พระไตรปิฎก (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๘ หน้าที่ ๓๖ ข้อที่ ๗๑
ท่านพระสมิทธิเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาค
ที่เรียกว่า มาร มาร ดังนี้ ด้วยเหตุเพียง เท่าไรหนอ จึงเป็นมาร
ตา รูป จักขุวิญญาณ(ผัสสะ) และธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักขุวิญญาณ มีอยู่ในที่ใด มารก็มีอยู่ในที่นั้น
ตา รูป จักขุวิญญาณ และธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วย จักขุวิญญาณ ไม่มีอยู่ในที่ใด มารก็ไม่มีอยู่ในที่นั้น
(กรณี หู - เสียง จมูก-กลิ่น ลิ้น-รส โผฏฐัพพะ-สัมผัส ใจ-ธรรมารมณ์ ก็ตรัสทำนองเดียวกัน)
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่เรียกว่า สัตว์ สัตว์ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ จึงเป็นสัตว์หรือบัญญัติว่าสัตว์
ตา รูป จักขุวิญญาณ(ผัสสะ) และธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วย จักขุวิญญาณ มีอยู่ในที่ใด สัตว์ก็มีอยู่ในที่นั้น
ตา รูป จักขุวิญญาณ และธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วย จักขุวิญญาณ ไม่มีอยู่ในที่ใด สัตว์ก็ไม่มีอยู่ในที่นั้น
(กรณี หู - เสียง จมูก-กลิ่น ลิ้น-รส โผฏฐัพพะ-สัมผัส ใจ-ธรรมารมณ์ ก็ตรัสทำนองเดียวกัน)
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่เรียกว่า โลก โลก ดังนี้ ด้วยเหตุเพียง เท่าไร หนอ จึงเป็นโลกหรือบัญญัติว่าโลก
ตา รูป จักขุวิญญาณ(ผัสสะ) และธรรมที่จะพึงรู้แจ้ง ด้วยจักขุวิญญาณ มีอยู่ในที่ใด โลกก็มีอยู่ในที่นั้น
ตา รูป จักขุวิญญาณ และธรรมที่จะพึงรู้แจ้ง ด้วยจักขุวิญญาณ ไม่มีอยู่ในที่ใด โลกก็ไม่มีอยู่ในที่นั้น
(กรณี หู - เสียง จมูก-กลิ่น ลิ้น-รส โผฏฐัพพะ-สัมผัส ใจ-ธรรมารมณ์ ก็ตรัสทำนองเดียวกัน)
สรุปอีกอย่างหนึ่ง
ที่ใดมีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ..และมีการรู้แจ้งด้วยวิญญาณ ในอายตนะทั้ง๖
ที่นั่นมีมาร ที่นั่นมีสัตว์ ที่นั่นมีโลก
ที่ใดไม่มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ..และมีการรู้แจ้งด้วยวิญญาณ ในอายตนะทั้ง๖
ที่นั่นไม่มีมาร ที่นั่นไม่มีสัตว์ ที่นั่นไม่มีโลก
(ตา+รูป+จักษุวิญญาณ) คือผัสสะ เมื่อองค์ประกอบทั้ง3 เกิดขึ้น จึงเกิดการรับรู้(ธรรมที่พึงรู้แจ้ง) ทันที เช่น เห็นคน(เห็นเป็นคน) เห็นต้นไม้ เช่นเมื่อเรามองไปที่ถนน ก็เห็นรถวิ่งไปมา แสดงว่าการเห็นรถ เกิดขึ้นแล้ว และรู้ว่าเป็นรถ.. การรู้ว่าเป็นรถ คือ ธรรมที่พึงรู้แจ้ง (ขบวนการเห็น ครบองค์ประกอบแล้ว)
|