เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ    

สัตตาหกรณียะ.. อนุญาตให้ภิกษุออกจากที่จำพรรษาได้ไม่เกิน ๗ วัน เมื่อมีกิจจำเป็น เช่น เกี่ยวกับการสร้าง,ฉลอง,ซ่อมแซมเสนาสนะ 2902
  22/4) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ ข้อ [๒๑๐]
 

(โดยย่อ)

ทรงอนุญาตกรณีทายกสร้างวิหาร ข้อ [๒๑๐]
ทรงอนุญาตให้ภิกษุ เดินทางออกจากอาวาสในระหว่างพรรษาได้ เมื่อมีทายกหรืออุบาสก ผู้มีศรัทธา จัดสร้างที่อยู่อาศัย (วิหาร, เรือนหลังคาแถว, ปราสาท, เรือนโล้น หรือถ้ำ) ถวายสงฆ์ แล้วส่งทูตมานิมนต์ เพื่อให้ภิกษุไปรับและเข้าไปชื่นชม รวมถึงเพื่อบำรุงศรัทธาของทายก โดยมีเงื่อนไข ว่าต้องไปและกลับภายใน ๗ วัน (สัตตาหกรณียะ)

การสร้างสถานที่ใช้งานอื่น ๆ ของสงฆ์ ข้อ [๒๑๑]
ทรงขยายอนุญาตให้ใช้ สัตตาหกรณียะ ได้ในลักษณะเดียวกัน หากทายกส่งทูตมานิมนต์ เนื่องด้วย การสร้างบริเวณพื้นที่ใช้งาน ได้แก่ บริเวณวิหาร, บริเวณเรือนหลังคาแถว, บริเวณปราสาท, บริเวณเรือนโล้น หรือบริเวณถ้ำ

การจัดงานฉลองสิ่งก่อสร้าง ข้อ [๒๑๒]
หากทายกสร้างสิ่งก่อสร้าง หรือพื้นที่ใช้งานเสร็จสิ้นแล้ว และปรารถนาจะจัดงานทำบุญฉลอง (การสมโภช) เพื่อความสุขความเจริญแก่ตนเองและครอบครัว เมื่อเขาส่งทูตมานิมนต์ ภิกษุก็สามารถไป เพื่อเจริญศรัทธาได้เช่นกัน

ทรงอนุญาตเพราะกิจสงฆ์ (เรื่องเสนาสนะชำรุด) ข้อ [๒๑๓]
ทรงอนุญาต สัตตาหกรณียะ เพิ่มเติมในกรณีที่เสนาสนะ (ที่พักสงฆ์) เกิดชำรุดเสียหาย ในระหว่าง จำพรรษา และภิกษุมีความจำเป็นต้องออกไปแสวงหาเครื่องทัพพสัมภาระ (วัสดุก่อสร้าง เช่น ไม้ ปูน หรืออุปกรณ์ซ่อมแซม) เพื่อนำกลับมาปฏิสังขรณ์ ซ่อมแซมวิหารให้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม โดยต้องกลับมาสู่ที่จำพรรษาภายใน ๗ วันเช่นเดียวกัน


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


22/4)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ ข้อ [๒๑๐]
มหาวรรค ภาค ๑
1)

เรื่องทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะ
ทายกสร้างวิหารเป็นต้นถวาย

          [๒๑๐] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ใน พระนครราชคฤห์ ตามพระพุทธาภิรมย์แล้ว เสด็จจาริกไปทางพระนครสาวัตถี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ ลุถึงพระนครสาวัตถี. ทราบว่าพระองค์ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถีนั้น.

          ก็โดยสมัยนั้นแล อุบาสกชื่ออุเทน ได้ให้สร้างวิหารอุทิศต่อสงฆ์ไว้ในโกศล ชนบท. เขาได้ส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายจงมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย.

