพบ ครั้นแล้วแยกกันปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหาแล้วพบ ครั้นแล้วมุ่งความแตกร้าวว่า ขอภิกษุ พวกนั้นจงเสื่อมสูญ จงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุพวกนั้น ดังนี้จึงปวารณา ต้องอาบัติถุลลัจจัย.

         ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุอาคันตุกะ ในศาสนานี้ได้ยินอาการเจ้าถิ่น ลักษณะเจ้าถิ่น เครื่องหมายเจ้าถิ่น สิ่งที่แสดงเจ้าถิ่น ของพวกภิกษุเจ้าถิ่น ได้ยิน เสียงเท้า ของพวกภิกษุเจ้าถิ่นกำลังเดินจงกรม ได้ยินเสียงท่องสาธยาย เสียงไอ เสียงจาม ครั้นแล้วมีความสงสัยว่า พวกภิกษุเจ้าถิ่นยังมีหรือไม่มีหนอ?          พวกเธอมีความสงสัยแต่ไม่ค้นหา ครั้นแล้วขืนปวารณาต้องอาบัติทุกกฏ.

         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วไม่พบ ครั้นแล้วจึงปวารณา ไม่ต้องอาบัติ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วจึงปวารณา ร่วมกันไม่ต้องอาบัติ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วจึงแยกกัน ปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วมุ่งความ แตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ จงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น ดังนี้ จึงปวารณาต้องอาบัติถุลลัจจัย.

         ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ ได้เห็นอาการอาคันตุกะ ลักษณะอาคันตุกะ เครื่องหมายอาคันตุกะ สิ่งที่แสดงอาคันตุกะ ของพวกภิกษุอาคันตุกะ ได้เห็น บาตรจีวร ผ้านิสีทนะ อันเป็นของภิกษุพวกอื่น ได้เห็นรอยน้ำล้างเท้า ครั้นแล้ว มีความสงสัยว่า พวกภิกษุอาคันตุกะยังมีหรือไม่หนอ?
         .... พวกเธอมีความสงสัยแต่ไม่ค้นหา ครั้นแล้วขืนปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้ว ไม่พบ ครั้นแล้วจึงปวารณา ไม่ต้องอาบัติ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้ว จึงพบ ครั้นพบแล้ว จึงปวารณาร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้ว จึงพบ ครั้นพบแล้ว ได้แยกกันปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ.

         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้ว มุ่งความแตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ จงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุ เหล่านั้น ดังนี้ จึงปวารณาต้องอาบัติถุลลัจจัย.

         ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ ได้ยินอาการอาคันตุกะ ลักษณะอาคันตุกะ เครื่องหมายอาคันตุกะ สิ่งที่แสดงอาคันตุกะ ของพวกภิกษุอาคันตุกะ ได้ยินเสียงเท้าของพวกภิกษุ อาคันตุกะกำลังเดินมา ได้ยินเสียงรองเท้ากระทบ ได้ยินเสียงไอ เสียงจามครั้นแล้วมีความสงสัยว่า พวกภิกษุอาคันตุกะยังมีหรือไม่หนอ? พวกเธอมีความสงสัยแต่ไม่ค้นหา ครั้นแล้วขืนปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ.

         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้ว ไม่พบ ครั้นแล้วจึงปวารณา ไม่ต้องอาบัติ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้ว จึงพบ ครั้นพบแล้ว ได้ปวารณา ร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ.
         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้ว จึงพบ ครั้นพบแล้ว ได้แยกกัน ปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ.

         .... พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้ว มุ่งความ แตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ จงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น ดังนี้จึงปวารณา ต้องอาบัติถุลลัจจัย.


25/4) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ ข้อ  [๒๓๙] -  [๒๔๑]
มหาวรรค ภาค ๑

ภิกษุสมานสังวาสเป็นต้นปวารณา

          [๒๔๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็พวกภิกษุอาคันตุกะ ในศาสนานี้ได้เห็น พวกภิกษุ เจ้าถิ่น ซึ่งเป็นนานาสังวาส. พวกเธอกลับได้ ความเห็นว่า เป็นสมานสังวาส ครั้นแล้ว ก็ไม่ไต่ถาม ครั้นแล้วจึงปวารณาร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ.

         .... พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ ครั้นแล้วปวารณาร่วมกัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
         .... พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ ครั้นแล้วแยกกันปวารณา ไม่ต้องอาบัติ.

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุอาคันตุกะ ในศาสนานี้ได้เห็นพวกภิกษุเจ้าถิ่น ซึ่งเป็นสมานสังวาส. พวกเธอกลับได้ความเห็นว่า เป็นนานาสังวาส ครั้นแล้วก็ไม่ไต่ถาม ครั้นแล้วปวารณาร่วมกัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
         .... พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ ครั้นแล้วแยกกันปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ.
         .... พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ ครั้นแล้วปวารณาร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ.
         .... พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ ครั้นแล้วแยกกันปวารณา ไม่ต้องอาบัติ.

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ได้เห็นพวกภิกษุ อาคันตุกะ ซึ่งเป็น นานาสังวาส.

          พวกเธอกลับได้ความเห็นว่าเป็นสมานสังวาส ครั้นแล้วก็ไม่ไต่ถาม ครั้นแล้ว ปวารณาร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ.

         .... พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้ว ไม่รังเกียจ ครั้นแล้วปวารณาร่วมกัน ต้องอาบัติ ทุกกฏ.
         .... พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ ครั้นแล้วแยกกันปวารณา ไม่ต้อง อาบัติ.

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้เห็นพวก ภิกษุอาคันตุกะ ซึ่งเป็น สมานสังวาส. พวกเธอกลับได้ความเห็นว่าเป็นนานาสังวาส ครั้นแล้วก็ไม่ไต่ถาม ครั้นแล้วปวารณาร่วมกัน ต้องอาบัติทุกกฏ.

         .... พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ ครั้นแล้วแยกกันปวารณา ต้องอาบัติ ทุกกฏ.
         .... พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ ครั้นแล้วปวารณาร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ.

 

 

 

 


 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
๑ ทีฆทิกาย ๒ มัชฌิมนิกาย ๓ สังยุตตนิกาย ๔ อังคุตตรนิกาย ๕ ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์