เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ลำดับเหตุการณ์ ในการแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ (ปฐมเทศนา) 1608
  (ย่อ)

ทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (ปฐมเทศนา)

1.ทรงรับสั่งว่าที่สุดสองอย่าง อันบรรพชิตไม่ควรเสพ (กามสุข-ทรมานตน)
2.ทรงให้ปฏิบัติทางสายกลางได้แก่อริยมรรคมีองค์ ๘
3.ทรงตรัสเรื่องอริยสัจสี่
     - นี้แลเป็นทุกขอริยสัจ
     - ข้อนี้แลเป็นทุกขสมุทัยอริยสัจ
     - นี้แลเป็นทุกขนิโรธอริยสัจ
     - นี้แลเป็นทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
4. ญาณทัสสนะ มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒
5. พระองค์ยืนยันถึงการตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ
6. ท่านพระโกณฑัญญะเกิดดวงตาเห็นธรรม
7. เหล่าภุมมเทวดา ได้บันลือเสียง
8. ทั้งหมื่นโลกธาต สะเทือนสะท้าน ทั้งแสงสว่างอันยิ่งใหญ่
9. โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ
10. ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมแล้ว
11.ท่านพระวัปปะ และท่านพระภัททิยได้บรรลุธรรมแล้ว
12. ท่านพระมหานามะ และ ท่าน พระอัสสชิ ได้บรรลุธรรมแล้ว
13. ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนัตตา)
14. ทรงแสดง ขันธ์ 5 ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ นั่นไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เป็นเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา
15. ตรัสให้พิจารณาโดย ยถาภูตญาณทัสสนะ (รูป เวทนา สัญญา..ก็เป็นแค่สักว่า นั่นไม่ใช่ของเรา)
16. เมื่อเห็นอยู่อย่างนี้ย่อมเบื่อหน่าย ย่อมสิ้นกำหนัด ย่อมหลุดพ้น
17. ชาติสิ้นแล้ว กิจที่ทำได้ทำเสร็จแล้ว
18. พระปัญจวัคคีย์สำเร็จเป็นพระอรหันต์
19. ครั้งนั้น มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก 6 องค์

  โดยสรุป พระศาสดาแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ในเรื่อง
- เรื่อง ที่สุดสองอย่าง อันบรรพชิตไม่ควรเสพ (กามสุข-ทรมานตน)
- เรื่อง ทางสายกลางได้แก่อริยมรรคมีองค์ ๘
- เรื่อง อริยสัจสี่ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)
- เรื่อง ญาณทัสสนะ มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ (รู้ทุกข์ ควรกำหนดรู้ ควรละ ควรทำให้แจ้ง...)
- เรื่อง อนัตตลักขณสูตร (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนัตตา)
- เรื่อง ขันธ์ 5 ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เป็นเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา
- เรื่อง ยถาภูตญาณทัสสนะ (รูป เวทนา สัญญา..ก็เป็นแค่สักว่า นั่นไม่ใช่ของเรา)
- ปัจวัคคีย์ทั้ง5 สำเร็จอรหันต์ ไม่ห่างกันนัก
เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
รวมพระสูตรบุคคลสำคัญ
พระโมคคัลลานะ
พระสารีบุตร
พระเทวทัต
นิครนถ์ปริพาชก
พระมหากัปปินะ
พระอนุรุทธะ
พระอุบาลี
(ดูทั้งหมด)
 


พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๔ วินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๑ หน้าที่ ๑๔


ดูพระสูตรเต็ม P975

ทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (ปฐมเทศนา)

1.ทรงรับสั่งว่าที่สุดสองอย่าง อันบรรพชิตไม่ควรเสพ
คือ ไม่พัวพันด้วยกามสุข และ ไม่ทำความลำบากแก่ตน (ปฏิบัติแบบทรมาน)
และไม่เข้าไปใกล้ที่สุดสองอย่างนั้น

2.ทรงให้ปฏิบัติทางสายกลาง
ปฏิปทาสายกลางนั้น ได้แก่อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ 1.ปัญญาอันเห็นชอบ 2. ความดำริชอบ 3. เจรจาชอบ 4. การงานชอบ 5. เลี้ยงชีวิตชอบ 6. พยายามชอบ 7. ระลึกชอบ 8. ตั้งจิตชอบ