          ภิกษุทั้งหลายตอบไปอย่างนี้ว่า ท่านอุบาสก พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุจำพรรษา ไม่อยู่ให้ตลอด ๓ เดือนต้น หรือ ๓ เดือนหลัง ไม่พึงหลีกไปสู่จาริก ขออุบาสกอุเทน จงรอชั่วระยะเวลา ที่ภิกษุทั้งหลายจำพรรษา ออกพรรษาแล้ว จึงจักไปได้ แต่ถ้าท่านจะมีกรณียกิจรีบด่วน จงให้ประดิษฐานวิหาร ไว้ในสำนักภิกษ ุเจ้าถิ่น ในโกศลชนบทนั้นนั่นแหละ.

          อุบาสกอุเทนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนเมื่อเราส่งทูตไปแล้ว พระคุณเจ้าทั้งหลาย จึงได้ไม่มาเล่า เราก็เป็นทายก เป็นผู้ก่อสร้าง เป็นผู้บำรุงสงฆ์.

          ภิกษุทั้งหลายได้ยินอุบาสกอุเทน เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ จึงกราบทูล เรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.

          ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคล ๗ จำพวกส่งทูตมา เราอนุญาตให้ไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แม้เมื่อเขาไม่ส่งมา เราไม่อนุญาต บุคคล ๗ จำพวก คือ ภิกษุ ภิกษุณีสิกขมานา สามเณร สามเณรี อุบาสก อุบาสิกา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคล ๗ จำพวกนี้ส่งทูตมา เราอนุญาตให้ไปด้วย สัตตาหกรณียะ ได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา เราไม่อนุญาต พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อุบาสกในศาสนานี้ ได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์. ถ้าเขาส่งทูตไป ในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมาก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสกในศาสนานี้ ได้ให้สร้างเรือนมุง แถบเดียวอุทิศสงฆ์ ....
.... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
.... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
.... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
.... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
.... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
.... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
.... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
.... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
.... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
.... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างโรงน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
.... ได้ให้สร้างมณฑป ....
.... ได้ให้สร้างอาราม ....
.... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ ....

          ถ้าเขาส่งทูตไปใน สำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมาก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหาร อุทิศ ภิกษุมากรูป ด้วยกัน ....
.... ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุรูปหนึ่ง ....
.... ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ....
.... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
.... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
.... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
.... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
.... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
.... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
.... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
.... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
.... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
.... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างโรงน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
.... ได้ให้สร้างมณฑป ....
.... ได้ให้สร้างอาราม ....
.... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ ....

          ถ้าเขาส่งทูตไป ในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหาร อุทิศภิกษุณีสงฆ์ ....
.... อุทิศภิกษุณีมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศภิกษุณีรูปหนึ่ง ....
.... อุทิศสิกขมานามากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศสิกขมานารูปหนึ่ง ....
.... อุทิศสามเณรมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศสามเณรรูปหนึ่ง ....
.... อุทิศสามเณรีมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศสามเณรีรูปหนึ่ง ....
.... ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ....
.... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
.... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
.... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
.... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
.... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
.... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
.... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
.... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
.... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
.... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
.... ได้ให้สร้างมณฑป ....
.... ได้ให้สร้างอาราม ....
.... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ.

          ถ้าเขาส่งทูตไปใน สำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบภิกษุทั้งหลาย เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสกในศาสนานี้ ได้ให้สร้างนิเวศน์เพื่อประโยชน์ตน ....
.... ได้ให้สร้างเรือนนอน ....
.... ได้ให้สร้างโรงเก็บของ ....
.... ได้ให้สร้างร้าน ....
.... ได้ให้สร้างโรงกลม ....
.... ได้ให้สร้างร้านค้า ....
.... ได้ให้สร้างโรงร้านค้า ....
.... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
.... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
.... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
.... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
.... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
.... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
.... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
.... ได้ให้สร้างโรงครัว ....
.... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
.... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
.... ได้ให้สร้างมณฑป ....
.... ได้ให้สร้างอาราม ....
.... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ อนึ่ง จะมีการมงคลแก่บุตรก็ดี จะมีการมงคลแก่ธิดาก็ดี เขาเจ็บไข้ก็ดี จะกล่าวพระสุตตันตะที่รู้เฉพาะก็ดี.