3.ทรงตรัสเรื่องอริยสัจสี่
   - นี้แลเป็นทุกขอริยสัจ คือ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ก็เป็นทุกข์ ไม่ประสบกับสิ่งที่่รัก ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้ สิ่งนั้น ก็เป็นทุกข์ โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์

  - ข้อนี้แลเป็นทุกขสมุทัยอริยสัจ
คือตัณหาอันทำให้เกิดอีก ประกอบด้วย ความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน มีปกติเพลิดเพลินในอารมณ์นั้นๆ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา

 
 - นี้แลเป็นทุกขนิโรธอริยสัจ คือ ตัณหานั่นแลดับ โดยไม่เหลือด้วยมรรค คือวิราคะ สละ สละคืน ปล่อยไป ไม่พัวพัน.

  - นี้แลเป็นทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา คือ อริยมรรค มีองค์ ๘ นี้แหละ คือ 1.ปัญญา อันเห็นชอบ 2. ความดำริชอบ 3. เจรจาชอบ 4. การงานชอบ 5. เลี้ยงชีวิตชอบ 6. พยายามชอบ 7. ระลึกชอบ 8. ตั้งจิตชอบ

4. ญาณทัสสนะ มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒
ดวงตา ญาณ ปัญญา วิทยา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ในธรรมทั้งหลาย ที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า
นี้ทุกขอริยสัจ.. ควรกำหนดรู้ ..เราก็ได้กำหนดรู้แล้ว
นี้ทุกขสมุทัยอริยสัจ .. ควรละเสีย .. เราได้ละแล้ว
นี้ทุกขนิโรธอริยสัจ .. ควรทำให้แจ้ง.. เราทำให้แจ้งแล้ว
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.. ควรให้เจริญ.. เราให้เจริญแล้ว

5. พระองค์ยืนยันถึงการตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดแล ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงของเรา ในอริยสัจ ๔ นี้มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ หมดจดดีแล้ว เมื่อนั้น เราจึง ยืนยันได้ว่าเป็นผู้ตรัสรู้ สัมมาสัมโพธิญาณ อันยอดเยี่ยมในโลก อนึ่ง ปัญญาอันรู้เห็นได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราว่า ความพ้นวิเศษของเราไม่กลับ กำเริบ ชาตินี้เป็นที่สุด ภพใหม่ไม่มีต่อไป

6. ท่านพระโกณฑัญญะเกิดดวงตาเห็นธรรม
ก็แลเมื่อพระผู้มีพระภาคตรัส ไวยากรณ ภาษิตนี้อยู่ ดวงตาเห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแก่ท่านพระโกณฑัญญะว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีความเกิดขึ้น เป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวล มีความดับเป็นธรรมดา

7. เหล่าภุมมเทวดา ได้บันลือเสียง
พระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมจักรไปแล้ว เหล่าภุมมเทวดา ได้บันลือเสียงว่า นั่นพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยม อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกจะคัดง้างไม่ได้ เทวดาชั้นจาตุมหาราช ได้ยินเสียงของพวกภุมมเทวดาแล้ว ก็บันลือเสียงต่อไป เป็นทอดๆ จนถึงพรหมโลก

8. ทั้งหมื่นโลกธาต สะเทือนสะท้าน ทั้งแสงสว่างอันยิ่งใหญ่
ชั่วขณะการครู่หนึ่งนั้น เสียงกระฉ่อนขึ้นไปจนถึงพรหมโลก ด้วยประการฉะนี้ แล. ทั้งหมื่นโลกธาตุนี้ได้หวั่นไหวสะเทือนสะท้าน ทั้งแสงสว่างอันยิ่งใหญ่หา ประมาณ มิได้ได้ปรากฏแล้วในโลก ล่วงเทวานุภาพของเทวดาทั้งหลาย.

9. โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งพระอุทานว่า ท่านผู้เจริญ โกณฑัญญะ ได้รู้แล้วหนอ ท่านผู้เจริญ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ เพราะเหตุนั้น คำว่า อัญญาโกณฑัญญะนี้ จึงได้เป็นชื่อของท่านพระโกณฑัญญะ ด้วยประการฉะนี้

10. ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมแล้ว
ครั้งนั้น ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้เห็นธรรมแล้ว ได้บรรลุธรรมแล้ว ได้รู้ธรรมแจ่มแจ้งแล้ว มีธรรมอันหยั่งลงแล้ว จึงได้ทูลขอบรรพชา พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด แล้วตรัสต่อไปว่า เธอจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำ ที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด

11.ท่านพระวัปปะ และท่านพระภัททิยได้บรรลุธรรมแล้ว
ต่อมา พระผู้มีพระภาคได้ทรง ประทานโอวาทสั่งสอนภิกษุที่เหลือจากนั้นด้วย ธรรมีกถา ท่านพระวัปปะ และท่านพระภัททิยะ ดวงตาเห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแก่ว่า สิ่งใด สิ่งหนึ่ง มีความเกิดขึ้น เป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวล มีความดับเป็นธรรมดา จากนั้นทั้งสองจึงทูลขอบรรพชา

12. ท่านพระมหานามะ และ ท่าน พระอัสสชิ ได้บรรลุธรรมแล้ว
วันต่อมา เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงประทานโอวาทสั่งสอนด้วยธรรมีกถาอยู่ ดวงตา เห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทินได้เกิดขึ้นแก่ ท่านพระมหานามะ และ ท่าน พระอัสสชิ ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับ เป็นธรรมดา ท่านทั้งสองได้เห็นธรรมแล้ว ได้บรรลุธรรมแล้ว ได้รู้ธรรมแจ่มแจ้งแล้ว จึงได้ขอบรรพชา

13. ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นอนัตตา ถ้ารูปนี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว รูปนี้ไม่พึงเป็นเพื่อ อาพาธ และบุคคลพึงได้ในรูปว่า รูปของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด รูปของเราอย่าได้เป็น อย่างนั้นเลย .. เวทนาเป็นอนัตตา...สัญญาเป็นอนัตตา...สังขารทั้งหลายเป็นอนัตตา
... วิญญาณเป็นอนัตตา

14. ทรงแสดง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาน ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ นั่นไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เป็นเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา
พวกเธอสำคัญความนั้น เป็นไฉน
รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง?
ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?
ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา

15. ตรัสให้พิจารณาโดย ยถาภูตญาณทัสสนะ
เพราะเหตุนั้นแล รูป อย่างใด อย่างหนึ่งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ภายในหรือ ภายนอก หยาบหรือละเอียด เลวหรือประณีต ไกลหรือใกล้ ทั้งหมดก็เป็นแต่สักว่ารูป เธอทั้งหลายพึงเห็นรูปนั้น ด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตนของเรา.. เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ..สัญญาอย่างใด อย่างหนึ่ง ..วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ตรัสอย่างเดียวกัน

16. เมื่อเห็นอยู่อย่างนี้ย่อมเบื่อหน่าย ย่อมสิ้นกำหนัด ย่อมหลุดพ้น

อริยสาวกผู้ได้ฟังแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่าย แม้ในรูป แม้ในเวทนา แม้ใน สัญญา แม้ในสังขารทั้งหลาย แม้ในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมสิ้นกำหนัด เพราะสิ้นกำหนัด จิตก็พ้นเมื่อจิตพ้นแล้ว ก็รู้ว่าพ้นแล้ว

17. ชาติสิ้นแล้ว กิจที่ทำได้ทำเสร็จแล้ว
อริยสาวกนั้นทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้วกิจ ที่ควรทำได้ทำ เสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็น อย่างนี้มิได้มี

18. พระปัญจวัคคีย์สำเร็จเป็นพระอรหันต์

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระสูตรนี้แล้ว พระปัญจวัคคีย์มีใจยินดี เพลิดเพลินภาษิตของ ผู้มีพระภาค เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่ จิตของพระปัญจวัคคีย์พ้น แล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น

19. ครั้งนั้น มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก ๖ องค์
1.ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธะ
2 ท่านพระโกณทัญญะ
3.ท่านพระวัปปะ
4.ท่านพระภัททิยะ
5.ท่านพระมหานามะ
6.ท่านพระอัสสชิ

ดูพระสูตรเต็ม
P975


                                                


 





พุทธวจน ออนไลน์
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์