          ถ้าเขาส่งทูตไป ในสำนักภิกษุทั้งหลาย ว่าขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา จักได้เรียนพระสุตตันตะนี้ไว้ โดยวิธีที่พระสุตตันตะนี้ จะไม่เสื่อมสูญไปเสีย หรือว่าเขา มีกิจหรือกรณียะ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี. ถ้าเขาส่งทูต ไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนา จะถวายทานฟังธรรม และ พบเห็น ภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหะกรณียะได้ แต่เมื่อเขา ไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ ได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์. ถ้าเขาส่งทูตไป ในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนางส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียวอุทิศสงฆ์ ....
.... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
.... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
.... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
.... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
.... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
.... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
.... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
.... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
.... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
.... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
.... ได้ให้สร้างมณฑป ....
.... ได้ให้สร้างอาราม ....
.... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ.
          ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนางส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุมากรูป ด้วยกัน ....
.... อุทิศภิกษุรูปหนึ่ง ....
.... อุทิศภิกษุณีสงฆ์ ....
.... อุทิศภิกษุณีมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศภิกษุณีรูปหนึ่ง ....
.... อุทิศสิกขมานามากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศสิกขมานารูปหนึ่ง ....
.... อุทิศสามเณรมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศสามเณรรูปหนึ่ง ....
.... อุทิศสามเณรีมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศสามเณรีรูปหนึ่ง ....
.... ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ....
.... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
.... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
.... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
.... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
.... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
.... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
.... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
.... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
.... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
.... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
.... ได้ให้สร้างมณฑป ....
.... ได้ให้สร้างอาราม ....
.... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ.
           ถ้านางส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนางส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ ได้ให้สร้างนิเวศน์ เพื่อประโยชน์ตน ....
.... ได้ให้สร้างเรือนนอน ....
.... ได้ให้สร้างโรงเก็บของ ....
.... ได้ให้สร้างร้าน ....
.... ได้ให้สร้างโรงกลม ....
.... ได้ให้สร้างร้านค้า ....
.... ได้ให้สร้างโรงร้านค้า ....
.... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
.... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
.... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
.... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
.... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
.... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
.... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
.... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
.... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
.... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างโรงน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
.... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
.... ได้ให้สร้างมณฑป ....
.... ได้ให้สร้างอาราม ....
.... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ อนึ่ง จะมีการมงคลแก่บุตรก็ดี จะมีการมงคลแก่ธิดาก็ดี เขาเจ็บไข้ก็ดี จะกล่าวพระสุตตันตะที่รู้เฉพาะก็ดี.
           ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนา พระคุณเจ้าทั้งหลายมา จักได้เรียนพระสุตตันตะนี้ไว้ โดยวิธีที่พระสุตตันตะนี้จะไม่เสื่อมสูญไปเสีย หรือว่า เขามีกิจ หรือกรณียะอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี. ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็น ภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนางส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
.... ภิกษุณีได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
.... สิกขมานาได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
.... สามเณรได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
.... สามเณรีได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
.... อุทิศภิกษุมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศภิกษุรูปหนึ่ง ....
.... อุทิศภิกษุณีสงฆ์ ....
.... อุทิศภิกษุณีมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศภิกษุณีรูปหนึ่ง ....
.... อุทิศสิกขมานามากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศสิกขมานารูปหนึ่ง ....
.... อุทิศสามเณรมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศสามเณรรูปหนึ่ง ....
.... อุทิศสามเณรีมากรูปด้วยกัน ....
.... อุทิศสามเณรีรูปหนึ่ง ....

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง สามเณรีในศาสนานี้ ได้ให้สร้างวิหารเพื่อประโยชน์ตน ....
.... ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ....
.... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
.... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
.... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
.... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
.... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
.... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
.... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
.... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
.... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
.... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
.... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
.... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
.... ได้ให้สร้างมณฑป ....
.... ได้ให้สร้างอาราม ....
.... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ.

          ถ้านางส่งทูต ไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนางส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
๑ ทีฆทิกาย ๒ มัชฌิมนิกาย ๓ สังยุตตนิกาย ๔ อังคุตตรนิกาย ๕ ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์